‘พปชร.’ จวก ‘รัฐบาลเป็ดง่อย’ บี้รายละเอียดเจรจา ‘ภาษีทรัมป์’

7 ส.ค. 2568 - 11:51

  • ‘พลังประชารัฐ’ จวก ‘รัฐบาลเป็ดง่อย’ บี้เปิดรายละเอียดเจรจา ‘ภาษีทรัมป์’

  • แนะเปลี่ยนงบกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นงบฯพยุง หวั่น ศก.ไทยไม่ฟื้นตัว

  • ‘ลุงป้อม’ ฝากย้ำห้ามกระทบความมั่นคง

‘พปชร.’ จวก ‘รัฐบาลเป็ดง่อย’ บี้รายละเอียดเจรจา ‘ภาษีทรัมป์’

‘ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล’ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ นำทีม สส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ ‘ชัยมงคล ไชยรบ’ สส.สกลนคร และ ‘สุธรรม จริตงาม’ สส.นครศรีธรรมราช แถลงถึงผลการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา 

ชัยมงคล เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐขอโอกาสในการชี้แจงและสอบถามถามถึงรัฐบาล กรณีภาษีสหรัฐฯเป็นที่ทราบกันว่าไทยต้องเสียภาษีนำเข้า 19% ไม่ต่างจากประเทศในอาเซียน ยกเว้นลาวและเมียนมา ภาษีสหรัฐฯ ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เราดีใจที่ประเทศไทยได้อัตราภาษี 19% แต่การได้มาเราอยากทราบข้อเท็จจริง อยากรู้เบื้องหลังซึ่ง พรรคพลังประชารัฐได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดย ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ หัวหน้าพรรคว่า

กรณีการเจรจาภาษีต้องไม่เอาความมั่นคงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่หลังจากการเจรจากลับไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจากรัฐบาล ไม่ว่าจะกรณีการนำความมั่นคงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือสินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ ไทยอาจจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตร มีรายการสินค้าใดบ้างที่เราให้ 0% กับสหรัฐฯ เรื่องนี้รัฐบาลต้องรีบมาประกาศ และทำความเข้าใจกับประชาชน 

ไชยมงคล กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวรัฐธรรมนูญมาตรา 178 กำหนดไว้ว่ารัฐบาลต้องนำเรื่องเข้าสู่สภาฯเพื่อพิจารณาภายใน 60 วัน ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรเปิดเผยคือ ข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนและ สส.รับทราบ รัฐบาลควรโปร่งใส ไม่ใช่กระทำเพื่อจะรักษาอำนาจของรัฐบาลเพียงประการเดียว แต่ควรคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งจะกระทบในวงกว้างด้วย ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า ทีมวิชาการได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ ภาษีสหรัฐฯ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนในภาคเกษตรทั้งระยะสั้นและระยะยาว  เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เราจำเป็นต้องศึกษาร่วมกันและหาทางปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติ 

ด้านธีระชัย กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ย้ำว่าอย่าเอาความมั่นคงเข้าไปแลกกับการเจรจาการค้า เนื่องจากจะเกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมายืนยันว่า ขั้นตอน กระบวนการ และข้อยุติในการเจรจาที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีการเอาเรื่องความมั่นคงไปแลกเปลี่ยน ขอให้ยืนยันด้วยตัวรัฐบาลเอง สำหรับการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯมี 2 ฝั่ง เราส่งไปสหรัฐ ฯ และมีการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ฝั่งที่เราส่งออกอัตราภาษี 19% เราไม่ติดใจ แต่ปัญหาเรื่องการนำเข้าทีมเจรจาแจ้งข้อมูลว่า มีสินค้า 11,000 รายการ กำหนดอัตราภาษี 0% ซึ่งจะลามไปถึงสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปและจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรของไทย  

นายธีระชัย กล่าวอีกว่า ตนหาข้อมูลมาจากอินเทอร์เน็ตพบว่า ราคาข้าวโพดในไทยเทียบกับราคาข้าวโพดของสหรัฐฯสหรัฐฯ นำส่งโดยเรือ รวมค่าเรือ-ค่าประกันภัยถึงเมืองไทยแล้ว ของไทยยังแพงกว่า 0.5 เท่า ขณะที่ราคาเนื้อหมู นำส่งทางเรือและอยู่ในห้องเย็นแล้วหมูไทยยังแพงกว่า 1 ใน 3  ฉะนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าจะทำให้เกิดความเดือดร้อนและทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างมากอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องข้าวโพด เท่าที่ฟังจากนายพิชัย ชุณหวชิระ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุถึงการดูแลปกป้องคุ้มครองเกษตรกรในไทย จะใช้ระบบโควตาในการนำเข้าข้าวโพดกับสหรัฐฯ ในส่วนที่ประเทศไทยใช้และเราไม่สามารถปลูกได้พอเพียง 

“โควตาที่พูดถึงอยู่ในฝัน อยู่ในใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือเป็นโควตาที่ทีมเจรจา มีข้อตกลงจากทีมเจรจาของทรัมป์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต้องนำเสนอให้ประชาชนรับทราบว่าการเจรจายังไม่จบ การปกป้องเกษตรกรในประเทศยังไม่ได้คุยกับสหรัฐฯ เลย”

ธีระชัย กล่าว

ธีระชัย กล่าวด้วยว่า เวลานี้มีกระบวนการปรับตัวที่จะต้องเกิดขึ้นในประเทศ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การนำเข้าสินค้าเกษตรในอัตราภาษี 0% จะต้องนำเข้าโดยเสรีหรือจะมีโควตา รัฐบาลจะมีงบประมาณในการที่จะเข้าไปช่วยดูแลอย่างเกษตรกรอย่างไร พร้อมยังกล่าวถึงข้อขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า อย่าคิดว่าแรงงานกัมพูชาจะกลับมาในวันนี้หรือพรุ่งนี้อย่าคิดว่าการค้าขายชายแดนจะฟื้นคืนเหมือนเดิมได้โดยเร็ว จึงขอเสนอแนะว่างบประมาณที่รัฐบาลตั้งเอาไว้157,000 ล้านบาท และมีการอนุมัติไปแล้วในหลายเรื่องแต่กลับไม่มีความเร่งด่วน รัฐบาลต้องกลับไปทบทวนโครงการที่อนุมัติไปแล้ว ควรจะชะลอไว้ก่อน แล้วเอาเงินเหล่านี้มาใช้ในเรื่องที่มีความเร่งด่วนมากกว่า สรุปแล้วเปลี่ยนงบกระตุ้นเศรษฐกิจไปเป็นงบพยุงเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นแล้วการฟื้นตัวของไทยอาจจะกลายเป็นเข่าอ่อนและไม่มีใครพยุง เรื่องการดูแลผลกระทบในเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา งบที่มีอยู่สามารถจะใช้ดูแลภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนรวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารได้  

ขณะที่ชัยมงคล กล่าวเสริมว่า เราติดใจเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาล อาจจะโพนทะนาว่า 19% คือความสำเร็จตนเองไม่เชื่อเพราะความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โทรหา 'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ย้ำว่าการเจรจาเราล้าหลังเพื่อน รัฐบาลจะมาตีกินไม่ได้  

“รัฐบาลต้องชี้แจงเหตุผลกับประชาชน ภาษีนำเข้า 0% กระทบกับครัวเรือนอย่างมาก วันนี้รัฐบาลอ่อนแอเปรียบเสมือนเป็ดง่อย ในสภาฯ และการบริหารราชการแผ่นดินก็มีปัญหา ส่วนบุคคลทั้งนายกฯ สส. และรัฐมนตรีก็กำลังจะมีปัญหา ฉะนั้นรัฐบาลไม่ควรสร้างมะเร็งร้ายให้แพร่ขยายไป ควรทำเพื่อประเทศชาติ ทำเพื่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา พรรคพลังประชารัฐขอเรียกร้องให้ทำเช่นนั้น”

ชัยมงคล ระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์