ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ประจำสัปดาห์นั้น บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มี สส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมเพียง 10 กว่าคน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่ได้มอบหมายให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน
ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมีสาระสำคัญและข้อห่วงใยจากหัวหน้าพรรคสำหรับการดำเนินการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาคือ อยากให้รัฐบาลใส่ใจการใช้งบประมาณด้านพัฒนาบริหารประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมา การบริหารของรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร รวมทั้งการสร้างการแข่งขันในเวทีโลกแต่อย่างใด
แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามผลักดันตัวเลข GDP ให้สูงขึ้นด้วยการแจกเงิน 2 รอบ แต่ตัวเลข GDP กลับไม่สูงขึ้นเท่าที่ควร ซึ่ง รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้บอกในที่ประชุมว่า รัฐบาลควรนำเงินที่แจกเหล่านั้น ไปใช้ในภารกิจอื่นๆ เช่น การพัฒนาการศึกษาฝีมือแรงงาน ดีกว่า
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีการนำผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มานำเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคได้รับทราบ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติร่วมกันจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้
นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคยังมีมติให้ทางศูนย์วิชาการและนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ไปทำการศึกษาร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพราะถ้าหากร่างนี้ผ่านสภาฯ จะตัดอำนาจการบริหารของธนาคารแห่งประเทศไทย และอำนาจดังกล่าวจะตกไปอยู่ในคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีแทน
เมื่อถามถึงกระแส ‘เลือดไหล’ ของพรรคพลังประชารัฐ หลังปรากฏภาพ สส.พรรคพลังประชารัฐ นั่งข้าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม ที่สภาฯ นั้น พล.ต.ท.ปิยะ ยืนยันว่า สส.ของพรรคพลังประชารัฐยังคงอยู่ 20 คนครบถ้วน
ก็อาจมีการไปมาหาสู่กันในฐานะคนที่เคยรู้จักกัน แต่ขอยืนยันว่า วันนี้ยังอยู่ครบถ้วน
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ส่วนเมื่อถามถึงความเห็นต่อกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน กำลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกสอบนั้น พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา และขอยังไม่ให้ความเห็นใดๆ นอกเหนือจากนี้




