เฟซบุ๊ก ‘ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์’ โฆษกและกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความ ตอบโต้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายกัญชาถูกกฎหมาย โดยยืนยันได้เคลื่อนไหวสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิบัตรกัญชาต่างชาติในรัฐบาล คสช.จนสำเร็จ
พร้อมเล่าประสบการณ์ตรง จากการใช้กัญชาทางการแพทย์ รักษาอาการเจ็บป่วย อาทิ บิดา และภรรยา สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ป่วยโรคมะเร็ง แอบใช้น้ำมันกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ในการระงับอาการทุกข์ทรมานในโรงพยาบาล ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงมีแรงบันดาลใจว่าจะต้องหาทางปลดล็อกกัญชา เพื่อให้เกิดเสรีทางการแพทย์ให้ได้
“ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ผมและคณะรวมตัวกันเรียกว่า เครือข่ายประชาสังคมกัญชาทางการแพทย์ ทำหนังสือเพื่อพบทุกพรรคการเมืองให้สนับสนุนกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ก่อนการเลือกตั้ง มีพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวที่รับนัดแต่ก็ไม่มีการประกาศนโยบายหาเสียงใดๆ แต่ปรากฏว่ามีพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียวเท่านั้นที่ประกาศจะให้มีเสรีกัญชาทางการแพทย์ การเคลื่อนไหวของผมและคณะ จึงมาก่อนพรรคภูมิใจไทยจะเสนอนโยบายกัญชา จนถึงวันนี้ผมก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้เป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย เลยด้วย” ปานเทพ ระบุ
ปานเทพ ระบุด้วยว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด มีเหตุผลในการรองรับ 5 ประการ ได้แก่
1. กัญชาเสพติดยากกว่าเหล้าและบุหรี่ หรือนับตั้งแต่สูบบุหรี่มวลแรกคนๆนั้นจะมีโอกาสติดบุหรี่สูงสุดร้อยละ 67.5 นับตั้งแต่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีโอกาสติดแอลกอฮอล์สูงสุดร้อยละ 22.7 แต่นับตั้งแต่สูบกัญชามวลแรกมีโอกาสติดกัญชาสูงสุดเพียงร้อยละ 8.9 แต่บุหรี่และเหล้าสามารถซื้อและขายได้แม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ
2. กัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ แพทยสภา ยอมรับว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันรักษาได้หลายโรค ในขณะที่กัญชาเป็นสมุนไพรที่ปรากฏอยู่ในตำรับยาแผนไทยของชาติมากถึง 162 ตำรับ
3. ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงกัญชาทางการแพทย์ในระบบกระทรวงสาธารณสุข ต้องแอบลักลอบใช้เองอย่างผิดกฎหมาย
4. กัญชามีบทบาทต่อการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด ได้รายงานผลการศึกษาติดตามสถานการณ์การใช้และการให้บริการกัญชาทางการแพทย์ระยะที่สอง ช่วงปี 2563-2564 พบว่าผู้ที่ใช้กัญชา สามารถลดและเลิกยาแผนปัจจุบันได้ถึงร้อยละ 58 ซึ่งแปลว่าน่าจะมีผู้เสียผลประโยชน์จากยอดขายยาแผนปัจจุบันที่ตกลงด้วย ลดความเสี่งจากการเป็นโรคเบาหวาน และมะเร็ง
5. กัญชาช่วยลดปัญหายาเสพติดที่รุนแรง หรือก่อปัญหาความรุนแรง (Harm Reduction) เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ เหล้า ฯลฯ
นอกจากนี้ การศึกษาสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในประเทศไทย ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการเปิดให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ มีผู้ป่วยซึ่งเสพติด 'ยาบ้า' ได้เข้ารับการบำบัดรักษาทั้งสิ้น 206,444 คน แต่เมื่อกัญชามีการใช้กันอย่างกันอย่างกว้างขวางในปีงบประมาณ 2565 ปรากฏว่ามีผู้ป่วยติดยาบ้าที่ต้องได้รับการบำบัดลดลงเหลือเพียง 100,454 คน ซึ่งแปลว่ามีผู้ป่วยยาบ้าที่เข้ารับการบำบัดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ‘ลดลง’ จากปี พ.ศ. 2562 จำนวนมากถึง 105,990 คน คือลดการบำบัดรักษายาบ้าไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งหรือคิดเป็นร้อยละ 51.34 และเป็นผลทำให้ยาบ้าราคาตกลงอย่างมากในปัจจุบันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปานเทพ ยังระบุด้วยว่า บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับกัญชาได้ เพราะกัญชาเสพติดยากกว่าและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าบุหรี่ โดยเฉพาะกัญชาเป็นพืชที่ร่างกายมนุษย์มีสารและตัวรับเป็นระบบกัญชาในระบบสารสื่อประสาทและระบบภูมิคุ้มกันในแทบทุกอวัยวะมาตั้งแต่กำเนิดที่เรียกว่า Endocannabinoid System กัญชาจึงมีสรรพคุณต่างจากพืชอย่างอื่นที่ชาวบ้านมีภูมิปัญญาในการใช้ด้วยข้อบ่งใช้ล้ำหน้าและหลากหลายไปมากกว่างานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันไปอย่างมากแล้ว
ปานเทพ ย้ำว่า ในวันนี้ความจริง ‘กัญชาไม่ได้เสรี’ เพราะมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศกระทรวงเกษตร ประกาศกระทรวงศึกษา เป็นกฎหมายมากกว่า 12 ฉบับ เช่น ห้ามจำหน่ายให้เด็กเยาวชน สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร, ห้ามโฆษณา, ห้ามขายในโรงเรียน, ห้ามขายในศาสนสถาน, ห้ามขายออนไลน์, ห้ามใส่ช่อดอกในอาหาร, และห้ามสูบในร้านจำหน่ายกัญชา ยกเว้นเป็นการสูบเพื่อทางการแพทย์โดยแพทย์ ฯลฯ
“ประเทศไทย มีกฎหมายห้ามพนันออนไลน์ ห้ามหวยใต้ดิน ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า และกฎหมายที่ไม่ให้กัญชาเสรี แต่การที่ยังมีผู้ละเมิดกฎหมายจำนวนมากนั้นไม่ใช่เพราะไม่มีกติกา หรือไม่มีกฎหมาย แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่บังคับกฎหมายอย่างจริงจังเท่านั้น” ปานเทพ ระบุ
ปานเทพ ทิ้งท้ายว่า ชื่นชมและสนับสนุนกับการเปิดโปงเพื่อต่อต้านส่วยตำรวจของ ชูวิทย์ อย่างกล้าหาญมาโดยตลอด แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นแย้งและไม่เห็นด้วยในเรื่องกัญชา
อ่านเพิ่มเติม: ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
พร้อมเล่าประสบการณ์ตรง จากการใช้กัญชาทางการแพทย์ รักษาอาการเจ็บป่วย อาทิ บิดา และภรรยา สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ป่วยโรคมะเร็ง แอบใช้น้ำมันกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ในการระงับอาการทุกข์ทรมานในโรงพยาบาล ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงมีแรงบันดาลใจว่าจะต้องหาทางปลดล็อกกัญชา เพื่อให้เกิดเสรีทางการแพทย์ให้ได้
“ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ผมและคณะรวมตัวกันเรียกว่า เครือข่ายประชาสังคมกัญชาทางการแพทย์ ทำหนังสือเพื่อพบทุกพรรคการเมืองให้สนับสนุนกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ก่อนการเลือกตั้ง มีพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวที่รับนัดแต่ก็ไม่มีการประกาศนโยบายหาเสียงใดๆ แต่ปรากฏว่ามีพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียวเท่านั้นที่ประกาศจะให้มีเสรีกัญชาทางการแพทย์ การเคลื่อนไหวของผมและคณะ จึงมาก่อนพรรคภูมิใจไทยจะเสนอนโยบายกัญชา จนถึงวันนี้ผมก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และไม่ได้เป็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย เลยด้วย” ปานเทพ ระบุ
ปานเทพ ระบุด้วยว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด มีเหตุผลในการรองรับ 5 ประการ ได้แก่
1. กัญชาเสพติดยากกว่าเหล้าและบุหรี่ หรือนับตั้งแต่สูบบุหรี่มวลแรกคนๆนั้นจะมีโอกาสติดบุหรี่สูงสุดร้อยละ 67.5 นับตั้งแต่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีโอกาสติดแอลกอฮอล์สูงสุดร้อยละ 22.7 แต่นับตั้งแต่สูบกัญชามวลแรกมีโอกาสติดกัญชาสูงสุดเพียงร้อยละ 8.9 แต่บุหรี่และเหล้าสามารถซื้อและขายได้แม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ
2. กัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ แพทยสภา ยอมรับว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันรักษาได้หลายโรค ในขณะที่กัญชาเป็นสมุนไพรที่ปรากฏอยู่ในตำรับยาแผนไทยของชาติมากถึง 162 ตำรับ
3. ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงกัญชาทางการแพทย์ในระบบกระทรวงสาธารณสุข ต้องแอบลักลอบใช้เองอย่างผิดกฎหมาย
4. กัญชามีบทบาทต่อการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด ได้รายงานผลการศึกษาติดตามสถานการณ์การใช้และการให้บริการกัญชาทางการแพทย์ระยะที่สอง ช่วงปี 2563-2564 พบว่าผู้ที่ใช้กัญชา สามารถลดและเลิกยาแผนปัจจุบันได้ถึงร้อยละ 58 ซึ่งแปลว่าน่าจะมีผู้เสียผลประโยชน์จากยอดขายยาแผนปัจจุบันที่ตกลงด้วย ลดความเสี่งจากการเป็นโรคเบาหวาน และมะเร็ง
5. กัญชาช่วยลดปัญหายาเสพติดที่รุนแรง หรือก่อปัญหาความรุนแรง (Harm Reduction) เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ เหล้า ฯลฯ
นอกจากนี้ การศึกษาสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในประเทศไทย ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการเปิดให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ มีผู้ป่วยซึ่งเสพติด 'ยาบ้า' ได้เข้ารับการบำบัดรักษาทั้งสิ้น 206,444 คน แต่เมื่อกัญชามีการใช้กันอย่างกันอย่างกว้างขวางในปีงบประมาณ 2565 ปรากฏว่ามีผู้ป่วยติดยาบ้าที่ต้องได้รับการบำบัดลดลงเหลือเพียง 100,454 คน ซึ่งแปลว่ามีผู้ป่วยยาบ้าที่เข้ารับการบำบัดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ‘ลดลง’ จากปี พ.ศ. 2562 จำนวนมากถึง 105,990 คน คือลดการบำบัดรักษายาบ้าไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งหรือคิดเป็นร้อยละ 51.34 และเป็นผลทำให้ยาบ้าราคาตกลงอย่างมากในปัจจุบันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปานเทพ ยังระบุด้วยว่า บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับกัญชาได้ เพราะกัญชาเสพติดยากกว่าและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าบุหรี่ โดยเฉพาะกัญชาเป็นพืชที่ร่างกายมนุษย์มีสารและตัวรับเป็นระบบกัญชาในระบบสารสื่อประสาทและระบบภูมิคุ้มกันในแทบทุกอวัยวะมาตั้งแต่กำเนิดที่เรียกว่า Endocannabinoid System กัญชาจึงมีสรรพคุณต่างจากพืชอย่างอื่นที่ชาวบ้านมีภูมิปัญญาในการใช้ด้วยข้อบ่งใช้ล้ำหน้าและหลากหลายไปมากกว่างานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันไปอย่างมากแล้ว
ปานเทพ ย้ำว่า ในวันนี้ความจริง ‘กัญชาไม่ได้เสรี’ เพราะมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศกระทรวงเกษตร ประกาศกระทรวงศึกษา เป็นกฎหมายมากกว่า 12 ฉบับ เช่น ห้ามจำหน่ายให้เด็กเยาวชน สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร, ห้ามโฆษณา, ห้ามขายในโรงเรียน, ห้ามขายในศาสนสถาน, ห้ามขายออนไลน์, ห้ามใส่ช่อดอกในอาหาร, และห้ามสูบในร้านจำหน่ายกัญชา ยกเว้นเป็นการสูบเพื่อทางการแพทย์โดยแพทย์ ฯลฯ
“ประเทศไทย มีกฎหมายห้ามพนันออนไลน์ ห้ามหวยใต้ดิน ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า และกฎหมายที่ไม่ให้กัญชาเสรี แต่การที่ยังมีผู้ละเมิดกฎหมายจำนวนมากนั้นไม่ใช่เพราะไม่มีกติกา หรือไม่มีกฎหมาย แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่บังคับกฎหมายอย่างจริงจังเท่านั้น” ปานเทพ ระบุ
ปานเทพ ทิ้งท้ายว่า ชื่นชมและสนับสนุนกับการเปิดโปงเพื่อต่อต้านส่วยตำรวจของ ชูวิทย์ อย่างกล้าหาญมาโดยตลอด แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นแย้งและไม่เห็นด้วยในเรื่องกัญชา
อ่านเพิ่มเติม: ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์



