‘พริษฐ์’ ชี้เหตุรัฐบาลไม่จริงใจทำรัฐธรรมนูญใหม่

15 พ.ค. 2569 - 14:21

  • ‘พริษฐ์’ ชี้เหตุรัฐบาลไม่จริงใจทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะ รธน.60 เป็นปุ๋ยชั้นดีของ ‘ระบอบตั๋วสีน้ำเงิน’

  • ตั้งคำถามหากไม่พร้อมทำตามคำสั่งประชาชนจากผลประชามติ แล้วตอนนี้รัฐบาลทำตามคำสั่งใคร

‘พริษฐ์’ ชี้เหตุรัฐบาลไม่จริงใจทำรัฐธรรมนูญใหม่

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวาระการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยพริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้มีมติยืนยันส่งร่างดังกล่าวกลับมาที่รัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อ

พริษฐ์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติ โดยผลประชามติชี้ชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง เห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 นั้น มีปัญหา ที่จะแก้ไขเพียงบางมาตราไม่เพียงพอ แต่จำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำฉบับใหม่

นับตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา คิดว่า สังคมได้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เราเห็น กกต.รายงานผลล่าช้า นับคะแนนผิดพลาด สอดไส้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง แต่ประชาชนทำอะไรไม่ได้ เราเห็น สตง.ใช้วาระครบรอบ 1 ปีตึกถล่ม ไปกับการปล่อยมิวสิกวิดีโอใหม่ แทนที่จะแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม เราเห็นประธานรัฐสภาคนก่อน ปัดตกข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคลิปหลุดตนเองกับ ป.ป.ช. เราเห็น ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์เสมือนเป็นการฟอกขาวให้กับอดีตรัฐมนตรีในคดีซุกหุ้น และเราเห็น กกต. ขยับเข้าใกล้การเป่าคดีให้กับนายกฯ และ สว.หลายคนในคดีฮั้ว สว.

ปัญหาของประเทศรุนแรงขนาดนี้ เสียงของประชาชนชัดเจนขนาดนี้ แต่รัฐบาลกลับทำตัวนิ่งเฉย ปฏิเสธความรับผิดชอบ และอ้างว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของรัฐสภา ส่วนตัวทราบดีว่าในเชิงขั้นตอนทางกฎหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 หมวด 15/1 เพื่อเพิ่มกลไกเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมาดำเนินการที่ “รัฐสภา” แต่จะบอกว่า ครม. ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวเลย ก็คงจะไม่ใช่

โดยรูปธรรม ครม. มี 2 ทางเลือกที่ทำได้ ทางเลือกที่ 1 ครม. มีมติก่อนวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อนำ 2 ร่างเดิม ที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว กลับมาเสนอให้รัฐสภาลงมติยืนยันให้ไปต่อในวันนี้ แต่หาก ครม. ไม่เห็นด้วยกับ 2 ร่างเดิม ทางเลือกที่ 2 ที่ ครม. ทำได้ คือประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยกับร่างเดิมเพราะอะไร และจะเสนอร่างใหม่เข้ามาที่รัฐสภาในนาม ครม. เมื่อไหร่ แต่ปัญหาคือ มาถึงวันนี้ ครม. ไม่เลือกสักทาง ร่างเดิมก็ไม่ยืนยัน และปล่อยให้ตกไปโดยไร้คำอธิบายที่สมเหตุสมผล จะเสนอร่างใหม่ก็ไม่มีความชัดเจน แม้แต่คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว

พริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวตั้งใจฟังข้ออ้างต่างๆ ที่นายกฯ หรือรัฐบาลได้หยิบยกมาตลอดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับตามตรงว่าฟังไม่ขึ้นแม้แต่ข้อเดียว ข้อแรก นายกฯ บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ “รัฐสภา” ไม่เกี่ยวกับ ครม. ตนก็งงว่า ท่าทีของรัฐสภาจะไม่เกี่ยวกับท่าทีของ ครม. ได้อย่างไร ในเมื่อ สส. 300 กว่าคน ก็มาจากพรรคที่รวมตัวกันอยู่ใน ครม. ยังไม่นับ สว. หลายคน ที่ว่ากันว่าได้รับอิทธิพลทางความคิดจากทางท่านนายกฯ ไม่น้อย

ข้ออ้างที่สอง สส. รัฐบาลบอกว่า จะขยับเรื่องนี้ในช่วงท้ายของรัฐบาล ขอถามกลับว่า ท่านรู้ได้อย่างไรว่า ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงท้ายของรัฐบาลท่านแล้ว พริษฐ์ไม่ใช่นอสตราดามุส แต่ก็เชื่อว่า หากมีรัฐบาลไหนที่ฉวยโอกาสจากความทุกข์ร้อนของประชาชน โดยปล่อยให้มีคนร่ำรวยจากการกักตุนน้ำมัน เชื่อว่า รัฐบาลนั้นคงจะอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน

ส่วนข้ออ้างที่สาม มีรัฐมนตรีและ ส.ส. รัฐบาลบางคนบอกว่า ยังขยับเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ทำให้ตนเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ ประเทศของเรามีรัฐบาลที่ทำมากกว่า 1 เรื่องไม่ได้ และหากจะอ้างปากท้องของประชาชน ตนก็ต้องตั้งคำถามต่อว่า แล้วการที่รัฐบาลเอาเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพื่อสอดไส้โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาท เข้าไปใน พ.ร.ก.ฉบับเดียวกัน เพื่อหนีการตรวจสอบของสภา เป็นแนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างไร

พริษฐ์ เชื่อว่า ข้ออ้างเหล่านี้ รัฐบาลก็รู้ดีว่าฟังไม่ขึ้น พอสังคมไม่ซื้อข้ออ้างของท่าน เมื่อวานท่านก็แก้เก้อ โดยการบอกว่า แม้คณะรัฐมนตรีจะไม่เสนอร่าง แต่พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมกันในสัปดาห์หน้า เพื่อเคาะและเสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาที่รัฐสภา แน่นอนว่าในมุมหนึ่ง ส่วนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ร่างดังกล่าวมีเนื้อหาอย่างไร มีข้อเสนอในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความพยายามเพื่อให้เกิดการกินรวบการกำหนดเนื้อหาของฉบับใหม่หรือไม่

แต่อีกมุมหนึ่ง ก็เกิดข้อสงสัยว่าหากเรายึดตรรกะของรัฐบาลว่ายังขยับเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาเรื่องปากท้องก่อน นั่นหมายความว่า ตอนนี้ สส. ภูมิใจไทย ไม่สนใจเรื่องปากท้องแล้วหรือไม่ การแก้เก้อของรัฐบาล จึงไม่สามารถหักล้างความรู้สึกของพี่น้องประชาชนได้ ว่าการกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้แสดงออกถึงความจริงใจในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

มาถึงวันนี้ จึงได้ข้อสรุปว่าเหตุผลที่รัฐบาลไม่จริงใจเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาปากท้องก่อน แต่เหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะท่านนายกฯ รัฐบาล และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่เป็นปุ๋ยชั้นดีและแหล่งบ่มเพาะ “ระบอบตั๋วสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นปัญหาในการเมืองไทยอยู่ทุกวันนี้

เป็นเพราะท่านนายกฯ ได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ จากกติกาการได้มาซึ่ง สว. ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และเปิดช่องให้เกิดการฮั้ว เป็นเพราะท่านนายกฯ ได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ กับการมี กกต. ที่ไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งแย่แค่ไหน จะเป่าคดีของท่านหรือไม่อย่างไร ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ และเป็นเพราะท่านนายกฯ ได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ จากการมี ป.ป.ช. ที่หากวันหนึ่งพร้อมจะออกมาปกป้องเครือข่ายและพรรคพวกของท่าน ฝ่ายค้านก็ทำอะไรกับ ป.ป.ช. ก็ยาก เพราะเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช. จะไปไม่ถึงศาล หากไม่ได้รับการอนุญาตจากประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นพรรคเดียวกันกับรัฐบาล

ดังนั้นในวันนี้ที่ ครม. ตัดสินใจปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม 2 ฉบับตกไป ตนเห็นว่าหากท่านไม่สามารถพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนสิ้นข้อสงสัยได้ว่าท่านพร้อมจะทำตาม “คำสั่ง” ของประชาชน ในการเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนจริงๆ และพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ประชาชนก็จะอดสงสัยไม่ได้ว่า หากรัฐบาลชุดนี้ไม่ฟัง “คำสั่ง” ของประชาชน แล้วรัฐบาลชุดนี้กำลังฟัง “คำสั่ง” ของใคร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์