นายแพทย์ วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎรกมธ.กิจการศาลฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องการตรวจสอบเรื่องคดีฮั้ว สว. และการดำเนินงานของสำนักงาน กกต. ในการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.
โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ประกอบด้วย อัยการสูงสุด, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นักวิชาการ, และผู้แทนภาคประชาชน
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะกมธ.กิจการศาลฯ ได้ตั้งคำถาม 5 ประเด็นถึง กกต. ว่า ประเด็นแรกต้องการให้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษ ประเด็นที่สองต้องการสอบถามการทำหน้าที่ของคณะไต่สวนชุดที่ 36 โดยเข้าใจว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ประเด็นที่สาม ต้องการทราบประเภทและที่มาของพยานหลักฐานที่อยู่ในการพิจารณาของคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 รวมถึงที่มาของการจัดตั้งคณะดังกล่าว ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคณะอนุไต่สวนพิเศษ ขณะที่ประเด็นที่สี่ ต้องการสอบถามการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. สืบเนื่องจากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่และมีผู้ร้องยื่นเรื่องต่อวิปฝ่ายค้านและคณะกรรมาธิการ
ส่วนประเด็นที่ห้า ต้องการทราบแนวทางการดำเนินงานในช่วงเวลากว่า 10 วันที่เหลือของการพิจารณาคดี รวมถึงรายละเอียดของคณะชุดที่ 26 และ 36 ว่ามีที่มาและองค์ประกอบอย่างไร การลงมติของคณะชุดที่ 36 เป็นอย่างไร หากกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันจะดำเนินการอย่างไร และแต่ละคณะได้เสนอแนะแนวทางต่อกกต. อย่างไร รวมถึงส่งเรื่องให้ กกต. เมื่อใด
ด้านครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงว่า การดำเนินการของ กกต. เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งใช้กับการเลือกตั้งระดับชาติทุกประเภท โดยเมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาและผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง หากรับคำร้องจะมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนที่ กกต. แต่งตั้งดำเนินการภายใน 90 วัน ทั้งนี้ คณะสืบสวนไต่สวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หากพบมูลก็จะแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกร้องชี้แจงและนำพยานหลักฐานมาหักล้าง จากนั้นจะสรุปสำนวนภายใน 90 วัน ก่อนเสนอความเห็นตามลำดับชั้น
ครรชิต ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หลังสำนวนเข้าสู่ส่วนกลาง จะอยู่ในความรับผิดชอบของรองเลขาธิการ กกต. ที่กำกับดูแลภารกิจสืบสวนไต่สวน 2 คน คือ ตนเองและชนินทร์ โดยเลขาธิการ กกต. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนโดยตรง เมื่อพิจารณาแล้วจะมีเวลาอีก 60 วันในการจัดทำความเห็นเสนอเลขาธิการ กกต. ก่อนส่งเข้าสู่คณะอนุวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่ง กกต. แต่งตั้งไว้ 35 คณะ โดยแต่ละคณะมีเวลาพิจารณา 90 วัน ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต. เพื่อมีมติ
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละขั้นตอนของการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัดหรือส่วนกลาง ยังสามารถสั่งให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วน
ด้านร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงต่อว่า ในเรื่องขององค์ประกอบคณะกรรมการที่ได้ถามมา เป็นเรื่องแตกต่างกันในการทำหน้าที่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนไว้ 25 คณะ เมื่อมีสำนวนมาเยอะมาก และเห็นว่าสำนวนของสว.มีความสำคัญ ที่มีพยานหลักฐานมากจึงตั้งคณะกรรมการไต่สวนสืบสวน ขึ้นมาใหม่อีกคณะ คือคณะที่ 26 ที่ตนเองได้เป็นประธาน โดยทำงานร่วมกับ DSI มีองค์ประกอบประมาณ 20 คน
ส่วนอีกคณะคือคณะอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง เป็นเรื่องที่คณะกรรมการไต่สวนสืบสวน คณะที่ 26 ทำความเห็นแล้ว ก็จะส่งไปให้รองเลขาธิการ กกต.คือครรชิต เมื่อทำความเห็นแล้วก็จะไปเข้าคณะ อนุวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งมี 35 คณะ ซึ่งกกต.มองว่าสำนวนนี้มีความละเอียดอ่อนและสำคัญ มีเนื้อหาจำนวนมากจึงตั้งคณะใหม่ขึ้นมาอีก 1 คณะ เป็นคณะที่ 36
ทำให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า หากเหตุผลในการตั้งคณะชุดที่ 36 มาจากปริมาณคดีและเอกสารจำนวนมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีดีเอสไอเข้ามาร่วมดำเนินการ จึงอยากทราบว่ามีการตั้งคณะชุดที่ 27 หรือ 28 ในลักษณะเดียวกันหรือไม่
ด้านร.ต.อ.ชนินทร์ ตอบว่า สำนวนเข้ามาเยอะ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นพิเศษด้วย ส่วนคณะ 27 และ 28 ยังไม่มี คณะที่ 35 มีองค์ประกอบแค่ 5 ท่าน การพิจารณาอาจจะไม่ละเอียดจึงตั้งคณะที่ 36 ขึ้น ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
พริษฐ์ ถามต่อว่า คณะไต่สวนที่ 26 ที่บอกว่าตั้งขึ้นมาพิเศษ เพราะมีรายละเอียดเยอะและเป็นคดีสำคัญ และก่อนหน้าคดีนี้ มีการตั้งในลักษณะแบบนี้มาก่อนหรือไม่และในครั้งก่อนๆมีแค่ตัวแทนเฉพาะกกต. หรือว่ามีตัวแทนจาก DSI เข้ามาด้วย
ส่วนการตั้งคณะที่ 36 ในลักษณะเดียวกัน แต่สังเกตได้ว่ามีเฉพาะตัวแทนของกกต. จึงอยากถามว่าตั้งแต่ย้อนหลังไปรัฐธรรมนูญ 60 มีการตั้งคณะอนุพิเศษ 36 ขึ้นมาพิจารณาคดีใดบ้าง และตอนที่มีการเสนอชื่อ รายชื่ออนุกรรมการ 7 คน ที่มีการเสนอชื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบอยู่แล้วหรือไม่ ว่าใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี ที่คณะอนุที่ 36 จะต้องไปพิจารณา
ครรชิต กล่าวว่า ที่มาของคณะกรรมการสืบตัด มีที่มาจาก พนักงานของเราที่ผ่านการอบรม แต่ก็มีข้อยกเว้น กรณีที่ต้องใช้เทคนิค วิธีที่จะทำการสืบไต่ที่เราไม่สามารถที่จะทำได้ สามารถที่จะแต่งตั้งบุคคลภายนอกและส่วนราชการต่างๆมาช่วยได้ ระเบียบเราเปิดช่องอยู่ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ใช้ทางเทคนิคเยอะ และศักยภาพของเราจะไปไม่ถึงจึงต้องมี DSI เข้ามาช่วย
ในส่วนของคณะอนุวินิจฉัย 35 คณะ คือตัวแทนกกต.ทั้งหมด และ 35 คณะมีอยู่ 5 ท่าน และกกต.เห็นว่า สำนวนที่ขนาด 26 ทำ เอกสารและเทคนิคเยอะ จึงต้องตั้งคณะพิเศษขึ้นมา ส่วนที่ผ่านมา ก็เคยทำในลักษณะนี้ และคณะอนุวินิจฉัย ตั้งแต่คณะที่ 1 ถึง 36 เป็นตัวแทนของกกต.อยู่แล้วส่วนคณะไต่สวนมีมาผสมเป็นปกติอยู่แล้ว
ช่วงท้ายการประชุม นายแพทย์วาโย กล่าวว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภายังมีข้อซักถามอีกหลายประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ในที่ประชุม และจำเป็นต้องตอบกลับเป็นหนังสือในภายหลัง
โดยคณะกรรมาธิการจะรวบรวมคำถามทั้งหมดที่ได้มีการบันทึกไว้ในระหว่างการประชุม ก่อนนำมาเรียบเรียงถ้อยคำให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการ จากนั้นจะจัดส่งให้ กกต. เพื่อพิจารณาชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งกลับมายังคณะกรรมาธิการต่อไป



