‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ หรือ ‘ไอติม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความกังวลต่อกรณีที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยมีใจความว่า
‘พริษฐ์’ ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการประชุมครม.วานนี้ (14 ก.ย.) เป็นเพียง ‘ข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี’ (ไม่ใช่ มติ ครม.) ที่มอบหมายให้ ‘ภูมิธรรม’ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ‘พรรคเพื่อไทย’ เคยประกาศว่า ในการประชุมครม. นัดแรก ‘จะมีมติให้ทำประชามติ และจัดตั้ง สสร.’ เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สิ่งที่เกิดขึ้น ‘พริษฐ์’ มองว่าอาจมีประชาชนบางส่วนพอยอมรับ แต่บางคนอาจสงสัยว่า ‘แล้วทำไมถึงไม่ศึกษาให้ครบถ้วนก่อนประกาศกับประชาชน’ เพราะในข้อเท็จจริง แนวทางเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. และการทำประชามติ เป็นประเด็นที่ถูกพิจารณาถกเถียงกันมาโดยละเอียด และต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม จนเคยได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายทางการเมืองเห็นตรงกันมาแล้ว
‘พริษฐ์’ ย้ำว่า เขามีความกังวลว่าการตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการยื้อเวลา และเปิดช่องให้เครือข่ายอำนาจเดิม เข้ามาแทรกแซงและสกัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
แต่หากรัฐบาลยืนยันว่าข้อกังวลที่ว่ามานี้ไม่เป็นจริง แนะนำว่ารัฐบาลควรชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน ถึงองค์ประกอบการทำงานและกรอบเวลา
ย้ำ ‘พรรคก้าวไกล’ ยังคงยืนยัน หากไม่อยากยื้อเวลาหรือยอมต่ออำนาจเดิม ทางออกที่เรียบง่ายที่สุดคือการที่ ครม. ออกมติให้เดินหน้าจัดทำประชามติ เพื่อสอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับหลักการของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. เลือกตั้ง เพราะหากประชาชนทั่วประเทศเห็นชอบอย่างท่วมท้น ผลประชามติและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นอาวุธที่สำคัญและชอบธรรมที่สุด ในการฝ่าฟันแรงเสียดทานจากเครือข่ายอำนาจเดิมและเดินหน้าสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
‘พริษฐ์’ ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการประชุมครม.วานนี้ (14 ก.ย.) เป็นเพียง ‘ข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี’ (ไม่ใช่ มติ ครม.) ที่มอบหมายให้ ‘ภูมิธรรม’ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ‘พรรคเพื่อไทย’ เคยประกาศว่า ในการประชุมครม. นัดแรก ‘จะมีมติให้ทำประชามติ และจัดตั้ง สสร.’ เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สิ่งที่เกิดขึ้น ‘พริษฐ์’ มองว่าอาจมีประชาชนบางส่วนพอยอมรับ แต่บางคนอาจสงสัยว่า ‘แล้วทำไมถึงไม่ศึกษาให้ครบถ้วนก่อนประกาศกับประชาชน’ เพราะในข้อเท็จจริง แนวทางเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. และการทำประชามติ เป็นประเด็นที่ถูกพิจารณาถกเถียงกันมาโดยละเอียด และต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม จนเคยได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายทางการเมืองเห็นตรงกันมาแล้ว
‘พริษฐ์’ ย้ำว่า เขามีความกังวลว่าการตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการยื้อเวลา และเปิดช่องให้เครือข่ายอำนาจเดิม เข้ามาแทรกแซงและสกัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
แต่หากรัฐบาลยืนยันว่าข้อกังวลที่ว่ามานี้ไม่เป็นจริง แนะนำว่ารัฐบาลควรชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน ถึงองค์ประกอบการทำงานและกรอบเวลา
ย้ำ ‘พรรคก้าวไกล’ ยังคงยืนยัน หากไม่อยากยื้อเวลาหรือยอมต่ออำนาจเดิม ทางออกที่เรียบง่ายที่สุดคือการที่ ครม. ออกมติให้เดินหน้าจัดทำประชามติ เพื่อสอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับหลักการของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. เลือกตั้ง เพราะหากประชาชนทั่วประเทศเห็นชอบอย่างท่วมท้น ผลประชามติและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นอาวุธที่สำคัญและชอบธรรมที่สุด ในการฝ่าฟันแรงเสียดทานจากเครือข่ายอำนาจเดิมและเดินหน้าสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย




