สสร.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

23 ธ.ค. 2566 - 10:32

  • ‘พริษฐ์’ ย้ำรัฐธรรมนูญใหม่ควรถูกร่างโดย สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

  • ยืนยันสามารถออกแบบระบบเลือกตั้งให้มีตัวแทนจากผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลายได้ โดยทุกคนยังมาจากการเลือกตั้ง 100%

parit_constituent_assembly_from_vote_all_SPACEBAR_Hero_62e08eeab8.jpg

พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี นิกร จำนง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ ของรัฐบาล ระบุมีข้อเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ทั้งหมด 100 คน แบ่งเป็น 77 คนมาจากการเลือกตั้ง (จังหวัดละ 1 คน) และ 23 คนที่คัดเลือกโดยรัฐสภา จากกลุ่มผู้มีความเชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ กลุ่มความหลากหลาย  ซึ่งจะทำให้เป็น สสร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

พริษฐ์ กล่าวว่า ตนเองและพรรคก้าวไกลยืนยันมาตลอดว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรถูกร่างโดย สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะจะทำให้กระบวนการมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมากที่สุด รวมถึงเปิดกว้างมากที่สุดต่อความเห็นที่แตกต่างหลากหลายและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม

“เราเห็นต่างกันได้ว่า สสร. ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าต้องตั้งหลักกันให้ชัดว่า เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง ‘การมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด’ กับ ‘การมี สสร. ที่มีพื้นที่ให้กับผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลาย’ เพราะเราสามารถมีทั้งสองอย่างได้ หากเราต้องการ ผ่านการออกแบบระบบเลือกตั้ง” พริษฐ์ กล่าว

พริษฐ์ กล่าวว่า ถึงแม้เรายอมเดินหน้าตามสมมุติฐานว่าเราต้องรับประกันพื้นที่ให้กับผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลาย ใน สสร. ทั้งที่ความจริงสมมุติฐานนี้ยังมีคนที่มีความเห็นที่แตกต่าง เช่น บางคนมองว่าผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน สสร. แต่ให้อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการยกร่าง บางคนมองว่ากลุ่มดังกล่าวก็ควรจะลงสมัครรับเลือกตั้งผ่านกระบวนการเดียวกับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม เราสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ โดยยังคงหลักการว่า สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

พริษฐ์ กล่าวอีกว่า กรอบคิดสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้คือการมองว่า สสร. ไม่จำเป็นต้องมี สสร. ประเภทเดียว แต่อาจประกอบไปด้วย สสร. ที่แบ่งออกเป็นหลายประเภทที่ล้วนมาจากการเลือกตั้ง คล้ายกับ สส. ที่ปัจจุบันมีการแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั้นคือ สส. แบบแบ่งเขต และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ

โดยทางเลือกหนึ่งคือการแบ่ง สสร. ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท ก. คือ สสร. ประเภท ตัวแทนพื้นที่, ประเภท ข. คือ สสร. ประเภท ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ เช่น นักวิชาการด้านกฎหมาย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ ผู้มีประสบการณ์การเมืองในระบบ ผู้มีประสบการณ์การเมืองภาคประชาชน และ ประเภท ค. คือ สสร. ประเภท ตัวแทนกลุ่มความหลากหลาย เช่น เยาวชน กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มคนพิการ โดย สสร. ทั้ง 3 ประเภทนั้นมาจากการเลือกตั้งทางตรงทั้งหมด โดยใช้วิธีให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคน มีบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 3 ใบ ได้แก่

1.บัตรเลือกตั้ง ก. คือ เลือก สสร.ประเภทตัวแทนพื้นที่ โดยอาจใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง

2.บัตรเลือกตั้ง ข. คือ เลือก สสร.ประเภทตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ โดยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ที่สนใจเป็น สสร. และผ่านคุณสมบัติที่กำหนด สมัครเข้ามา เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์ และเปิดให้ประชาชนเลือกผ่านคูหาเลือกตั้งว่าต้องการผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์เป็นตัวแทนของเขาในฐานะ สสร. ประเภท ข.

3.บัตรเลือกตั้ง ค. คือ เลือก สสร. ประเภทตัวแทนกลุ่มความหลากหลาย โดยเปิดให้ประชาชนที่สนใจเป็น สสร. ตัวแทนกลุ่มความหลากหลาย สมัครเข้ามาโดยระบุในกระบวนการสมัครและการรณรงค์หาเสียงว่าตนเป็นตัวแทนกลุ่มความหลากหลายกลุ่มใดหรือในมิติใด โดยจะกำหนดหมวดหมู่ต่างๆ เป็นการเฉพาะหรือไม่ก็ได้ เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นตัวแทนกลุ่มความหลากหลายต่างๆ และเปิดให้ประชาชนเลือกผ่านคูหาเลือกตั้งว่าต้องการผู้สมัครคนใดเป็นตัวแทนกลุ่มความหลากหลายต่างๆ ในฐานะ สสร. ประเภท ค.

พริษฐ์ กล่าวว่า ระบบเลือกตั้งแบบนี้ เป็นเพียงระบบหรือวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรามี สสร. ที่มีตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลายได้ โดยที่ สสร. ทุกคนยังคงมาจากการเลือกตั้ง 100% นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายระบบหรือวิธีที่เป็นไปได้เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์เดียวกัน ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการภายใต้คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเป็นประธาน ซึ่งเคยเชิญคุณนิกรและตัวแทน คณะกรรมการศึกษาฯ ของรัฐบาล มาร่วมประชุมก่อนหน้านี้ ได้ศึกษา-จัดทำข้อเสนอ และกำลังเรียบเรียงเป็นรายงานเพื่อส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎร-คณะรัฐมนตรี-ประชาชน พิจารณาอย่างเป็นทางการในต้นเดือนมกราคม

โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าใจดีว่าเรามีจุดยืนที่ต่างกันได้ว่า สสร. ควรจะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งความจริง พรรคก้าวไกลเสนอให้เป็น 1 คำถามรองในการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจโดยตรง แต่โปรดอย่าใช้เหตุผลว่าเราต้องมีพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลาย ใน สสร. มาเป็นเหตุผลในการบอกว่าเราไม่ควรมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะหากเราออกแบบระบบเลือกตั้งกันอย่างรอบคอบ เราสามารถมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ที่ยังคงมีพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์-กลุ่มความหลากหลายได้ หากเราประสงค์ให้มี โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์