เรียกได้ว่า ‘รับแรงกระแทก’ ไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวสำหรับ ‘พรรคประชาชน’ ภายหลัง สส.ของพรรคได้อภิปรายเรื่อง ‘สิทธิแรงงานเมียนมา’ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบไฟลามทุ่ง ทั้งจากฝ่ายตรงข้ามและคนที่หนุนพรรค กระทั่งกลายมาเป็นกระแสแฮชแท็ก #พรรคประชาชนพม่า เต็มโซเชียลมีเดีย
เรื่องนี้ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า พรรคประชาชนยินดีชี้แจง เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อย
ยืนยันว่าแนวทางของพรรคประชาชน, อะไรก็ตามที่เป็นปัญหาต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จะต้องหยิบขึ้นมาพูดคุยกันตรงไปตรงมา แม้ว่าจะมีความละเอียดอ่อน
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
พริษฐ์ ชี้แจงว่า ปัจจุบันไทยมีแรงงานเมียนมาอยู่ประมาณ 6 ล้านกว่าคน เกินครึ่งไม่ได้อยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความท้าทายในการบริหารจัดการของรัฐบาล เมื่อเข้ามาไม่ถูกตามกฎหมายก็จะเกิดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น
และภาครัฐไม่มีฐานข้อมูลในการบริหารจัดการ เกิดความท้าทายเรื่องปัญหาสังคม รัฐกำกับดูแลยากขึ้น รัฐไม่มีฐานข้อมูลว่าแรงงานเมียนมาเข้ามาประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมใดบ้าง
ถ้าต้องการบริหารจัดการปัญหานี้อย่างตรงจุด ป้องกันปัญหาทุจริตคอรัปชั่น และปัญหาอาชญากรรมที่ตามมา จัดหาแรงงานเมียนมา ให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการไทย อย่างเป็นระบบ จะต้องดึงแรงงานเมียนมานอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อให้มีฐานข้อมูลทำให้ปัญหาต่างๆ ถูกแก้ไขและเป็นประโยชน์กับประชาชนคนไทย
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
ส่วนข้อกังวลที่คนเมียนมาจะเข้ามาใช้สิทธิเทียบเท่ากับคนไทย พริษฐ์ บอกว่า ถ้ารัฐจะเข้ามาบริหารจัดการเรื่องนี้ จะต้องรู้ก่อนว่า ปัจจุบันแรงงานเมียนมาประกอบอาชีพด้านใดบ้าง แต่ละรัฐไม่มีฐานข้อมูลเหล่านี้
ขอย้ำว่า รัฐจะต้องนำแรงงานเมียนมาเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อคลี่คลายข้อกังวลของคนไทย ซึ่งรายได้ของแรงงานเมียนมาจะเข้าสู่ระบบภาษี ส่งผลให้รัฐจัดการปัญหาให้เป็นระบบมากขึ้น
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
ขณะที่การผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเสนอกฎหมาย ขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนการเสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาล จึงมี สส.อภิปรายเรื่องดังกล่าวในการแถลงนโยบายไปแล้ว




