พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมเมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่า มีตัวแทนจากพรรคการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน และ สว. เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1
ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มาร่วมประชุมในห้อง กมธ. แต่ได้หารือนอกรอบในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้มีการยืนยันไทม์ไลน์เดิมว่าทั้ง 3 พรรคจะยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในสัปดาห์หน้า
โดยคาดว่าจะพิจารณาวาระ 1 ได้ต้นเดือนตุลาคม และวาระ 2-3 ในเดือนธันวาคม พร้อมยุบสภาฯ ในเดือนมกราคม และจัดทำประชามติรอบแรกในการเลือกตั้ง สส.ทั่วไป คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน และทั้ง 3 พรรคการเมืองก็เห็นตรงกัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีการตั้งกลไกที่ยึดโยงกับประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม และสอง โมเดลสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ของทั้ง 3 พรรคที่จะมีตัวแทนระดับพื้นที่และตัวแทนระดับประเทศ
ขอเชิญชวนประชาชนจับตาดูในอีก 3 ประเด็นเพิ่มเติม คือ 1. กลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และใกล้เคียงกับการเลือกตั้งทางตรงมากที่สุด 2. วิเคราะห์บทบาทของ สว. และ 3. โมเดล สสร. ต้องไม่นำไปสู่โมเดลการกินรวบ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมประชุม กมธ. ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยก็มีคณะทำงานเรื่องนี้อยู่และมีหลายคน? พริษฐ์ กล่าวว่า “สุดท้ายต้องวัดที่ผลสัมฤทธิ์ ว่าสุดท้ายแล้วการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญให้จัดทำประชามติรอบแรกพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้าตาม MOA จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ หากสัปดาห์หน้าพรรคภูมิใจไทยยื่นร่างตามที่ให้คำมั่นไว้ ก็ยังถือว่าเป็นไปตามไทม์ไลน์อยู่ แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและจริงใจในเรื่องนี้”
เมื่อถามถึงท่าทีของ สว. ที่เข้าร่วมประชุม กมธ.? พริษฐ์ กล่าวว่า “สว.ที่เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. เป็นตัวแทนจาก กมธ.พัฒนาการเมืองของวุฒิสภา ซึ่งมีท่าทีสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจนของ สว.เสียงข้างมาก ซึ่งยังไม่เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย และในสมัยการประชุมนี้ยังไม่เคยมีการลงมติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญเลย จึงขอเชิญชวน สว. มาร่วมกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้”
“และเรียกร้องไปถึงพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลให้ทำงานเชิงรุกพูดคุยกับ สว. เพื่อให้ได้เสียง 1 ใน 3 เห็นชอบ โดยพรรคประชาชน พร้อมที่จะเดินสายพูดคุยกับ สว. และจุดวัดใจแรกของ สว. อยู่ที่การพิจารณาวาระแรกว่าจะได้เสียง 1 ใน 3 หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะติดปัญหานี้”
ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล มีความคิดเห็นทางการเมืองที่คล้ายกับ สว. จำนวนไม่น้อย อยากเห็นพรรคภูมิใจไทยทำงานเชิงรุกในการทำความเข้าใจกับ สว. เรื่องนี้
ย้อน ‘19 ปี รัฐประหาร 49’ ปลุกใช้ 4 เดือนข้างหน้าสถาปนา ‘กติกาประเทศฉบับใหม่’
โฆษกพรรคประชาชน ยังให้สัมภาษณ์ถึงวาระครบรอบ 19 ปี “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549” ว่า “วันนี้เป็นวันครบรอบรัฐประหาร มีการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมสูงและมีความเป็นประชาธิปไตยค่อนข้างมาก 19 ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นหลายปัญหา ซึ่งสืบเนื่องมาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ตั้งแต่ปัญหาประชาธิปไตยอ่อนแอลง ทำรัฐประหาร 2 ครั้ง วินิจฉัยนายกรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งให้พ้นจากตำแหน่ง ยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์จำนวนมาก สถาบันการเมืองยึดโยงกับประชาชนน้อยลง”
รวมทั้งยังไม่สามารถมีรัฐบาลที่มีทั้งเสถียรภาพทางการเมือง และความชอบธรรมทางการเมืองควบคู่กันไป เพื่อผลักดันและมอบนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ ทำให้ปัญหาในประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ได้รับการแก้ไข จนนำไปสู่ความทุกข์ร้อนและยากลำบากของประชาชน
นอกจากนี้ ยังเห็นถึงสถานการณ์การทุจริตที่แย่ลง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่การทุจริตยังคงเรื้อรัง หากจะนับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ หรือที่หลายคนยกให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ความโปร่งใสของเรากลับแย่ลงเรื่อยๆ เพราะกลไกการตรวจสอบไม่มีประสิทธิภาพ และถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันทางการเมือง “ไม่ว่าจะเป็นปัญหาประชาธิปไตย การมอบนโยบาย หรือปัญหาการทุจริต มันแย่ลงตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ก็มีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากรัฐประหาร”
ดังนั้น เป็นโอกาสที่ดี ช่วง 4 เดือนข้างหน้าที่เราพยายามจะเปิดประตูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน และขอย้ำว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่วาระของนักการเมือง แต่ต้องเป็นวาระของประชาชนและประเทศ เพราะจะได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมา 19 ปี




