‘ไอติม’ ดักคอเกม ‘ฮั้ว สว.’ ไล่หาคนปล่อยเอกสาร–จับตาเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI

3 ก.ย. 2569 - 13:08

  • ‘พริษฐ์’ เข้าแจง กมธ.ตำรวจ ปมเผยแพร่ข้อมูล “คดีฮั้ว สว.” ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

  • ตั้งคำถามถึงการจัดลำดับความสำคัญของ กมธ. หลังมุ่งตรวจสอบที่มาของเอกสาร

  • เปิดปมกระแส “เปลี่ยนตัวอธิบดี DSI” ตั้งคำถามการโยกย้ายอาจมีผลต่อคดีที่กำลังถูกกล่าวหาหรือไม่

‘ไอติม’ ดักคอเกม ‘ฮั้ว สว.’ ไล่หาคนปล่อยเอกสาร–จับตาเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI

“คดีฮั้ว สว.” ยังไม่ทันคลี่คลาย ปมใหม่ก็ผุดขึ้นซ้อนทับ ทั้งเรื่องที่มาของเอกสารสอบสวนที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ อีกด้านหนึ่ง กระแสข่าวเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI ก็ถูกหยิบขึ้นมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและผลต่อคดีที่กำลังอยู่ในสายตาสังคม

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เป็นประธาน พิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารรายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผ่านสื่อสาธารณะช่องทางต่างๆ

กมธ.ได้เชิญ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ผู้บังคับการกองปราบปราม และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw มาให้ข้อมูลต่อ กมธ.

‘ไอติม’ แจงชัด ไม่เคยเผยแพร่เอกสารสอบสวน

พริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าชี้แจงว่า จากหนังสือเชิญของ กมธ. ระบุว่าจะพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารคดีฮั้ว สว. และเชิญตนเองในฐานะผู้เผยแพร่ข้อมูล จึงได้สอบถามกลับไปว่าเป็นเอกสารฉบับใด เพราะตั้งแต่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่เคยนำเอกสารใดมาเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ระบุว่ายังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่เมื่อได้รับเชิญในฐานะ สส. ก็พร้อมทำหน้าที่และให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย พร้อมหวังว่าในอนาคต หาก สส. หรือพรรคการเมืองใดถูก กมธ.ชุดใดเชิญไปตรวจสอบ ก็ควรได้รับความร่วมมือด้วยบรรทัดฐานเดียวกัน

ตั้งข้อสังเกต กมธ.เร่งหาที่มาเอกสาร มากกว่าหาคนผิด

เมื่อถูกถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการเข้าชี้แจงครั้งนี้อาจกลายเป็นเกมการเมือง พริษฐ์ระบุว่าไม่ทราบเจตนาของ กมธ. และไม่ขอก้าวล่วง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

หากข้อกล่าวหาเรื่องการโกง สว. เป็นจริง ย่อมหมายถึงมีความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะ “กินรวบประเทศ” โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน

พริษฐ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดลำดับความสำคัญของ กมธ. โดยระบุว่า ในวันที่สังคมมีความกังวลอย่างมากต่อคดีดังกล่าว แต่ กมธ.ตำรวจกลับให้ความสำคัญกับการตรวจสอบว่าเอกสารและข้อมูลต่างๆ มาจากไหน

“ตัดสินใจแทนประชาชนไม่ได้ ว่าการจัดลำดับความสำคัญแบบนี้ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะ แต่เมื่อตัดสินใจเช่นนี้เชิญมาให้ข้อมูลก็ยินดี ให้ความร่วมมือ”

พริษฐ์ วัชรสินธุ

ย้ำเดินหน้าตรวจสอบ อ้างข้อมูลหลายทางก่อนเปิดเผย

ส่วนกรณี DSI แจ้งความกองปราบปรามเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลคดีฮั้ว สว. พริษฐ์กล่าวว่า ส่วนตัวจะยังเดินหน้าทำงานต่อ โดยที่ผ่านมาได้ชี้แจงมาตลอดว่า การตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ได้รับเบาะแสมาจากหลายทาง

เมื่อได้รับข้อมูลจะมีการไตร่ตรองในเบื้องต้น และหากพบว่าข้อมูลจากหลายแหล่งมีความสอดคล้องกันและมีมูลความจริง จึงนำมาเสนอต่อสาธารณะ ส่วนประเด็นใดที่ยังไม่แน่ใจ จะนำเสนอในลักษณะคำถาม และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือยืนยันอีกครั้ง

พริษฐ์ยังชี้ว่า การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจำเป็นต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ให้เบาะแส โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่พบเห็นการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ

หากไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองที่ชัดเจน ในอนาคตข้าราชการที่พบเห็นพฤติกรรมทุจริตอาจกังวลที่จะออกมาแจ้งเบาะแส เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่ออนาคตการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

จับตากระแสเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI

อีกประเด็นที่พริษฐ์หยิบขึ้นมาตั้งข้อสังเกต คือกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI โดยมีชื่อ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ว่าอาจเข้ามารับตำแหน่งแทน

พริษฐ์ระบุว่า หากกระแสดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง ร.ต.อ.ปิยะ เป็นหนึ่งในคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งพิจารณาคดีฮั้ว สว. และมีความเห็นว่าไม่มีบุคคลใดมีมูลความผิด

ทั้งนี้ พริษฐ์อ้างถึงข้อมูลที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ร.ต.อ.ปิยะ เป็นหนึ่งใน 5 คนที่ลงมติเสียงข้างมากของคณะอนุไต่สวนชุดดังกล่าว

“ผมตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง การเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI เป็นจริง อันนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการ เป็นคุณต่อคดีที่ตนเองถูกกล่าวหาอยู่หรือไม่”

พริษฐ์ วัชรสินธุ

‘วัชรพงศ์’ ยัน กมธ.ต้องหาความจริง ปมเอกสารหลุด DSI

ด้าน วัชรพงศ์กล่าวถึงการประชุม กมธ.ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา DSI ได้ไปร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม กรณีมีบุคคลนำเอกสารไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยเนื้อหาในการร้องทุกข์เป็นประเด็นเกี่ยวกับการทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานของ DSI

ดังนั้น กมธ.จึงนำเรื่องดังกล่าวมาหารือ โดยต้องการตรวจสอบว่าเอกสารของ DSI หลุดออกมาได้อย่างไร และเนื่องจากเอกสารที่ถูกเผยแพร่เป็นข้อมูลจากฝ่ายเดียว กมธ.จึงมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลอย่างรอบด้าน

เมื่อถามว่าจะเป็นการเอาผิดผู้เปิดเผยเอกสารหรือไม่ วัชรพงศ์ระบุว่า ขึ้นอยู่กับกองปราบปรามว่าจะพิจารณาว่าบุคคลที่นำข้อมูลไปเปิดเผยเข้าข่ายความผิดตามมาตราใด

ยืนยันไม่ใช่การสกัดทางการเมือง

กรณีที่ กมธ.ตำรวจอยู่ในสัดส่วนของฝ่ายรัฐบาล และการเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลอาจถูกมองว่าเป็นการสกัดทางการเมืองหรือปิดกั้นการเปิดเผยข้อมูลคดีฮั้ว สว. วัชรพงศ์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ พร้อมย้ำว่า กมธ.ต้องการให้การเปิดเผยเอกสารในอนาคตมีที่มาที่ไปชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยปราศจากข้อมูลรอบด้าน

ส่วนคำถามว่าการที่ DSI แจ้งความกรณีเอกสารหลุด จำเป็นต้องตรวจสอบบุคคลภายใน DSI ด้วยหรือไม่ วัชรพงศ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดเอกสารที่ DSI นำไปแจ้งความ จึงต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง

เขาระบุว่า เรื่องนี้อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของ DSI ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่ประชาชนคาดหวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้าย ดังนั้น หากมีเอกสารหลุดออกมา ต้องตรวจสอบให้ได้ว่าเอกสารหลุดออกมาได้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะอาจมีผลต่อรูปคดีและการปฏิบัติงานของหน่วยงาน

‘ยิ่งชีพ’ ไม่มาให้ข้อมูล เสียดายไม่ได้ฟังที่มาเอกสาร

วัชรพงศ์ยังกล่าวถึงการเชิญ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เปิดเผยข้อมูลว่า กมธ.ได้เชิญมาให้ข้อมูล แต่เจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วมประชุม ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะ กมธ.ต้องการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารที่มีอยู่

วัชรพงศ์ระบุว่า เอกสารที่ยิ่งชีพมีอยู่ค่อนข้างชัดเจน แต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว จึงต้องการทราบว่าเอกสารเหล่านี้ได้มาอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อมีเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ศาลเคยมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น หยุดปฏิบัติหน้าที่และไม่ก้าวก่าย

จึงเห็นว่าประเด็นต่างๆ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และ กมธ.จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

ย้ำหลายพรรคร่วมตรวจสอบ

เมื่อถูกถามย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เกมทางการเมืองใช่หรือไม่ วัชรพงศ์ยืนยันว่าไม่ใช่ พร้อมระบุว่า กมธ.การตำรวจประกอบด้วยสมาชิกจากหลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาชนด้วย

การชี้แจงต่อ กมธ.ตำรวจครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดตัดสำคัญของข้อถกเถียงเรื่องคดีฮั้ว สว. ระหว่างคำถามว่า “ใครเป็นผู้เผยแพร่เอกสาร และเอกสารหลุดออกมาได้อย่างไร” กับคำถามที่ ‘พริษฐ์’ พยายามชี้ให้สังคมหันกลับไปมองว่า “แล้วใครคือผู้ที่อาจกระทำความผิดในคดีฮั้ว สว.”

ขณะที่กระแสข่าวเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI ยังถูกจับตาต่อว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนบุคลากรตามปกติ หรือจะมีนัยต่อคดีที่กำลังอยู่ในความสนใจของสังคม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์