พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายาให้รัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่า เห็นฉายาแล้ว แต่คงไม่กล้าคิดฉายาแข่งกับสื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนพยายามจะอธิบายมาตลอดคือ สภาวะของรัฐบาลตอนนี้เป็นเสมือนกับรัฐบาลที่มีพรรคแกนนำคือพรรคเพื่อไทยเป็นตัวประกัน
“พูดง่ายๆ ถ้าเรามีความเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ตั้งขึ้นมาได้ และดำรงอยู่ได้จากการสนับสนุนของบางกลุ่มที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยจำนวนตัวเลข หรือคณิตศาสตร์ของ สส.ในสภาเพียงอย่างเดียว”
โฆษกพรรค ปชน. กล่าวต่อว่า เราก็จะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ประสบความท้าทายเป็นอย่างมากในการผลักดันนโยบายที่อาจจะไปขัดกับประโยชน์ของกลุ่มดังกล่าว เช่นหากเราเชื่อว่ากลุ่มนั้นคือกลุ่มกองทัพ หากเราเชื่อว่า สว.ที่มาลงมติให้กับรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และทำให้พรรคเหล่านี้มารวมตัวแต่แรก มีความเชื่อมโยงกับกองทัพ เราก็จะเห็นถึงความท้าทายของรัฐบาลในการพยามยามผลักดันการปฏิรูปกองทัพ
หากเราเชื่อว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่มีอิทธิพลทางความคิดกับ สว.ถือว่าเป็นสภาที่มีอำนาจสูงมากตามรัฐธรรมนูญ เราก็จะเห็นความท้าทายในการผลักดันการแก้ไขรับธรรมนูญ “ดังนั้นตนคิดว่านี่คือสภาวะของรัฐบาลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และอีดตัวอย่างคือค่าไฟ หากเราเชื่อว่ารัฐบาลนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยกลุ่มทุนใหญ่บางส่วนที่อยู่ในภาคพลังงาน เราจะเห็นความท้าทายของรัฐบาลที่พยามจะลดค่าไฟให้กับประชาชนหากไปกระทบกลุ่มทุนพลังงานบางกลุ่ม”
เมื่อถามว่าชอบฉายาไหนมากที่สุด พริษฐ์ กล่าวว่า สื่อก็พูดแทนใจประชาขนหลายส่วนแล้ว และขอให้ประชาชนว่ากันไปว่าฉายาไหนตรงใจไม่ตรงใจ อาจจะรู้สึกว่ามีฉายาที่ตรงกับความรู้สึกของเขา แต่ตนคงไม่ไปตัดสินแทนพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับฉายา ‘รัฐบาลพ่อเลี้ยง’ หรือ ฉายา ‘แพทองโพย’ พริษฐ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่สื่อมวลชนจะตั้ง และต่างฝ่ายต่างก็มีสิทธิ์ที่จะมีความเห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานตอบโจทย์หรือไม่
เมื่อถามว่า มองสัมพันธภาพของรัฐบาลตอนนี้อย่างไร เพราะมีข่าวลือว่ารัฐบาลอาจถีบพรรคอีแอบออก พริษฐ์กล่าวว่า ความเป็นเอกภาพของรัฐบาลเป็นสิ่งประชาชนตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่เราเห็นถึงการลงมติ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่ไม่เหมือนกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งสิ่งเหล่านนี้เราก็เห็นมาอย่างต่อเนื่อง เช่นพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย เราก็เห็นความเห็นที่ไม่ตรงกันมาต่อเนื่อง หรือเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ที่ รมว.พลังงานเสนอ นายกฯ ก็ไม่ได้ตอบสนอง หรืออีกหลายส่วนที่มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
"จึงเกิดคำถามว่าตอนที่ร่วมกันมาเป็นรัฐบาลได้คุยกันมากน้อยแค่ไหนถึงวาระที่จะผลักดันร่วมกัน แน่นอนว่าเราไม่ต้องการเห็นพรรคร่วมจะต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่เราคาดหวังว่าตอนที่จับมือร่วมกันตั้งรัฐบาลควรจะคุยกัน ว่านโยบายที่ยังเห็นต่างกันอยู่จะหาข้อยุติอย่างไรเพื่อผลักดันร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและเป็นประโยชน์กับประชาชน"
เมื่อถามถึงภาพตีกอล์ฟระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะช่วยให้มองว่าสัมพันธภาพรัฐบาลยังดีหรือไม่ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเราต้องการจะเห็นรัฐบาลที่เป็นเอกภาพ แต่ต้องเป็นเอกภาพเพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่ใช่เป็นเอกภาพเพื่อผลักดันประโยชน์ให้กับกลุ่มบางกลุ่มเท่านั้น
‘ปชน.’ ยัน ‘ชวาล’ สส.ชลบุรี พร้อมสู้คดี แจ้งบัญชีหาเสียงเป็นเท็จ
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติดำเนินคดีอาญากับ นายชวาล พลเมืองดี สส. ชลบุรี พรรคประชาชน แจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียงอันเป็นเท็จ ว่า นายชวาล มีการชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว และเข้าใจว่าตามข้อกล่าวหาตัวเลขที่มีการคลาดเคลื่อนกันอยู่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท
ทั้งนี้คิดว่านายชวาลพร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง ผ่านกระบวนการทางศาลอย่างเต็มที่ และระหว่างกระบวนการ นายชวาล ยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าทำงานต่อไปในฐานะ สส. และทั้งหมดเป็นสิ่งที่นายชวาลจะต้องไปพิสูจน์ในกระบวนการชั้นศาล
โฆษกพรรค ปชน. กล่าวต่อว่า นายชวาลเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)โรงงาน ที่เป็นผลกระทบต่อพี่น้องชาวชลบุรีพอสมควร และนายชวาลเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบโรงงานที่อาจกระทำผิดกฎหมาย ไปกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เข้าใจว่านายชัชวาลจะเดินหน้าทำงานในส่วนนี้ต่อในระหว่างที่พิสูจน์ตนเองผ่านกระบวนการของศาล




