‘สว.’ เสียงแตก ปมโยกคดีทุจริตกองทัพ

20 ธ.ค. 2567 - 15:07

  • ‘รัฐสภา’ ถกร่างแก้ไข พ.ร.ป.ปราบทุจริต ‘สว.’ เสียงแตก หนุน-ค้าน โยก คดีทุจริตกองทัพ สู่ศาลทุจริต

parliament_20dec2024_SPACEBAR_Hero_d1295c8149.jpg

การประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ... ซึ่งเสนอโดย คณะรัฐมนตรี (ครม.) และฉบับที่เสนอโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปรระชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รวมการพิจารณาไปในคราวเดียวกันแต่ละแยกลงมติ

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ป. ป.ป.ช. ฉบับแก้ไขที่เสนอโดย ครม.นั้น เป็นการเพิ่มเนื้อหาสาระว่าด้วยการกำหนดบทคุ้มครองผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลแก่ หรือแสดงความเห็นต่อป.ป.ช. เกี่ยวกับการทำผิดที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ให้รับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย รวมถึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือบุคคลที่ให้ข้อมูล เบาะแสดังกล่าวด้วย นอกจากนั้นแล้วยังกำหนดมาตรการปล่อยตัวชั่วคราวให้กับบุคคลที่ถูกกล่าวโทษ หรือถูกฟ้องร้องเพื่อปิดปาก ทั้งนี้เพื่อให้เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ขณะที่ฉบับของพรรคประชาชน มีสาระสำคัญ คือ ให้บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตประพฤติมิชอบ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาและพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จากเดิมที่ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 กำหนดให้อยู่ในขอบเขตของธรรมนูญศาลทหาร และให้อัยการทหารดำเนินการ รวมถึงโอนย้ายคดีทุจริตประพฤติมิชอบที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของศาลทหารไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะ สว. และ สส.พรรคประชาชนที่อภิปรายแสดงท่าทีสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับ เพราะมองว่าเป็นมาตรการสำคัญของการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบได้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในส่วนของ สส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลุกอภิปรายได้แสดงความเห็นสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ฉบับที่ ครม. เสนอเพียงฉบับเดียว ยกเว้นในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนทั้ง 2 ฉบับ และตั้งข้อสังเกตว่า ร่างพ.ร.ป.ของครม. กำหนดบทคุ้มครองพยานและผู้ร้องเพื่อประโยชน์ในทางคดีของ ป.ป.ช. ทั้งนี้ หากมีกรณี คือ 1.ผู้แจ้งและพยานมีเจตนากลั่นแกล้ง 2.พยานกลับคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวน 3.ผลการตัดสินพิจารณาของ ป.ป.ช. คณะใหญ่ยกคำร้อง 4.ป.ป.ช.ยื่นอัยการแต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกตัดสินไม่ผิดคดีทุจริตที่ ป.ป.ช.ส่ง นั้น ผู้แจ้งเบาะแส พยานนั้นได้รับความคุ้มครองหรือไม่

“กรณีที่ถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบ บุคคลที่ถูกร้องจะมีผลกระทบต่อการเลื่อนขั้น รวมถึงมีผลทางการเมือง ที่สส.ไม่สามารถได้เป็นรัฐมนตรีเพราะถูก ป.ป.ช. สอบ นักการเมืองที่มีมลทินจะไม่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะเขาไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายใดๆ ถูกริดรอนสิทธิ ดังนั้นกมธ.วิสามัญที่ตั้งขึ้น ให้ความเป็นธรรมผู้แจ้งเบาะแส ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา หน่วยงานของรัฐที่เสียหาย และหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบด้วย”

ณัฏฐ์ชนน อภิปราย

ขณะที่ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับ ร่างพ.ร.ป.ป.ป.ช.ที่เสนอโดย วิโรจน์ เนื่องจากขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 199 ที่กำหนดให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาของทหาร ทั้งนี้คดีทุจริตถือเป็นคดีอาญาประเภทหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว ศาลทหารใช้ระบบไต่สวน ตั้งแต่ พ.ศ.2559 พร้อมกับศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ได้ประสานการปฏิบัติมาตั้งแต่ต้นและเริ่มพร้อมกัน ทั้งนี้ศาลทหารได้พัฒนาบุคลากร ตั้งแต่การอบรมและการศึกษา รวมถึงพัฒนาเครื่องมือมีความพร้อมซึ่งได้เชิญวิทยากรจากกระบวนการยุติธรรม

“ขอให้พูดเรื่องความจริง อย่าพูดเรื่องเท็จจริง ในปี2565-2566 พบว่า มีการดำเนินคดี 98% มีคดียกฟ้อง 1% ดังนั้นกล่าวอ้างว่าทหารรช่วยเหลือกันเล่นพรรคเล่นพวก แต่ศาลทหารทรงความยุติธรรม ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไข และคิดว่าประชาชนกำลังดูเราอยู่ ที่พบว่าฉบับของนายวิโรจน์บอกว่าทำเพื่อประชาชน ดูจากผลการรับฟังความเห็น รวม 60 วัน ผลการรับฟังความเห็น มีผู้ร่วมชม 399 คน มีผู้แสดงความเห็น 14 คน เห็นด้วย 6 คน ไม่เห็นด้วย 7 คน ไหนอ้างว่าฉบับนี้ทำเพื่อประชาน ผมอยากรู้ว่าประชานทราบเรื่องนี้มากแค่ไหน ผมคิดว่าหากผมได้รับฟังความเห็นและประชาชนสนใจมากแบบนี้ น่าจะยกเลิกเรื่องนี้ ไม่น่าจะเป็นภาระของสภา”

พล.อ.สวัสดิ์ อภิปราย

ทั้งนี้ มีสมาชิกรัฐสภา อภิปรายร่างพ.ร.ป.ฉบับดังกล่าว อย่างต่อเนื่องและมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 25 คน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์