‘ไชยา’ สั่งปิดประชุมสภาฯ ชิ่งถกญัตติ ‘MOU 43-44’

21 ส.ค. 2568 - 16:32

  • มึนกันเป็นแทบ! ‘ไชยา’ สั่งปิดประชุมสภาฯ ไม่มีปี่ขลุ่ย ชิ่งถกญัตติด่วน ‘MOU 43-44’

  • ด้าน ‘ประธานวิปรัฐบาล’ รับยังงงอยู่ ยันไม่ได้ส่งสัญญาณให้ปิดประชุม คาดอาจสื่อสารคลาดเคลื่อน ขณะที่ ‘ไชยา’ อ้างเป็นข้อตกลง ‘วิป 2 ฝ่าย’ ขอปิดประชุมเอง

  • ‘เท้ง’ ซัดรัฐบาลปิดพื้นที่หาทางออกทำสภาเป็นง่อย ‘ปกรณ์วุฒิ’ ชี้ เตรียมตั้ง กมธ.วิสามัญเก้อ ส่วน ‘ไชยชนก’ ฝากถึงรัฐบาล ‘ไม่ไหวอย่าฝืน’ ขอประชาชนอดทน

‘ไชยา’ สั่งปิดประชุมสภาฯ ชิ่งถกญัตติ ‘MOU 43-44’

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังจากการพิจารณากระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป เสร็จสิ้นแล้ว จึงเข้าสู่วาระพิจารณารับทรารายงานการประชุม เรื่องรายงานประจำปี 2567 ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีการตกลงกระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านแล้วว่า หลังจากจากเสร็จสิ้นวาระรับทราบการประชุมแล้ว จะเข้าสู่การประชุมลับ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาบันทึกข้อตกลง MOU 43 และ44 ของสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย  แต่ปรากฏว่า ภายหลังที่ประชุมรับทราบรายงานการประชุมกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไชยา กล่าวต่อที่ประชุมว่า  ใช้เวลาการประชุมมาพอสมควรแล้ว และสั่งปิดประชุมดื้อๆ ในเวลา 15.00น. สร้างความงุนงงให้กับสมาชิกที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า จะพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง MOU 43 และ 44

ด้าน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ยังงงๆ อยู่ว่า เหตุใดไชยา สั่งปิดประชุมส่วนตัวกินข้าวเสร็จ กำลังเดินเข้าห้องประชุม แต่ไชยาสั่งปิดประชุม ทั้งที่วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า หลังเสร็จสิ้นวาระรับทราบรายงานการประชุมจะประชุมลับ พิจารณาญัตติด่วนเรื่องเอ็มโอยู43 และ 44 ยังไม่รู้เพราะเหตุใดจึงสั่งปิดประชุม

“ยืนยันว่า ผมไม่ได้ส่งสัญญาณให้ปิดประชุม และองค์ประชุมก็ไม่ได้มีปัญหา เรื่องนี้อาจเป็นการคาดเคลื่อนเรื่องการสื่อสาร ไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่น เพราะเรื่องนี้ตกลงกันแล้วว่าจะให้มีการอภิปราย แต่ไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการสามัญรับไปดำเนินการ”

วิสุทธิ์ กล่าว

ขณะที่ ไชยา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 กล่าวว่า สาเหตุที่สั่งปิดประชุมเพราะได้รับการประสานงานจากวิปรัฐบาลว่า ได้หารือกับวิปฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้วว่า หากหมดวาระการรับทราบการประชุมแล้ว ให้ปิดประชุม ก็ดำเนินการตามที่แจ้งมา

ผู้สี่อข่าวถามว่า วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านบอกว่า ไม่ทราบเรื่องการสั่งปิดประชุม เพราะตกลงกันแล้วว่า จะพิจารณากันต่อเรื่อง MOU 43 และ 44 แต่ไชยา ยืนยันว่า ได้รับการประสานมาแบบนี้ ให้ปิดประชุม เพราะวิป 2 ฝ่ายได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 20ส.ค. เราก็ประชุมกันมาหนักหนาพอสมควรแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีใครส่งสัญญาณมาให้ปิดประชุม แต่ดำเนินการตามข้อตกลงของวิป 2 ฝ่าย

จากนั้น พรรคฝ่ายค้าน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร , ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ,ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ,แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานีและโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสส.ของทั้ง 2 พรรค แถลงกรณีถึงที่ไชยา สั่งปิดประชุมกะทันหัน

1115269.jpg

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วหลายครั้งที่ผ่านมา ล่าสุดในวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับข้อตกลงที่วิปได้มีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝั่ง  ในขณะที่ประชาชนส่งเสียงเรียกร้องอยากให้สภาเป็นที่แห่งความหวัง หาทางออกในเรื่องของพิจารณาศึกษาปัญหาความขัดแย้งไทยกัมพูชา แต่รัฐบาลกลับปิดกั้นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่จะให้พวกเราได้หารือกันในวันนี้ โดยชิงปิดสภาไปก่อน

“สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ มีเสียงปริ่มน้ำและไม่สามารถหาทางออกให้กับประชาชนได้ ผลโพลที่ออกมาล่าสุดประชาชนได้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการต่อการทำหน้าที่ของนักการเมืองน้อยลง เราควรทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ควรจะทำให้สภาเป็นพื้นที่หาทางออกไม่ใช่สะดุดลงเหมือนสภาเป็นง่อยที่ทำอะไรไม่ได้”

ณัฐพงษ์ กล่าว

ด้านปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ญัตตินี้ประธานสภาได้บรรจุเป็นเรื่องเร่งด่วน ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยลงชื่อเสนอโดยมีการประสานกันล่วงหน้า ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะมีการพิจารณาในวันนี้ โดยจะขอเลื่อนขึ้นมาช่วงหลังประชุมรับทราบรายงานหนึ่งหน่วยงานก่อนสั้นๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เตรียมตัวมารายงานแล้ว เราจึงยินยอมให้มีการพิจารณารายงานดังกล่าว และเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เราได้รับการประสานมาว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญขึ้นมาศึกษาเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ โดยเราเตรียมรายชื่อ กมธ.วิสามัญไว้แล้ว และในช่วงเที่ยงก็มีการเดินประสานงานพูดคุยกันตลอดว่าจะประชุมลับหรือไม่ เพราะเนื้อหาการอภิปรายบางส่วนมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์สถานการณ์ปัจจุบัน เราก็เข้าใจและยินยอมให้ความร่วมมือ เพื่อให้เป็นประโยชน์และมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้

ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า แต่ต่อมากลับเดินมาบอกยกเลิกให้มีการตั้งกมธ.วิสามัญ และจะส่งไปยังกมธ.สามัญที่เกี่ยวข้องแทน  ซึ่งก็ประสานให้ยินยอมตามนั้น แม้ที่ผ่านมา รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำหลายครั้ง ฝ่ายค้านก็ยินยอมร่วมประชุมเพื่อให้งานสภาเดินไปต่อได้ เพื่อให้เป็นความหวังของประชาชน วันนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญเพราะมีประชาชนมาชุมนุมอยู่หน้าสภา เพื่อเรียกร้องเรื่องนี้ ไม่ว่าเราจะเห็นแย้งหรือเห็นเหมือนกัน สภาถือเป็นโทรโข่งที่ผู้แทนของประชาชน จะได้ลุกขึ้นมาพูดกันว่าเขาเห็นด้วยหรือเห็นแย้งอย่างใด ต่อข้อเสนอของประชาชนที่มาชุมนุม และตั้งกมธ.ขึ้นมาเพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจว่าเราทำงานเพื่อพวกเขาอยู่ ดังนั้นการชิงปิดสภาโดยพวกเราไม่รู้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ ต่อระบอบประชาธิปไตย และอันตรายต่อความหวังของประชาชนที่มีต่อสภา และการเมือง หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ที่ผ่านมาอาจจะมีขลุกขลักหรือเห็นต่างกันบ้าง แต่ทุกฝ่ายเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ สภาฯ ต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้

1115345.jpg

แนน กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทางวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้มีการคุยกัน ไม่ใช่แค่ 2 ครั้ง แต่มากกว่า 5 ครั้ง ที่มีการเดินไปเดินมา ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง สำคัญที่สุดคือญัตตินี้ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ได้มีการยื่นญัตติเอาไว้เป็นลำดับที่สองในญัตติด่วน ในขณะที่เรามีการตกลงกันไว้หมดแล้ว ว่าหลังจากรับทราบรายงานของหนึ่งหน่วยงานนั้น เราจะขอเลื่อนวาระการประชุม เพื่อเข้าญัตติด่วนตามที่ได้ตกลงกันระหว่าวิป ทั้งมีการระบุด้วยว่า ใครจะเป็นคนขึ้นขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ซึ่งคือตนเองที่กำลังจะยกมือขึ้น เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะฝ่ายค้านที่ตกใจ แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ตกใจเหมือนกัน กับการกระทำที่เกิดขึ้น เพราะน้อยที่สุดที่มีการเตรียมไว้ คือสองญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อเสนอประกบ

“ในการเจรจา ตอนแรกขอลับ ลับตอนเรื่องเนื้อหา ไม่รับตอนญัตติ มาอีกหนึ่งรอบบอกลับตั้งแต่เสนอญัตติรวมถึงเนื้อหา มาอีกรอบหนึ่งบอกขอไม่ตั้งวิสามัญ ขอไปวิสามัญ พอมารอบสุดท้าย ก็แบบที่เห็น ไม่ต้องคุยกันแล้ว ปิดประชุมใส่กันเลย ซึ่งต้องตั้งคำถามกลับไปว่า ทั้งวิปรัฐบาล และประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ในขณะนั้น ท่านก็คือหนึ่งในรองประธานสภาฯ ที่ไปรับหนังสือจากประชาชน ที่เขามายื่นเรื่องเอ็มโอยู  43-44 ทำไมท่านไม่ฟังเสียงพี่น้องประชาชนในการพูดคุย ต้องใช้เวทีไหนในการพูดคุย เรื่องที่เป็นปัญหาประเทศ”

แนน กล่าว

แนน กล่าวว่า ไม่ทราบว่านับจากนี้ จะอ้างเหตุผลอะไร แต่ต้องขอตั้งคำถามย้อนกลับไปว่าเป็นเพราะเหตุใด จะเห็นว่ามีบางพรรคที่ไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะคุย ไม่พร้อมจะลงไปศึกษาเนื้อหา และไม่พร้อมแสดงผลดีผลเสียให้กับประชาชนได้รับทราบ ถามว่าท่านอยากใช้เวทีไหน ถึงจะยอมรับในการพูดคุย ท่านส่งตัวแทนรองประธานสภาฯ 2 ท่านไปรับหนังสือ แต่ก็เป็นท่านเองที่ปิดประชุมเสียเอง โดยที่ไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณา ญัตตินี้ยังค้างอยู่ในสภาฯ แน่นอนว่า พวกเราจะยืนอยู่ในจุดเดิมว่า เราจะต้องเอาเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เวทีสภาฯ ควรเป็นที่ที่ใช้แก้ปัญหาของประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้

ด้านไชยชนก กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทุกพรรคที่มายืนอยู่ตรงนี้ และไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ได้ยอมทุกข้อเสนอจากทางฝั่งรัฐบาล เพื่อให้เรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการต่อ หาข้อเท็จจริง หาทางออกเพื่อประเทศ แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างที่เห็น

“วันนี้ อยากจะฝากเป็นข้อความไปสู่รัฐบาล และประชาชนว่า ความจริง มันเริ่มออกมาแล้ว วันนี้เขื่อนแตกแล้ว ไม่ว่าท่านจะพยายามใช้อำนาจท่านในทางใด ท่านไม่สามารถปกปิดสิ่งที่กำลังออกมาในเวลานี้ได้ ไม่ว่าพวกผมจะสามารถพูดในสภาฯ อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้หรือไม่ ตั้งกรรมาธิการได้หรือไม่ มีพี่น้องประชาชนที่รักชาติในทุกระดับ ทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ที่มีข้อมูล มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมที่จะนำเสนอข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น และก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ” ไชยชนก กล่าว

1114988.jpg

ไชยชนก กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นฝากบอกรัฐบาลว่า อย่าฝืนเลย สำหรับประชาชน อยากจะบอกว่า อยากให้พวกเราสามัคคีกันไว้ และอดทน อย่ายอมแพ้ พวกเราทุกคนไม่มีใครต้องการที่จะเห็นการรัฐประหารหากเป็นไปได้ วันนี้เรายังเชื่อว่ายังสู้ไหว และพยายามที่จะสู้ต่อไปในกระบวนการตามระบบที่มี อยากให้ทุกคนอดทนต่อไปเท่าที่ทำได้ หากไม่ไหวจริงๆ ก็เป็นเรื่องของอนาคต อยากให้ทุกคนช่วยกันทำหน้าที่ในฐานะประชาชน ที่รักอธิปไตย รักประเทศไทย ทำในสิ่งที่ท่านสามารถจะทำได้ ให้ความจริงต่างๆ ออกมา เชื่อว่าสุดท้าย ความจริงชนะทุกอย่าง

เมื่อถามถึงกรณีที่ไชยา ให้เหตุผลการปิดประชุมว่า ได้รับการประสานมา หากหมดวาระรับทราบรายงานการประชุม ให้ปิดประชุมได้เลย ปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า “ไม่มีครับ” ส่วนมองว่ามีใบสั่งหรือไม่ ก็คงต้องถามรองประธานสภาฯ อีกรอบ แต่วิปฝ่ายค้านยืนยันว่า ไม่ได้มีการประสานในการขอปิดประชุม

ทั้งนี้ เหมือนโดนหักหลังหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดน แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะประชาชนมาชุมนุมข้างหน้า การไม่เปิดพื้นที่ในสภาฯ ให้แสดงความคิดเห็น เป็นตัวแทนประชาชนข้างนอก เป็นเรื่องใหญ่มาก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์