การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกได้หารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ โสภณ ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รักษาเวลาในการอภิปรายช่วงหารือความเดือดร้อนฯ ตามที่กำหนดกันมา เนื่องจากใช้เวลาไปเกินกว่าคนละ 2 นาที จากนั้นอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลุกขึ้นชี้แจงกรณีที่ได้ทำหนังสือคัดค้านประธานฯ หลังประกาศปรับเวลานัดประชุมสภาฯ จาก 09.00น. เป็น 08.30น. ว่า เป็นห่วงสมาชิกจะทำผิดมติที่ประชุมตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานในสภาฯ หากย้อนกลับไปสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกได้ตกลงร่วมกันจะประชุมสภาฯ ทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่วานนี้ (1 เม.ย.) ประธานฯประกาศนัดประชุมครั้งถัดไปในเวลา 08.30 น. ดังนั้น ขอให้ประธานฯ ทบทวนพิจารณากำหนดการประชุมใหม่ และแจ้งให้ทราบ
ทำให้โสภณ ชี้แจงทันทีว่า ผลจากการหารือร่วมกัน ได้เสนอว่า หากเราลดเวลาไป 1 ชั่วโมงได้หรือไม่ ในช่วงหารือความเดือดร้อนประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ โดยจะเปิดช่องทางการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร ส่วนตัวเห็นความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ เรามีวิธีเดียวที่จะเอาความทุกข์ประชาชนมาพูดในสภาฯ ได้ คือการมาบอกกล่าวในที่ประชุม หากไปดำเนินการต่อหน่วยงานต่างๆเอง จะถูกมองว่า แทรกแซงการทำงานฝ่ายบริหาร แต่ในการหารือล่าสุด สมาชิกใช้เวลาหารือ 2 นาทีก็ยังทำไม่ได้ เพราะความทุกข์ที่รับมาจากประชาชนมันเกิน 2 นาที จึงเปิดช่องทางหารือเป็นลายลักษณ์อักษร และการหารือไม่ได้เป็นวาระ
“การประชุมจะเริ่มเมื่อครบองค์ประชุม และประธานฯ เปิดการประชุมตามข้อบังคับ ส่วนการหารือไม่มีในวาระ ที่เสนอว่าให้ประชุมเลิกค่ำ ผมมีบรรทัดฐานว่า ข้าราชการทำงาน 08.30 น. หาก สส.เสียสละหารือโดยเริ่มในเวลา 08.30 น. ยังเหลือเวลาให้ประธานที่ประชุมมาชี้แจงการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร ที่จะกำหนดประมาณ 40 คนต่อวัน เท่ากับว่า มาอ่านเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นการประชุมไม่ให้ผิดข้อบังคับ ผมไม่ใช่คนดื้อ แต่เอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ผมจะหารือฝ่ายกฎหมายต่อไป” ประธานสภาฯ ระบุ
จากนั้น สส.พรรคฝ่ายค้าน พยายามจะลุกขึ้นประท้วงเกี่ยวกับการกำหนดเวลา และวาระการพิจารณาของสภาฯก่อนการประชุม แต่โสภณ ไม่อนุญาตให้สส.ได้ชี้แจง หรือแสดงเหตุผล ทำให้ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่ปิดโอกาสให้ สส.ได้ชี้แจง โดยกล่าวว่า สภาฯ แห่งนี้ไม่ใช่ของประธานสภาฯ คนเดียว แต่เป็นสภาฯ ของสส. 500 คน
โสภณ จึงชี้แจงว่า เข้าใจ ถึงบอกว่าไม่ใช่คนดื้อ เมื่อประสานงานหารือ ก็ได้เปิดโอกาส เมื่อฟังความแล้วพบข้อกังวลต่อการเลื่อนช่วงหารือเวลา 08.30 น. หากประธานสภาฯ วินิจฉัยแล้ว เป็นเหตุให้โดนประท้วง หากมองว่า เป็นเผด็จการ ก็ขอให้ผู้ฟังทางบ้านตัดสินเอา แต่การประท้วงไม่จบ เมื่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงในฐานะตัวแทนที่เข้าร่วมประชุมตัวแทนพรรคการเมือง ยืนยันว่าไม่มีการกำหนดเวลาเริ่มต้นการหารือ แต่โสภณ ได้ตัดบท จนปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ประธานสภาฯ อีกครั้ง ที่ไม่รับฟังสมาชิกพูดให้จบ แต่กลับปิดไมโครโฟน ซึ่งโสภณ ชี้แจงว่าไม่ได้ปิด แต่พริษฐ์ได้นั่งลงเพื่อฟังการชี้แจงแล้ว
โสภณ จึงชี้แจงต่อว่า ในการหารือตัวแทนพรรคการเมือง ได้หารือถึงการทำงานในสภาฯ โดยหารือว่าจะลดชั่วโมงหารือลง แต่จะเปิดให้หารือเพิ่มอีกช่องทางคือลายลักษณ์อักษร ที่กำหนดให้มี 40 คน และต้องขอเวลาอ่านเอกสารว่าใครเสนอบ้าง เพื่อทำให้การหารือของ สส. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ดังนั้น ต้องเลื่อนเวลาลงมา ในที่ประชุมวันนั้นไม่มีผู้โต้แย้ง จึงเข้าใจว่า เมื่อไม่มีใครโต้แย้ง ก็อนุมานว่าเห็นด้วย เมื่อเข้าใจแบบนั้นจึงดำเนินการ หากไม่ผิดข้อบังคับการประชุมจะเริ่มได้
ทำให้ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย รับเป็นผู้ไปประสานกับพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน เพื่อหารือช่วงเวลาหรือให้เป็นข้อยุติ ก่อนจะแจ้งไปยังประธานสภาฯ อีกครั้ง ทำให้โสภณ ชี้แจงว่า “สิ่งไหนทำไม่ได้ หลังจากลงบัลลังก์จะไปปรึกษา แต่หากเรื่องใดที่เป็นประโยชน์จึงนำมาแจ้ง ดังนั้นขอให้ยุติเรื่องดังกล่าว”
ที่ประชุมสภาฯ จึงได้เข้าสู่วาระพิจารณารายงานของหน่วยงานตามวาระการประชุมต่อไป




