รัฐสภามติท่วมท้น 611 เสียง! เห็นชอบยืนยัน ‘34 ร่างกฎหมาย’ เดินหน้าพิจารณาต่อ

15 พ.ค. 2569 - 17:49

  • รัฐสภามติท่วมท้น 611 เสียงเห็นชอบยืนยัน “34 ร่างกฎหมาย” เดินหน้าพิจารณาต่อ

  • ‘อภิสิทธิ์’ สอนมวยรัฐบาลอย่าดูแคลน-แบ่งแยกงานสภาฯ

  • รัฐบาลยันให้ความสำคัญ ‘ฝ่ายนิติบัญญัติ-ภาคประชาชน’

รัฐสภามติท่วมท้น 611 เสียง! เห็นชอบยืนยัน ‘34 ร่างกฎหมาย’ เดินหน้าพิจารณาต่อ

ภายหลังที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความคิดเห็น ในวาระพิจารณาเรื่องด่วนเพื่อให้ความเห็นชอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.) เสนอจำนวน 34 ฉบับแล้ว

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับสถาบันนิติบัญญัติ จึงเป็นที่มาของการยืนยันกฎหมายทั้ง 34 ฉบับ หากสังเกตให้ดี กฎหมายทั้ง 34 ฉบับ ผ่านมติ ครม.เพื่อยืนยันกฎหมาย 2 ครั้ง ครั้งแรกยืนยัน 31 ฉบับ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. และครั้งล่าสุดยืนยันกฎหมายอีก 3 ฉบับ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุผลที่ทำแบบนี้เพื่อเว้นช่วงเวลา 1 สัปดาห์ จากที่มีมติ ครม.ครั้งแรก ก่อนที่จะครบกำหนด 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 ในวันที่ 12 พ.ค. ให้กับผู้ที่ประสงค์อยากจะยืนยันร่างกฎหมายของตัวเองต่อ ครม. เราพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผ่านกระบวนการคิด รับฟังรอบด้าน

โดยปกติที่ผ่านมา การยืนยันร่างกฎหมายของ ครม. ส่วนใหญ่แล้ว ครม.จะยืนยันกฎหมายเพียงเฉพาะที่เสนอโดย ครม. มีบ้างที่ยืนยันกฎหมายของ สส. แต่มีเงื่อนไขคือต้องมีร่างฯ ของ ครม.ประกบด้วย จึงจะยืนยัน ไม่ต้องพูดถึงร่างของภาคประชาชน วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ จะเห็นว่ามีการยืนยันร่างฯ ของ ครม.มา 21 จาก 24 ฉบับ มี 12 ฉบับเป็นร่างของ สส. และอีก 1 ฉบับเป็นร่างฯ ภาคประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จริงใจต่อสภาฯ เราหยิบยกร่างฯ ของ สส.ที่เห็นว่าสามารถขับเคลื่อนประเทศได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงร่างของภาคประชาชน ถ้าเราไม่จริงใจ เราไม่ยืนยันกฎหมายเลยแม้แต่ฉบับเดียวก็ได้ ที่ผ่านมาก็เคยมีหลายรัฐบาลทำ

ภราดร ปริศนานันทกุล

ส่วนร่างฯ ของภาคประชาชนที่มีการยืนยันเพียง 1 ฉบับ จาก 6 ฉบับของสภาฯ ชุดที่แล้วนั้น เพราะมีเพียง 1 ฉบับดังกล่าวที่แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนมายังรัฐบาล ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีประชาชนที่แจ้งเจตจำนง ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ แม้มี สว.ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ยืนยันร่างกฎหมายของประชาชน แต่เจตจำนงไม่ชัดเจนเหมือนกรณีของ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ยังมีเวลาให้ประชาชนยืนยันร่างกฎหมายภายใน 120 วัน และให้รัฐบาลทบทวน โดยมีเวลาสิ้นสุดคือวันที่ 12 ก.ค.นี้

ภราดร ยังชี้แจงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และผมได้หารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันที่ 19 พ.ค. จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย

หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้สส.ทั้ง 190 คน ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง

ภราดร ปริศนานันทกุล

ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายภายหลังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า ขอบคุณรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ชี้แจง ซึ่งความจริงตอนที่ผมอภิปรายได้ระบุว่าความเหมาะสมจริงๆ แล้วควรจะเป็นรัฐมนตรี (ครม.) ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่ละฉบับมาตอบ จริงๆ รัฐมนตรีพยายามอธิบายว่าการยืนยันหรือไม่ยืนยันกฎหมายนั้น ท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง เอาเฉพาะร่างของ ครม. พรรคการเมือง หรือภาคประชาชน

แต่พวกเราที่อยู่ในสภาฯ มานาน เมื่อกฎหมายผ่านวาระที่ 1 รับหลักการ เรามักจะพูดเสมอว่าเจ้าของคือสภาฯ แล้ว ไม่มีกฎหมายรัฐบาลหรือกฎหมายฝ่ายค้าน พรรคนั้นหรือพรรคนี้ ซึ่งคำชี้แจงในทำนองว่า ยังมีปัญหาความเห็นแย้ง ผมไม่อยากให้รัฐบาลดูแคลนการทำงานของสภาฯ หลายฉบับกรรมาธิการฟังทุกฝ่ายมาแล้วจึงได้มีข้อสรุป สิ่งที่เราต้องการในวันนี้คือสภาฯ สามารถสานต่องานของสภาฯ ชุดที่แล้วได้

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า มีกฎหมาย 2 ฉบับที่คำชี้แจงของท่านทำให้ผมไม่สบายใจ คือ 1. เรื่องการรายงานเคลื่อนย้ายมลพิษ ซึ่งในคำอธิบายกลับกลายเป็นว่า ท่านบอกว่าภาคประชาชนไม่ได้แสดงเจตจำนงในการที่จะยืนยัน ซึ่งคนกลุ่มที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ได้ยื่นหนังสือและแถลงข่าว นอกจากนั้นยังเดินสายพบกับพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งผมเมื่อได้รับเรื่องจากพวกเขาได้โทรหารัฐมนตรี 2 คน สส.พรรครัฐบาล 1 คน ว่าเขาประสงค์จะยืนยันและผมเห็นด้วยกับเขา ฉะนั้น ไม่จริงที่บอกว่าเขาไม่ได้แสดงเจตจำนง

วันนี้ทำของเขาตกแล้ว อย่าไปโทษเขาว่าเป็นเพราะเขาไม่ยืนยัน เพราะผมคนหนึ่งและเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายพรรค ก็ได้พบกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งการที่ท่านบอกว่าไม่เป็นไร รัฐบาลปล่อยตกไปเขายืนยันได้ ถูกต้องครับ แต่ความต่างกลับกลายเป็นว่า ถ้าท่านยืนยันเราตั้งต้นจากการมีร่างที่ทุกฝ่ายเห็นชอบด้วยกันแล้ว เพราะผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการแล้ว แต่ที่เขายืนยันได้ตามสิทธิ์ เหมือนกับเสนอกฎหมายใหม่ กลับยากขึ้นไปอีก แล้วถามว่าผมทราบหรือไม่ว่าทางรัฐบาลคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วเอาสาระตรงนี้ใส่เข้าไป ผมทราบ แต่ถ้าใส่ใจจริงๆ ท่านจะพบว่าการแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับนั้น จะต้องเสียเวลาอีกมากเพราะรื้อกฎหมายเกือบทั้งฉบับ ในขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรายงานและเคลื่อนย้ายมลพิษ ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปก่อนจะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับประชาชนที่ต้องอยู่กับเรื่องเหล่านี้ และเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเองในเรื่องของ OECD ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าถ้าภาคประชาชนยืนยันกฎหมายฉบับนี้ ถ้าถูกตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน นายกฯ จะเซ็นรับรองให้ทันที หรือถ้าเข้ามาอยู่ในระเบียบวาระ รัฐบาลจะยืนยันเลื่อนระเบียบวาระนั้นมาให้เขาก่อน ถ้าเป็นเช่นนี้ผมคิดว่าก็ยังเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนขึ้นว่าเราจะได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า กฎหมายอสม. ที่ท่านพูด ความจริงเถียงมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว แล้วเขาก็ยืนยันว่า เรื่องอายุไม่เกิน 60 ปี เขาหมายถึงตอนที่จะรับเข้ามาเป็นอสม. แต่อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วและอายุเกิน 60 ปี เขาก็ยังยืนยันหลักที่บอกว่าจะพ้นจากการเป็น อสม. ด้วยเงื่อนไข เช่น ตาย ลาออก หรือไม่ผ่านการประเมิน ผมเห็นใจรัฐมนตรีที่แปลกอยู่ว่าจะต้องมาชี้แจงแทนทุกกระทรวง แต่ข้อเท็จจริงคืออย่างน้อยที่สุด 2 ฉบับนี้ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยทำให้สามารถกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาให้เร็วที่สุด

ย้ำว่ากฎหมายใดที่พวกเรารับหลักการแล้วเป็นของพวกเราทุกคน ไม่ต้องแบ่งแยก

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายเสร็จสิ้น และ ภราดร ชี้แจงต่อที่ประชุมอีกครั้งแล้ว จึงได้ลงมติ โดยที่ประชุมได้ใช้วิธีการลงมติครั้งเดียว ว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายที่ ครม.ร้องขอต่อรัฐสภาทั้ง 34 ฉบับ หรือไม่ มติของที่ประชุมเห็นชอบ 611 เสียง, ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จากนั้น โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 16.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนกมธ.ของสภาฯ ทางสภาฯ ต้องตั้งกมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระ กมธ.ของ สว.นั้น จะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยนกมธ.หรือให้ชุดเดิมทำงานต่อ

สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็น

  1. ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคืนสภาฯ จำนวน 1 ฉบับ
  2. อยู่ในชั้นกมธ.วุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว รอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ
  3. อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา จำนวน 3 ฉบับ
  4. รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ
  5. อยู่ในส่วนที่ กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้ว รอพิจารณาวาระสอง จำนวน 5 ฉบับ
  6. อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ จำนวน 1 ฉบับ
  7. รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์