‘สภาฯ’ รับหลักการ ‘ร่างแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น’ ลดอายุผู้บริหารจาก 35 เหลือ 25 ปี!

18 ก.ย. 2568 - 18:40

  • ‘สภาฯ’ รับหลักการ ‘ร่างแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น’

  • ‘ลดอายุผู้บริหาร’ จาก 35 เหลือ 25 ปี

  • เห็นชอบตั้งกรรมาธิการวิสามัญปรับแก้ภายใน 15 วัน

‘สภาฯ’ รับหลักการ ‘ร่างแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น’ ลดอายุผู้บริหารจาก 35 เหลือ 25 ปี!

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างกฎหมายในกลุ่มของท้องถิ่นและการแก้ไขคุณสมบัติของบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งมี สส.ร่วมกันเสนอรวม 10 ฉบับ ได้แก่

  • ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่...) พ.ศ... จำนวน 3 ฉบับ เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชน
  • ร่าง พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่...) พ.ศ... จำนวน 3 ฉบับ เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคชาติไทยพัฒนา
  • ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่...) พ.ศ... จำนวน 3 ฉบับ เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชน
  • ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่..) พ.ศ... เสนอโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ กับคณะ

ทั้งนี้ในสาระสำคัญคือการแก้ไขในประเด็นการ “ลดอายุของผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งระดับ อบจ., อบต. และเทศบาล จากเดิมที่กำหนดให้ต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไป เปลี่ยนเป็นอายุ 25 ปี” นอกจากนั้นได้ “ตัดข้อกำหนดว่าด้วยการจำกัดวาระดำรงตำแหน่ง ที่ห้ามเป็นเกิน 2 สมัยออกไป” โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพในระบอบการปกครองอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายก่อนรับหลักการนั้นมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน โดย ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า อภิปรายคัดการแก้ไขในประเด็นดังกล่าวเนื่องจากมองว่า “อาจเปิดโอกาสให้เกิดการใช้อิทธิพลทางการเมือง ผูกขาดในท้องถิ่นได้ อีกทั้งคนที่อายุ 25 ปีนั้นอาจมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ไม่มั่นคงที่ไม่เหมาะต่อการทำงานที่กดดัน ขณะที่การไม่จำกัดเพดานการดำรงตำแหน่งอาจทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลได้รับตำแหน่งไปจนเสียชีวิตได้”

ขณะที่พริษฐ์ ชี้แจงช่วงหนึ่งว่า “การลดอายุของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ไม่ใช่การเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ แต่หากประชาชนเห็นว่าคนที่อายุน้อยไม่เหมาะสม ไม่ต้องเลือก”

ส่วนภายหลังจากที่ สส.อภิปรายแล้วเสร็จได้ลงมติ ผลปรากฏว่าได้แยกลงมติทีละกลุ่มร่างกฎหมาย ซึ่งมติของสภาฯ รับหลักการด้วยเสียงเอกฉันท์ทั้งหมด และเห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 33 คน กำหนดแปรญัตติภายใน 15 วัน และให้ใช้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคประชาชนเป็นหลักในการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในการลงมติรับหลักการดังกล่าว พบการลงมติที่มี สส.มาแสดงตนและลงมติเกินจำนวนกึ่งหนึ่งของที่ประชุมมาเพียง 2-5 เสียงเท่านั้น ซึ่งระหว่างการลงมตินั้น ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ย้ำต่อที่ประชุมหลายครั้งให้ ไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ย้ำกับ สส.ว่า “ให้อยู่ในที่ประชุม โหวตแล้วอย่าเดินไปไหน เพราะจะมีการลงมติติดต่อกัน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์