มหากาพย์ทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่อาจสร้างแผลครั้งใหญ่ ใต้การกำกับดูแลของขุมกำลังสีน้ำเงิน กระทรวงมหาดไทย จากที่แค่พบเบาะแสการร้องเรียนเล็กๆ กลับถูกขยายผล กลายเป็นการเปิดโปงเครือข่าย "โครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น" มีจำนวนผู้สอบผ่านที่ได้รับการบรรจุไปแล้วถึง 5,000 คน จากทั้งหมด 15,000 คน ที่มีความเป็นไปได้มากว่า อาจเข้าข่ายว่าทุจริตการสอบ โดยใช้การซื้อขายคะแนน และแก้ผลสอบ
การตรวจสอบพบเส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกันเป็นขบวนการใหญ่ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการออกข้อสอบ จัดซื้อจัดจ้าง ตรวจข้อสอบ และดูแลความปลอดภัยของฐานข้อมูล และกลุ่มนายหน้าประสานงานทุจริต ที่อาจเป็นศูนย์กลางเส้นทางการเงิน เพราะอาจเชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูงในบางจังหวัด
เมื่อเกิดเรื่อง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงมีคำสั่งและมาตรการมากมาย เพื่อเร่งดับไฟในกระทรวง โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน
สำทับกับ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยบุคคลที่อยู่ในสังกัด กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มีข้าราชการระดับสูงจำนวน 5 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 รวมถึง อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วย พร้อมได้มีคำสั่งให้พักราชการ และออกจากราชการไว้ก่อน
ส่วนข้าราชการระดับ 8 -9 และระดับ 7 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังถึงปัจจุบัน ขนานไปกับ ป.ป.ช. ที่ได้รับคดีโกงสอบท้องถิ่นนี้ เป็นคดีพิเศษ เพื่อเดินหน้าไต่สวนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สถ. และนายหน้าผู้รับเงิน เพื่อชี้มูลความผิดทางอาญา และยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดต่อไป
ฝั่งนิติบัญญัติเอง อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตบเท้าเข้าให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกเอกสารเพิ่มเพิ่มอีกหลายส่วน
ล่าสุด วันนี้ (9 ก.ค.) อาสพงธ์ ขู่ว่าจะใช้อำนาจเรียกของ กมธ.หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการเข้าชี้แจง โดยเฉพาะ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ไม่เข้าร่วมการประชุม กมธ.ตามคำเชิญ
“5,000 คนเราก็อยากจะรู้ว่ายังทำงานได้หรือไม่หรือควรจะพักการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเมื่อพบการโกงทุจริตแล้วทางกระทรวงมหาดไทย สถ. ก็ต้องส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. และ และกรรมาธิการป.ป.ช.จะติดตามเรื่องนี้โดยสอบถามไปยัง ป.ป.ช. ว่ากรณีแบบนี้ จะใช้เวลานานเท่าไหร่ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ต่อข้าราชการทุจริตทั้ง 5,000 คน ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่และมีโทษทางวินัย และส่งฟ้องศาลอาญาต่อไป วันนี้สาวถึงอธิบดี สังคมก็สงสัยมีข้างบนอธิบดีอีกหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่กรรมาธิการต้องติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป " อาสพลธ์กล่าว
ส่วนแนวทางปกป้องบุคคล ผู้บริสุทธิ์และไม่ได้โกงข้อสอบนั้น อาสพลธ์ มองว่า คนที่ไม่ได้ทุจริตแล้วสอบผ่านมีอยู่ในบัญชีรายชื่อสำรองอยู่แล้ว อยากจะสอบถามว่าสามารถเลื่อนบุคคลเหล่านี้ขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะกรณีที่เราตรวจพบคนทุจริต 5,000 ราย เราปรับเขาออกแน่นอน จะมีตำแหน่งว่าง 5,000 ตำแหน่ง จะสามารถเลื่อนเขาขึ้นมาได้หรือไม่
ทำให้วันนี้ได้เพียงข้อมูลจากปากของอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้อํานวยการสํานักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ถึงกระบวนการทั้งหมดที่ มศว รับผิดชอบตลอดกระบวนการ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การออกข้อสอบ และการตรวจข้อสอบ รวมถึงแฟลชไดร์ฟทั้งหมด
ขณะนี้ อธิการบดี มศว และผอ.สำนักทดสอบฯ ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด ส่งให้กับสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจแล้ว คือ กระดาษคำตอบของ 400,000 กว่าคน แฟลชไดรฟ์ ที่โรงพิมพ์ ในจังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ เอกสารกระดาษ ข้อมูลดิจิทัล อยู่ในมือ ป.ป.ช.แล้ว นอกจากนี้ ผอ.สำนักทดสอบฯ ยังยืนยันต่อที่ประชุมอีกว่า หลักฐานที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช.นั้น เป็นข้อมูลหลักฐาน ที่ไม่มีการแก้ไข และถือเป็นหลักฐานสําคัญ
กระบวนการทั้งหมด มศว ได้มอบหมายให้สํานักงานทดสอบฯ เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินโครงการจ้างเหมาการสอบแข่งขันดังกล่าว โดยกรมส่งเสริมฯ อธิการบดีมศว และผอ.สำนักทดสอบฯ ยืนยันตรงกันว่า การจัดสอบนี้ อธิการบดี มศว มอบอํานาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯ ดําเนินการทั้งหมด ทั้งการยื่นซองประมูล E-bidding กับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกระทั่งการเซ็นสัญญา อธิการบดี มศว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี สํานักทดสอบฯ ได้ดําเนินการว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจัดพิมพ์ต่อ ซึ่งบริษัทแห่งนี้ จัดพิมพ์กระดาษ ตรวจข้อสอบ และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจข้อสอบข้อมูลของทั้ง 10 ศูนย์ทั่วประเทศ และได้ว่าจ้างช่วง 30 ล้านบาท โดยมีการแจ้ง กรมส่งเสริมฯ เรียบร้อยครบถ้วนถูกต้องแล้ว
ส่วนที่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแทรกแซงจากผู้ว่าจ้าง ในการพิจารณาผลการสอบแข่งขันนั้น มศว.ชี้แจงว่า คือกรมส่งเสริมฯ ที่มาแทรกแซง กมธ.จึงถามเพิ่มเติมถึงผู้ว่าจ้างไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ได้มาประสานกับ มศว.หรือสํานักทดสอบฯ หรือไม่ ผอ.สํานักทดสอบฯ ชี้แจงว่า รายละเอียดได้ให้ปากคําต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว จึงไม่ขอให้ในชั้น กมธ. โดยคาดว่า จะพิจารณาสอบข้อเท็จจริงในเรื่องการกล่าวเสร็จภายในวันนี้ หรืออย่างช้าวันพรุ่งนี้ พวกเราก็จะได้ข้อมูลทั้งหมด
กมธ.จึงมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสํารอง ที่ไม่ได้ระบุในสัญญาว่าจ้างดังกล่าว รวมทั้งการที่ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ยังได้รับฟังและสอบถามด้วย แต่ข้อมูลที่ได้รับฟังมา มีบางส่วนแตกต่างจากข้อมูล กับที่กรมส่งเสริมฯ เข้าชี้แจงกับกมธ.กระจายอํานาจฯ อย่างหนึ่ง แต่ มศว. และสํานักทดสอบฯ ชี้แจง กมธ.ป.ป.ช. อีกอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกัน
อาสพลธ์ ย้ำว่า แฟลชไดร์ฟที่อยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. และมีอีกหนึ่งชุดที่อยู่กรมส่งเสริมฯ โดยก่อนการออกประกาศรับรองผล ที่ได้ส่งมายัง มศว.เพื่อแสตมป์รับรองสอบผ่านนั้น กมธ.ได้สอบถามไปว่า ได้ตรวจสอบรายชื่อหรือไม่ ซึ่งสํานักทดสอบฯ แจ้งว่า ไม่ได้ตรวจ และถึงแม้ไม่ได้มีการระบุอยู่ในทีโออาร์ แต่สุดท้าย ผอ.สํานักทดสอบฯ ก็แสตมป์ตรา มศว และส่งไฟล์กลับคืน เพื่อนําไปประกาศต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ เชิญ กสถ.เข้าร่วมในการประชุมสัปดาห์หน้า และขอเอกสารจากอธิการบดี มศว. เกี่ยวกับเอกสารสัญญาจ้าง การทํางานระหว่าง มศว.และกรมส่งเสริมฯ รวมถึงเอกสารการอนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายหน่วยงานต่าง ๆ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบ ในการดําเนินการกว่า 30 รายการเพิ่มเติมด้วย




