เร่งสางปัญหา ‘ขายยาเสพติด’ ผ่าน ‘แพล็ตฟอร์มออนไลน์’

9 ต.ค. 2568 - 16:37

  • ‘กมธ.ตำรวจ’ ถกด่วน 5 หน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา ‘ยาเสพติดออนไลน์’

  • เผยยอดขายพุ่งกว่า 8 หมื่นรายในครึ่งปี ด้าน ‘บช.น.’ โชว์ผลงานทะลุเป้า 197%

  • ฝาก สส.อุดช่องโหว่ปัญหาที่จัดเก็บของกลางรอทำลาย เสียค่าเช่าโกดังต่อเดือนกว่า 2 แสนบาท

เร่งสางปัญหา ‘ขายยาเสพติด’ ผ่าน ‘แพล็ตฟอร์มออนไลน์’

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายยาเสพติดในแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ร้องเรียนโดย ปวิตรา จิตตกิจ สส.กทม. พรรคประชาชน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

ปวิตรา กล่าวว่า “ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ว่า ขณะนี้มีการซื้อขายยาเสพติดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมาก ทั้งในเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้เยาวชนและคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก การซื้อยาเสพติดแค่คลิกไม่กี่วินาที ก็สามารถสั่งซื้อ ส่งถึงบ้านได้เลย ที่น่าห่วงคือ มีหน้าร้านใกล้โรงเรียนและชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แม้จะร้องเรียนไปหลายครั้ง แต่การปราบปรามยังไม่คืบหน้า”

พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า “ยาเสพติดในปัจจุบันมีการยกระดับ รูปแบบ วิธีการนำเสนอ แม้แต่อุปกรณ์ในการเสพก็มีการจำแนกการขาย เช่น รูปลักษณ์ของตัวเข็มฉีด น้ำกระท่อมที่มาในรูปน้ำแดง น้ำตาลสด ยาบ้าก็มีหลายประเภทที่มีขายเกลื่อนบนออนไลน์ จากการสำรวจของ ป.ป.ส. ในครึ่งปีที่ผ่านมาพบว่ายอดจำหน่ายยาเสพติดถึง 8 หมื่นราย หากมีการปล่อยปละทิ้งเวลามากกว่านี้ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน”

แค่คีย์คำว่า ‘อุปกรณ์วิทยาศาสตร์’ จะพบอุปกรณ์สูบไอซ์จำนวนมากเปิดขายอยู่บนออนไลน์ รวมถึงบนแพล็ตฟอร์ม ‘X’ หรือทวิตเตอร์ แค่พิมพ์ว่า ‘น้ำแข็ง’ ก็จะพบข้อมูลหมดเลยว่าสามารถซื้อได้ที่ไหน จึงขอให้หาทางออกร่วมกัน

ปวิตรา จิตตกิจ

ด้าน พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ชี้แจงว่า “ในรอบปีที่ผ่านมา บช.น. สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 7,328 ราย คิดเป็น 51.2% ของเป้าหมาย ป.ป.ส. และออกหมายจับได้ 398 ราย คิดเป็น 88.41% รวมถึงขยายผลถึงผู้สนับสนุนและผู้สมคบคิด 225 ราย มากกว่าเป้าหมายถึง 197.27%

ส่วนการดำเนินคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ออกหมายจับได้ 13 ราย คิดเป็น 144.93% ยึดทรัพย์สินรวม 1,193 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของเป้าหมายการยึดทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ 223 ราย โดยเป็นรายใหญ่ 18 ราย มูลค่ารวมกว่า 257 ล้านบาท และจับกุมผู้ค้าขายน้ำกระท่อม 11 ราย แม้จำนวนคดีจะน้อย เนื่องจากหลายกรณีศาลมีคำสั่งยกฟ้อง เพราะยังเป็นสมุนไพรควบคุม ทำให้การดำเนินคดียาก

ทางหน่วยงานได้ใช้มาตรการแฝงตัวในกลุ่มออนไลน์เพื่อล่อซื้ออย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าที่ปรากฏในคำค้น เช่น ‘บุหรี่ไฟฟ้าใกล้ฉัน’ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งบางพื้นที่พบและจับกุมได้ แต่บางพื้นที่ก็ไม่พบหลักฐาน ยกตัวอย่างการจับกุมล่าสุดจับหมอฉีดยาไอซ์ให้ลูกค้าถึงเตียง กรณีเครือข่ายขายยาเสพติดออนไลน์โยงบัญชีม้า แก๊งขายเสื้อวินเทจบังหน้า ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการดึงประชาชนและชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีการนำ AI เข้ามาช่วยในการร้องเรียน แจ้งเบาะแสต่างๆ ด้วย

พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมขอหารือเป็นการลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์

หลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง สุณัฐชา เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนปัญหาและได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของการค้าขายสิ่งเสพติดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หน่วยงานได้ชี้แจงว่า มีการค้าขายสิ่งเสพติดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. ยอมรับว่าซื้อขายกันจริง ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย จะพัฒนาระบบเอไอที่ตรวจจับคีย์เวิร์ด และมีการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าถึงได้
  2. มีการหลอกลวงประชาชน โดยการประกาศขายสิ่งเสพติด มีการโอนเงินไปแล้วกลับไม่มีการส่งของให้ เป็นการหลอกลวงเงิน ปัญหาคือผู้ซื้อไม่กล้าแจ้งความ เพราะเป็นการทำผิดกฎหมายทั้งสองฝ่าย

วันนี้จึงได้มีการรับเรื่องจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่ามีช่องโหว่ของกฎหมาย ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติจะเข้ามาผลักดันและปิดช่องว่างนี้

นอกจากนี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลจาก สส. เจ้าของเรื่องผู้ร้องเรียน รวมถึงกรรมาธิการที่ปรึกษาว่า จะช่วยแก้ปัญหาแพลตฟอร์มต่างๆ เท่าที่สามารถตรวจสอบได้คือ เฟซบุ๊ก ไลน์ และติ๊กต็อก แต่ขณะนี้ยังขาดช่องทาง X หรือทวิตเตอร์และอินสตาแกรม จึงได้แลกเปลี่ยนกัน หลังจากนี้หากมีปัญหาจะเชิญมาพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งทวิตเตอร์ทราบปัญหาว่า มีระบบที่เป็นของต่างประเทศ ซึ่งไทยไม่มีอำนาจเต็มในการปิดกั้น และการปิดกันแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ตรวจพบว่ามีการค้าขายสิ่งเสพติดออนไลน์ก็จะมีขั้นตอนดำเนินการที่ต้องใช้เวลา

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

ประธาน กมธ.การตำรวจ สภาฯ กล่าวอีกว่า “สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ขอให้ฝ่ายนิติบัญญัติช่วย เพราะมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บของกลาง ซึ่งตามปกติตำรวจจะทำลายของกลางที่จับมาได้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นศาลแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของทางอธิบดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับของกลางมาและทำลายได้เลย เพราะขณะนี้การจัดเก็บของกลางของตำรวจต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปเช่าโกดังเพื่อเก็บของกลาง เฉลี่ย 1 เดือนไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

เขาฝากเรามาให้ช่วยประสานว่า หากรับของกลางมา และรู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ให้อำนาจอธิบดีสามารถสั่งทำลายได้เลย จะได้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบนำของกลางออกไปขาย ซึ่งเคยมีข่าวว่า มีบุหรี่ไฟฟ้าของกลางจำนวนมากถูกนำออกไปขาย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นคนในที่มีขบวนการนำของกลางไปขายต่อ ซึ่งทางตำรวจรับปากว่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ และฝากให้ สส. ช่วยผลักดันปิดช่องโหว่ตรงนี้

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์