‘4 พรรคการเมือง’ เสนอญัตติด่วน ถกปัญหาฝุ่น PM  2.5

1 เม.ย. 2569 - 16:08

  •  ‘4 พรรคการเมือง’ เสนอญัตติด่วน ถกปัญหาฝุ่น PM  2.5

‘4 พรรคการเมือง’ เสนอญัตติด่วน ถกปัญหาฝุ่น PM  2.5

ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 โดยมีเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานในการประชุม ได้มีพรรคการเมืองเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องของปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในทำนองเดียวกันรวม 4 ญัตติ 

โดย ภัทรพงศ์ ลีลาภัทร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 

ด้าน ธนรัช จงสุทธานามณี สส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นเสนอญัตติ ให้สภาพิจารณามาตรการเร่งด่วนการป้องกัน และวิธีการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม 2.5  และปัญหาไฟป่า เพื่อรวบรวมเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป 

ขณะที่ การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนให้มีการศึกษาผลกระทบ และให้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขวิกฤตพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ 

ส่วน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วน เพื่อพิจารณาศึกษามาตรการ และการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืน 

จากนั้น ภัทรพงศ์ อภิปรายโดยขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่ โดยขอให้ญัตตินี้ส่งไปถึงคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะตอนนี้ภาคเหนือกำลังป่วยหนัก และเสียชีวิตอย่างช้า ๆ จากอากาศหายใจที่เป็นพิษ ที่มาจากการละเลยปัญหาของรัฐบาล  

ภาคเหนือตอนนี้เจอปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 หนักมาก โดยเฉพาะพื้นที่ 9 จังหวัด ที่แค่ตื่นขึ้นมาก็เหม็นกลิ่นควันไหม้ ใช้ชีวิตประจำวันแทบไม่ได้ ต่อให้ใส่หน้ากาก N95 ก็แสบตาอยู่ดี จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนนี้ ค่าฝุ่นพุ่งขึ้นถึง 300 มคก./ลบ.ม. แทบทุกพื้นที่บางพื้นที่ทะลุถึง 700 มคก./ลบ.ม. ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทะลุ 1,956 ในเมื่อวานนี้ 

“ฝุ่นพิษหนักขนาดนี้ประชาชนเลือดกำเดาไหลเยอะมาก เด็กต้องเข้าไอซียูหลายราย หลายคนโรคหัวใจกำเริบเต้นผิดจังหวะเพราะมีฝุ่นพิษเป็นตัวกระตุ้น  อยากให้ลองคิดภาพตามว่าหากพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วคนในครอบครัวเลือดกำเดาไหลจากฝุ่นพิษ คนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้อากาศอย่างหนักจนต้องขับรถไปส่งโรงพยาบาล คนในครอบครัวเกิดอาการแน่นหน้าอกหัวใจเต้นผิดจังหวะจนต้องวิ่งไปเอายาโรคหัวใจ โทรเรียกรถพยาบาลมารับ หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดที่บ้านของพวกคุณจะทำอย่างไร” ภัทรพงศ์ กล่าว 

ภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดที่ยังไม่ได้แสดงผลในวันนี้ คนภาคเหนือมีอัตราความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากที่สุดในประเทศทั้งที่มีอัตราการสูบบุหรี่น้อยที่สุดในประเทศ ยังไม่รวมผลกระทบเรื่องปากท้อง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันเอาชีวิตให้รอดก็ยากแล้ว เรารู้อยู่แล้วว่าในเดือน มี.ค.-เม.ย.ของทุกปี จะเป็นช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด โดยมีต้นตอมาจากไฟป่า และฝุ่นจากต่างประเทศ ตนเองอภิปรายอย่างละเอียดมา 3 ปีแล้วว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างต้องทำงานอย่างหนักก่อนปัญหาจะเกิด การแถลงนโยบายครั้งที่ผ่านมาตนเองก็ชี้ชัดให้รัฐบาลเห็น ว่าตอนนี้ปัญหาคือ งบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่พอ รัฐบาลต้องวางแผนจัดสรรงบเกี่ยวกับไฟป่าภายในเดือน พ.ย. เพราะรัฐบาลก่อนหน้ามีการตัดงบประมาณท้องถิ่นดับไฟป่าไปกว่าพันล้าน ทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณหลักหมื่นในการจัดการไฟป่า ซึ่งรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่มีมีการดำเนินการอะไร 

เห็นชัดเจนว่าผลที่เรารับกันอยู่ มาจากการละเลยต่อปัญหาของรัฐบาล ละเลยต่อข้อเสนอแนะในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลละเลยต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และกำลังละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตฉุกเฉิน เพราะ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าเกณฑ์ และเงื่อนไขในการประกาศเขตภัยพิบัติทั้งหมดแล้ว แต่มีเพียงจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีอัคคีภัย เพราะไม่กล้าที่จะประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้งที่การประกาศแบบนี้ทั้งจังหวัด จะช่วยปลดล็อกเงินฉุกเฉินเงินทดรองราชการที่แต่ละจังหวัดจะมีงบประมาณอยู่ 50 ล้านบาท มีงบประมาณของแต่ละทุกกระทรวงรวมกัน 570 ล้านบาท รวม 9 จังหวัด เป็น 1,020 ล้านบาท ซึ่งขอขยายกรอบวงเงินและขอใช้งบประมาณนอกหลักเกณฑ์ได้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ 

ถามตรง ๆ ว่าลมหายใจของประชาชนภาคเหนือ มีความหมายกับรัฐบาลบ้างหรือเปล่า เพราะถ้ายังมีความหมายอยู่ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วน คือการประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กับ 9 จังหวัดภาคเหนือ และยกระดับภัยเป็นระดับ 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คืออนุทิน มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการแล้วให้กระทรวงแต่ละกระทรวงปลดล็อกทำงานอย่างเต็มกำลัง

ภัทรพงศ์ กล่าว

ภัทรพงศ์ ย้ำว่า เราต้องเพิ่มคนในชุมชนที่รู้จักพื้นที่ดีที่สุดให้มาดูแลป่า เฝ้าระวัง และลาดตระเวนพื้นที่ของเขาเอง เพิ่มกำลังเสริมตามความเสี่ยงของพื้นที่ สิ่งที่ต้องจัดการอย่างแรกคือรัฐบาลต้องเอาแผนที่ป่าทั้งหมดมากาง เทียบด้วยแผนที่เผาไหม้จาก GISTDA และเทียบกับดัชนีความแห้งแล้งในป่า ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยได้ทำไว้แล้ว เราจะได้แผนที่ที่ยังไม่มีการเผาไหม้ พร้อมระดับความเสี่ยงไฟป่า แบ่งเป็น สูง กลาง ต่ำ เพื่อให้เราจัดกำลังเสริม เสือไฟ เหยี่ยวไฟ หรือคนในชุมชน จัดสรรงบประมาณตามความเสี่ยงของพื้นที่ได้ 

สำหรับสวัสดิภาพและชีวิตของคนดับไฟ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราละเลยไม่ได้ เราไม่สามารถให้คนดับไฟดับไฟได้ทุกวันอย่างน้อยต้องทำงาน 2 วันพัก 1 วัน เราไม่มีทางจะดับไฟได้ทุกวันเพราะจะมีอาการล้าสะสมเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก เพราะตนเองเคยวัดค่า PM 2.5 ขณะดับไฟพุ่งสูงขึ้นถึง 3,000 มคก./ลบ.ม. ซึ่งไม่ใช่ค่าปลอดภัยที่คนควรจะอยู่ เราต้องรับมือเรื่องสุขภาพ เอาข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาพล็อตหาพิกัดกลุ่มเปราะบาง เพื่อจัดสรร “มุ้งสู้ฝุ่น” ที่เป็นนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งช่วยลดฝุ่นได้ถึง 75% รวมถึงห้องปลอดฝุ่นและหน้ากาก N95 ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่มีการแจกแบบครอบคลุม 

ขณะที่การเจรจาเรื่องฝุ่นข้ามแดน รัฐบาลต้องทำทันทีคือ การแจ้งปัญหานี้ไปที่ศูนย์ภัยพิบัติอาเซียน ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน สามารถขอความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกได้ ปัญหานี้ไม่ได้มีต้นตอแค่ในประเทศไทยแต่มาจากต่างประเทศด้วย รวมถึงหยุดเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนที่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แก้ประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้ปัจจุบันจะมีประกาศออกมาว่าห้ามนำเข้าข้าวโพดที่เผา แต่มีการเปิดช่องโหว่ให้กับผู้นำเข้าสามารถรับรองตนเองนำเข้าง่าย ๆ 

เราจำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ไม่สนว่าพวกท่านคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะได้ตำแหน่งมาด้วยวิธีไหนในตอนนี้ แต่พวกท่านมีอำนาจงบประมาณอยู่ในมือแล้ว ขอให้ลุกขึ้นมาทำงาน ถ้าทำไม่เป็น วันนี้เปิดใจรับฟัง เพราะประชาชนไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไป  

พรรคแกนนำรัฐบาลที่เคยอภิปรายในปีที่แล้ว เหมือนจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติถึงขั้นพูดว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะพัฒนาประเทศ นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะเดินไปข้างหน้าแต่นี่คือเวลาที่เราต้องหยุดและถอยหลังมาหนึ่งก้าวแล้วให้ความสำคัญกับเรื่องภัยพิบัติ จำคำพูดของตนเองได้ไหมครับ แล้ววันนี้การกระทำเป็นอย่างไร ภัยพิบัติมาสู่ประเทศไทยอีกรอบ ทำได้สักอย่างหรือเปล่า ดีแต่ลมปาก แต่ทำจริงไม่ได้สักอย่าง

ภัทรพงศ์ กล่าว 

ภัทรพงศ์ ย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังจะพลาดมากที่สุดคือ การไม่แก้ปัญหาที่โครงสร้าง ปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดต้องตกไปถ้าสิ่งที่ตนเองพูดไม่จริง ขอให้สุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มายืนยัน พูดให้ประชาชนคลายความกังวล หากรัฐบาลชุดนี้ไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ สุชาติ จะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้ากล้าพูดแบบนี้ เชื่อว่าประชาชนคลายความกังวลแน่นอน เพราะตอนนี้รัฐบาลไม่เอาสักอย่าง แก้ปัญหาโครงสร้างไม่ทำแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ไม่เอา 

ภัทรพงศ์ อยากให้รัฐบาลเอาความรู้สึกเอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ในใจของตนเองบ้าง หากคนที่คุณรักเลือดกำเดาไหลไอเป็นเลือด โรคหัวใจกำเริบ พวกคุณจะปล่อยปละละเลยปัญหานี้ขนาดนี้หรือไม่ เลิกทำงานด้วยการสั่ง เพราะคำสั่งของนายกฯ ไปถึงผู้ว่าฯ เป็นคำขู่ ผู้ว่าฯ ไปขู่ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอไปขู่คนดับไฟอีกที แทนที่จะได้พักจากการดับไฟป่าก็ต้องเข้าไปดับไฟทุกวันจนเกิดอาการล้าสะสมนำมาสู่ความเสี่ยงในการเสียชีวิต  คำขู่แบบนี้แก้ปัญหาอะไรให้กับประชาชนไม่ ได้เลิกทำงานด้วยคำขู่และใช้มันสมองเสียที 

“พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อเสนอจากการอภิปรายในญัตติด่วนวันนี้ ไปเร่งจัดการแก้ปัญหา PM 2.5 ให้กับประชาชน ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ประเทศไทยมีค่าฝุ่นพิษแย่อันดับหนึ่งของโลก ขอให้คุณอนุทินรู้สึกอายกับการที่ตนเองไม่ทำงาน ปล่อยปละละเลยจนฝุ่นผิดรุนแรงขนาดนี้ และหวังว่าญัตติด่วนของพรรคประชาชนจะทำให้คุณอนุทินมียางอาย ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาให้ภาคเหนือของประเทศไทยเสียที” ภัทรพงศ์ ทิ้งท้าย 

ธนรัช อภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึง ผลกระทบทางสุขภาพที่รุนแรง โดยเฉพาะในเชียงรายที่ฝุ่น พิษพรากเวลาชีวิตประชาชนไปเกือบ 4 ปี และทำลายระบบ เศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมเสนอมาตรการ 3 ระยะ เริ่ม จากการสนับสนุนอุปกรณ์ และสวัสดิการให้คนด่านหน้า และ ให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหารจัดการงบประมาณ

ธนรัช กล่าวถึงในระยะยาว เสนอให้ผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ และใช้กลไกทางการทูตเจรจาระดับภูมิภาค เพื่อควบคุมการ เผาป่าและไร่ข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้านผ่านเงื่อนไข ทางการค้าและภาษี เพื่อยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งการแก้ปัญหาสิ่ง แวดล้อมและส่งเสริมสินค้าไทย

การดี อภิปรายว่า จุดความร้อนขยายตัว กว่า 3 เท่าในสัปดาห์เดียว ซึ่งกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์และสุขภาพประชาชนอย่างเฉียบพลัน โดยเสนอ แนวทาง 6 ด้าน พร้อมเน้นย้ำว่า อากาศสะอาดคือสิทธิพื้นฐานที่รัฐ ต้องคุ้มครอง และต้องเร่งยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่ สภาฯ ซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่จะครบกำหนดเดทไลน์การถูกตีตก ภายใน 60 วัน เนื่องจากมีการยุบสภา

การดี ยังเสนอให้มีเครื่องมือและทางเลือกในการกำจัดขยะ การเกษตรแทนการลงโทษเพียงอย่างเดียว พร้อมจัดทำห้อง ปลอดฝุ่นและระบบติดตามผลกระทบสุขภาพระยะยาว รวมถึงการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามแก้ไขวิกฤตนี้ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

พิมพ์ภัทรา ขอชี้แจงในมุมรัฐบาล ว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการขับเคลื่อน มาตรการจูงใจเกษตรกรลดการเผาจนจุดความร้อนลดลง ร้อยละ 26 รวมถึงการใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัย และเจรจาความร่วมมือ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส" กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดฝุ่นข้ามแดน

พิมพ์ภัทรา ยังเสนอให้รัฐบาลจัดทำข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์ เป็นแพลตฟอร์มเดียวจากทุกกระทรวง พร้อมกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นและใช้มาตรการทางภาษีจูงใจคนทำดี ทำโทษคน ทำไม่ดี

“การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ คำว่าวาระแห่งชาติพูดกันมาหลาย ครั้ง เราหวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทินพูดแล้วทำ แล้วแก้ปัญหาได้จริง จะได้ไม่มีใครมาอ้าง และใช้วาทกรรมว่า ละเลยไม่ใส่ใจ และไม่แก้ไขปัญหา เพราะเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่ต้องเข้าถึงอากาศ สะอาดร่วมกัน” พิมพ์ภัทรากล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์