ตามฟอร์ม! ประชุมร่วมรัฐสภา ‘ล่ม’ ส่งท้ายปลายสมัย

17 ก.พ. 2566 - 16:03

  • ไม่เกินคาด! ประชุมร่วมรัฐสภา ‘ล่ม’ ส่งท้ายปลายสมัย ‘กฎหมายปฏิรูปการศึกษา’ ไม่ได้เกิด

  • ด้าน ‘ชวน’ อวยพร ส.ส. ประสบความสำเร็จทางการเมือง

  • เชื่อ ส.ว. ส่วนใหญ่มีความรู้-น่านับถือ หวังเป็นกำลังให้แก่บ้านเมืองต่อไป

parliamentary_meeting_failed_SPACEBAR_Hero_70069ada20.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ต่อจากเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา  

โดยเมื่อถึงเวลานัด ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่ายังไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากสมาชิกลงชื่อยังไม่ครบองค์ประชุม และจะกลับมาอีกครั้งเมื่อสมาชิกลงชื่อครบแล้ว จนเวลา 10.38 น. จึงสามารถเปิดประชุมได้ โดยมีสมาชิกรัฐสภาแสดงตน 377 คน แบ่งเป็น ส.ส. 209 คน และ ส.ว.แสดงตนเป็นองค์ประชุม 168 คน จากนั้น ประธานฯแจ้งต่อที่ประชุมว่า จำนวนสมาชิกรัฐสภาที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้วันนี้มี 666 คน แบ่งเป็น ส.ส. 417 คน และ ส.ว. 249 คน ดังนั้น องค์ประชุมต้องใช้จำนวน 333 คน   

ส่วนทันทีที่เข้าสู่วาระพิจารณา ประธานฯ ได้ขอมติจากที่ประชุมในมาตรา 14 ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อให้สมาชิกรัฐสภาเสียบบัตรแสดงตนก่อนลงมติ ต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อทำให้องค์ประชุมครบ แม้แต่ประธานฯ ยังกล่าวขึ้นมาว่า “อย่าให้สภาล่มตั้งแต่เช้าเลยนะครับ” แต่ที่สุดมาตรา 14 ก็ดำเนินผ่านไปได้ โดยที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่ให้แก้ไขตามที่คณะ กมธ.แก้ไข ด้วยมติ 242 ต่อ 84 งดออกเสียง 6 ไม่ออกเสียง 3 เสียง 

จากนั้น ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 15 ทาง เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่าจะกระทบถึงค่าตอบแทน ดังนั้น ตนมีความกังวลใจ และขอให้ชะลอไปก่อน รอรัฐบาลใหม่เพื่อหารือทุกฝ่ายให้รอบคอบ หากเร่งรีบแล้วอาจเกิดปัญหากับคุณภาพการศึกษา กระทบกับผู้เรียน แม้อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าด้านการศึกษา แต่หากพิจารณาแบบเร่งรีบเกินไปอาจมีปัญหาได้  

ประธานฯ จึงกล่าวว่า ขอให้ เกษม หารือกับฝ่ายรัฐบาลว่า จะเอาอย่างไรกับร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นร่างกฎหมายของรัฐบาล ที่ผ่านมาทำหนังสือไปยังรัฐบาลแจ้งว่า หากอยากให้ร่างกฎหมายผ่านต้องนำองค์ประชุมมาด้วย เพราะสภาฯ พยายามทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติให้สมบูรณ์ แต่ขณะนี้ ฝั่งรัฐบาลมีความเห็นที่แตกต่าง ตนไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร ที่ผ่านมา ต้องอดทนกับการรอองค์ประชุม เพียงมาตราเดียวต้องใช้เวลารอ ทั้งนี้ เวลาเป็นของมีค่าไม่ใช่เฉพาะของตน แต่คือสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ดังนั้น หากไม่พร้อมจะกินเวลาไปมาก แต่หากพร้อมจะพิจารณาจนถึง 03.00 น. ตนเต็มใจทำหน้าที่ 

อย่างไรก็ตาม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธาน กมธ. ยืนยันจะใช้กลไกของรัฐสภา ให้การพิจารณาเดินหน้าต่อไป แต่ ส.ส.ฝ่ายค้านยืนยันที่จะให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปทบทวนเนื้อหา 

แต่การลงมติแต่ละมาตราเป็นไปด้วยความทุลักทุเล เพราะสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมบางตา จนกระทั่งเวลา 13.37 น. ประธานฯ กดออดให้สมาชิกแสดงตนก่อนลงมติ มาตรา 16 ปรากฏว่าเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง สมาชิกก็ยังไม่ครบองค์ประชุม โดยมีเพียง 320 คนเท่านั้น ประธานฯ จึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 14.26 น. ถือว่าการประชุมรัฐสภาล่มเป็นครั้งที่ 6 นับแต่ต้นปี 2566  

ทั้งนี้ ก่อนปิดประชุม ชวน กล่าวว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันประชุมพิจารณาเรื่องต่างๆ ได้ผ่านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 1 ฉบับ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูป 13 ฉบับ หนังสือสัญญา 17 ฉบับ เรียนว่า 4 ปี ได้รับความร่วมมือด้วยดี แม้ในช่วงปลายมีปัญหาบ้างก็ตาม ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย 4 ปี จะไม่สามารถทำงานได้ถึงขนาดนี้ การเปิดสมัยวิสามัญไม่อยู่ในฐานะที่รัฐสภาทำเองได้ ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล แม้วันนี้ คาดว่าจะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ตาม ขอให้ทุกคนที่มาจากการเลือกตั้งประสบความสำเร็จทางการเมือง ส่วนวุฒิสมาชิกเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นผู้มีความรู้ที่น่าเคารพนับถือ ตนจึงห้ามเสมอ อย่าพาดพิงเหมารวมจนทำให้ทั้งหมดเสียใจ หวังว่า ส.ว.จะได้เป็นกำลังของบ้านเมืองในหน้าที่ของแต่ละฝ่ายต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์