ปม ‘หมุดนิรนาม’ ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ทับซ้อนกัน 3 หน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) จังหวัดนครราชสีมา ถูกเชื่อมโยงว่าอาจกลายเป็นศึกภายในพรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ (เลขาธิการพรรคฯ) กับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ)
ก่อนที่เรื่องจะไปไกล ร.อ.ธรรมนัส จึงถือโอกาสชี้แจงกรณีปัญหาจุดหมุดนิรนาม ส.ป.ก. 4-01 ดังกล่าว ว่า หลังจากที่ทราบเรื่องข้อพิพาทดังกล่าว จึงรีบลงพื้นที่เพื่อไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทะเลาะกัน และได้แจ้งกับ พล.ต.อ.พัทชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แล้ว ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรก การมีปัญหาเรื่องพื้นที่ทับแนวเขตสองกระทรวง ต้องทำความเข้าใจว่า ในอดีตสองกระทรวงคือกระทรวงเดียว ภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ แต่พอกระทรวง ทส.แยกออกไป จึงมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในแนวเขตของสองกระทรวง
ดังนั้น หลักสำคัญคือต้องบังคับใช้หลักกฎหมาย ก็คือแนวเขตทับซ้อนจะต้องแก้ยังไง โดยรัฐบาลมอบหมายกระทรวงกลาโหม ให้นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เป็นประธานขับเคลื่อนแนวเขตที่เป็นของรัฐ หรือ วันแมพ (ONE MAP) และได้มอบหมายกรมแผนที่ทหารเดินหน้าเรื่องแนวเขตของรัฐ เพื่อให้เป็นวันแมพ หรือแผนที่เดียว ดังนั้น ประเด็นที่เกิดขึ้นใน ต.หมูสี อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จึงเป็นปัญหาที่เราต้องรอความชัดเจนจากกรมแผนที่ทหาร
— ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ส่วนประเด็นที่สอง หลักวิทยาศาสตร์พื้นที่แนวเขตอุทยาน มีกฎหมายอุทยานกำหนดชัดเจน ที่ต้องมีการคำนวณแนวเขตให้ชัดเจนประกอบกับหลักวิชาการ โดยแนวหลักความจริงพื้นที่ในเขตอุทยานกับพื้นที่ที่ประกาศเป็นแนวเขตปฏิรูปที่ดินหรือ ส.ป.ก. มีพื้นที่ชนจะไม่จัดให้เกษตรกรเข้ามาทำกิน เนื่องจากเวลาเกษตรกรเข้ามาทำกินทำไร่ทำสวน จะมีสัตว์ป่าลงมากินพืชผล เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องมาแก้ไขอีก และหากให้เกษตรกรเข้ามาทำกินในพื้นที่ติดกับเขตอุทยาน สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เรื่องการบุกรุกเขตอุทยาน
ดังนั้น นโยบายในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน จะออกแนวทางในการปฏิบัติใหม่ โดยกำหนดพื้นที่ใดก็ตามที่เป็นเขตชนกันระหว่างที่อุทยานกับที่ ส.ป.ก. ให้ ห้าม หลีกเลี่ยง การจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรทำกินเด็ดขาดขาด สงวนไปเป็นพื้นที่กันชน หรือ buffer zone และสงวนให้เป็นเขตป่าไม้ชุมชน โดยจะกำหนดแนวทางหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
— ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ร.อ.ธรรมนัส ระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย ทำงานมีหน้าที่รับผิดชอบทำงานเพื่อประเทศชาติ ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งคู่ และในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงทำงานอยู่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่โคราชทั้งหมด จะต้องกลับเข้ามาทำงานในส่วนกลาง เพื่อความโปร่งใส ส่วนจะใช้เวลานานหรือไม่นั้น ได้รับรายงานจากเจ้ากรมแผนที่ทหาร จะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 2 อาทิตย์ ในเรื่องของการทำแผน ขออย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์และดึงประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนยืนยันถึงการเข้าปรึกษากับ พล.ต.อ.พัชรวาท
ส่วนข้อกังวลหากมีชาวบ้านที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ที่กำลังจะจัดสรรเป็นเขตกันชน รัฐบาลจะต้องหาที่ทำกินใหม่ให้เกษตรกร ขอย้ำว่าไม่ต้องกังวล และไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่มีปัญหา แต่ขอให้เกษตรกรทั่วประเทศมั่นใจ รัฐบาลจะจัดสรรที่ดินทำกินให้ใหม่ไม่ต้องกังวล
— ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ปมพิพาท ‘ที่ดิน ส.ป.ก.เขาใหญ่’ ยึดตามกฎหมายเป็นหลัก
ส่วนทางด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ยืนยันที่จะหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส ในกรณีข้อพิพาทการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.เขาใหญ่ พร้อมเน้นย้ำยึดข้อกฎหมายเป็นหลักในเรื่องดังกล่าว
ส่วนเมื่อถามว่า ข้อพิพาทดังกล่าวเกิดจากการใช้แผนที่คนละฉบับใช่หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ย้ำว่า “มันเป็นเรื่องข้อเท็จจริง เอาหลักของกฎหมายเป็นหลัก”
สำหรับกรณีที่ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังจ้องฮุบพื้นที่ดังกล่าว พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ย้อนว่า “ต้องไปถามเขา”
ถก ‘ธรรมนัส’ พรรคเดียวกันพูดรู้เรื่องอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ในฐานะที่ ชัยวัฒน์ อยู่ในกำกับดูแล จะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า “ผมก็ยังไม่ได้คุยกับเขา ก็พูดไป” เมื่อถามย้ำว่า จะต้องฟังจากชัยวัฒน์ หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า “ไม่หรอก เราต้องดูหลักกฎหมายก่อน เอาข้อเท็จจริงมาประกอบ และคิดว่าหลังการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ก็คงรู้เรื่อง พรรคเดียวกันอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.พัชรวาท ปฏิเสธตอบคำถามที่ว่า หากทาง ชัยวัฒน์ ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลคดีก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน (ห้วยคมกฤต) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมิชอบ มายังกระทรวงฯ จะเปิดโอกาสให้หรือไม่
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส และ จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มายังห้องทำงานของ พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลาไม่นาน ก่อนขึ้นไปประชุมคณะรัฐมนตรี

หากเป็นพื้นที่อุทยานฯ ‘ชัยวัฒน์’ มีอำนาจถอดหมุด ปัดมีใบสั่งการเมือง
สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่าง กรมป่าไม้, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด (ทส.) กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมานั้น
จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ (ทส.) ก็ชี้แจงสอดคล้องกับ รมว.เกษตรฯ ถึงการนำเอา One Map หรือการใช้แนวเขตที่ดินของรัฐมากำหนด และก่อนหน้านี้ คือการนำแผนที่มาตราส่วนเดียวกันมาปรับให้เป็นแนวเขตเดียวกัน ส่วนกรณีที่เขาใหญ่ ต้องรอทางเจ้ากรมแผนที่ทหาร ซึ่งขณะนี้กำลังลงพื้นที่ดำเนินการ
ส่วนก่อนที่จะมีการปักหมุด ต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ทส.ก่อนหรือไม่ จตุพร กล่าวว่า ในส่วนของ ทส. เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีอยู่แล้ว แต่การที่หน่วยงานไหนจะเข้ามา ต้องมาคุยกันก่อน เช่นแนวระดับจังหวัด หรือคณะกรรมการปฏิรูปจังหวัด แต่ส่วนนี้เป็นเรื่องของจังหวัดตนไม่ขอก้าวล่วง และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วต้องมาคุยกัน เพราะมีอยู่ 3 เรื่องที่ต้องทำ คือเรื่องข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และวิทยาศาสตร์ คือ การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งเรามีอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงประเด็นที่ว่า ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถอดหมุดสามารถทำได้หรือไม่ จตุพร กล่าวว่า สิ่งใดก็ตามที่อยู่ในเขตอุทยาน หากเข้าไปบุกรุก สามารถดำเนินการได้ ซึ่งถือเป็นเหตุที่มีความละเอียดอ่อน โดยป่าสงวนจะเป็น ไข่ขาว, อุทยานคือ ไข่แดง แต่จะขอไปตรวจสอบในรายละเอียดหาก ชัยวัฒน์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
ยืนยันว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายชัยวัฒน์ หากอยู่ในพื้นที่อุทยานฯ ก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ อีกทั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นมรดกโลก จึงต้องไปพิสูจน์ทราบ ว่าการที่เจ้าหน้าที่ไปปักหมุด สามารถทำได้เลยหรือไม่ และต้องไปดูขั้นตอนของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จะต้องเข้ามาอย่างไร ต้องไปดูภาพรวมทั้งหมด รายการที่จะเข้าไปปักแนวเขตอะไรก็แล้วแต่ มีระเบียบรองรับอยู่แล้ว ว่าจะต้องมีกำนันผู้ใหญ่บ้าน ขั้นตอนละเอียดอยู่ และเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานที่จะหาข้อยุติในเรื่องนี้
— จตุพร บุรุษพัฒน์
ส่วนกรณี ชัยวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า การปักหมุดบริเวณดังกล่าว มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ จตุพร กล่าวว่า ขอไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะทุกฝ่ายก็ทำตามกฎหมายของตัวเอง อยากให้รอคณะกรรมการเข้ามาดู ซึ่งเป็นเรื่องแนวเขตที่เราเห็นอยู่แล้วว่ามีปัญหา จึงจำเป็นต้องมี One Map ขึ้นมา ในการแก้ไขแนวเขตที่ดินของรัฐ ถ้านำที่ดินของรัฐในส่วนของราชการมาดู เป็นที่ดินเกินครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ทุกฝ่ายมีมาตรฐานที่แตกต่างกันไป ที่เราเรียกว่า โฉนดที่ดิน 1 : 4000 ก็สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้หมด
เชื่อว่าไม่น่าจะมีเรื่องการเมืองมาอยู่เบื้องหลัง ส่วนจะมีใบสั่งให้ไปปักหมุดจุดนั้นหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ เพราะทั้ง 2 หน่วยงาน ยืนยันแผนที่ของตัวเอง ก็ต้องนำมาตรวจสอบ อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ถูก
— จตุพร บุรุษพัฒน์
เมื่อถามว่า พื้นที่ที่ปักหมุดจะเตรียมแบ่งไว้ให้ประชาชนทำกินหรือไม่ จตุพร ก็ระบุว่า ไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ แต่ยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เมื่อถามว่า คาดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกรมอุทยานหรือไม่ จตุพร ยืนยันว่ามีพระราชกฤษฎีกาแนวเขตอยู่ เป็นข้อกฎหมาย

‘ปลัด ทส.’ ยันให้ความเป็นธรรม ‘ชัยวัฒน์’ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง ลั่นปกป้องคนทำงาน
ส่วนกรณีที่ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลคดีก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน (ห้วยคมกฤต) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดยมิชอบ ผิดวินัยร้ายแรง และส่งอัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้แจงว่า ป.ป.ช.ได้แจ้งเรื่องไปที่ต้นสังกัดของ ชัยวัฒน์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต้นสังกัดก็จะส่งรายละเอียดมาให้สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่ ทั้งเรื่องการร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ ชัยวัฒน์สามารถอุทธรณ์และร้องขอความเป็นธรรมกับทางกระทรวงฯ ได้
ยอมรับว่า ข้าราชการเราโดนแบบนี้มาเยอะ ก็เปิดให้เขาร้องขอความเป็นธรรมและเสนอหลักฐานเข้ามา เราก็ต้องดูแลคนของเรา คนทำงานก็ต้องยอมรับว่า ต้องมีผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ถ้าผิดแล้วเป็นปัญหา เราก็ต้องดูแลเจ้าหน้าที่ของเรา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานให้เขา ลูกน้องของผมทุกคน ผมดูแลหมด และให้ความเป็นธรรมทุกคน
— จตุพร บุรุษพัฒน์




