สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุความไม่สงบพร้อมกันหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.15 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ต่อเนื่องถึงช่วงกลางคืน
ล่าสุด มีรายงานจากผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ (วันที่ 23 ส.ค.)ก่อนที่ จะเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 (บน.6) เพื่อลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมประชุม
โดยมี ‘พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ’ รมว.กลาโหม ‘อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์’ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ‘นฤชา โฆษาศิวิไลซ์’ อธิบดีกรมการปกครอง ‘พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์’ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ‘พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์’ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน. เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วย
นอกจากนี้ ‘พล.ท.นราธิป โพยนอก’ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้โทรศัพท์เข้ามารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้ง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ มีรายงานว่า ‘นายกฯ’ ได้ใช้เวลาในการหารือนานกว่า 1 ชม. ก่อนเดินทางไปปฏิบัติราชการเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน
รูปแบบการก่อเหตุมีทั้งลอบวางระเบิด ยิงก่อกวน วางเพลิง เผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ ทำลายกล้องวงจรปิด เสาสัญญาณโทรศัพท์และระบบไฟฟ้า รวมถึงเผารถและอาคารของหน่วยงานท้องถิ่น สะท้อนลักษณะการก่อเหตุแบบกระจายหลายพื้นที่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมตลอดคืน ตัวเลขรายจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลเช้าวันที่ 23 สิงหาคม ระบุว่า
- นราธิวาสพบเหตุในทั้ง 13 อำเภอ 22 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
- ยะลาพบเหตุใน 5 อำเภอ 18 เหตุการณ์
- ปัตตานีพบเหตุ 11 จุด โดยจุดสำคัญอยู่ในอำเภอยะหริ่ง ยะรัง และหนองจิก
นราธิวาส 22 เหตุการณ์ บาดเจ็บ 2 ราย
ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาสรายงานว่า เหตุเกิดครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอ โดยพื้นที่ที่พบเหตุจำนวนมาก
จุดสำคัญในอำเภอระแงะมีทั้งเหตุระเบิดและยิงบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบูเก๊ะบือเราะ การวางเพลิงสำนักงาน อบต.บองอ ก่อนนำรถกระบะของหน่วยงานหลบหนี และนำรถไปเผาทำลายภายหลัง รวมถึงเผารถเครื่องจักรและก่อเหตุบนเส้นทางหลายสาย และพบการวางเพลิง อบต.ช้างเผือก ป้อม ชรบ.เก่า ตลอดจนระเบิดโรงงานรับซื้อไม้ยาง เสาไฟฟ้า และหลายจุดตามเส้นทาง
ผู้บาดเจ็บอีก 2 รายอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส หลังรถของประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ยะลา 18 เหตุ มุ่งทำลายสาธารณูปโภค
ข้อมูลที่ตรวจสอบเพิ่มเติมในช่วงเช้าระบุว่า ยะลาพบ 18 เหตุการณ์กระจายใน 5 อำเภอ ได้แก่ ธารโต บันนังสตา รามัน เมืองยะลา และกรงปินัง
ส่วนใหญ่เป็นการเผายางรถยนต์ วางเพลิงเสาสัญญาณโทรศัพท์ เผารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำลายกล้องวงจรปิด พ่นสีบนพื้นถนน และโปรยตะปูเรือใบเพื่อกีดขวางเส้นทาง เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความเสียหายและวัตถุต้องสงสัยในแต่ละจุด
ปัตตานีพบปล้น–เผาร้านสะดวกซื้อ
ในจังหวัดปัตตานี รายงานระยะแรกพบ 11 เหตุการณ์ โดยในอำเภอยะหริ่ง กลุ่มติดอาวุธยิงก่อกวนและวางวัตถุต้องสงสัยบริเวณสามแยกบางปู ก่อนเข้าไปก่อเหตุที่ร้านสะดวกซื้อสาขาบางปู และเผายางบนทางหลวงหมายเลข 42
ที่อำเภอหนองจิก มีการวางเพลิงรถดับเพลิงของ อบต.บางเขา ส่วนอำเภอยะรังมีการเผารถเก็บขยะและเผายางบนเส้นทาง รายละเอียดความเสียหายและจำนวนจุดที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
กอ.รมน.ปฏิเสธยิงเยาวชนจากเฮลิคอปเตอร์
อีกประเด็นที่ถูกแชร์อย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ คือกรณีเยาวชนได้รับบาดเจ็บขณะเดินทางกลับจากการตั้งแคมป์ในพื้นที่บ้านกูมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ พร้อมข้อสงสัยว่าอาจถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ในพื้นที่
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ออกแถลงการณ์วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแล้ว ยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จริง แต่เป็นการ ลาดตระเวนทางอากาศ ตรวจการณ์ และติดตามสถานการณ์ เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน และยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ยิงลงสู่พื้นที่ด้านล่าง
ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของอาการบาดเจ็บของเยาวชนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ กอ.รมน.ระบุว่า จะตรวจรายละเอียดและสาเหตุอย่างรอบด้าน และหากมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมจะเปิดเผยต่อสาธารณะ
ด้านหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 22.15 น. วันที่ 22 สิงหาคม ถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 23 สิงหาคมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์และตรวจสอบพื้นที่
ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งเพิ่มกำลังลาดตระเวน ปิดกั้นจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบเส้นทางหลักและเส้นทางรอง พร้อมกำชับให้ระวังการวางวัตถุระเบิดซ้ำเพื่อดักโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบหน่วยงานด้านความมั่นคงเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์คืนวันที่ 22 สิงหาคมมีลักษณะเด่น 3 ประการ คือ การลงมือพร้อมกันหลายพื้นที่ การเลือกโจมตีสาธารณูปโภคและทรัพย์สินของรัฐ และการสร้างสิ่งกีดขวางเพื่อชะลอการเข้าถึงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่เพียงพอให้สรุปว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด หรือมีวัตถุประสงค์เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางการเมืองและกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างไร
ทั้งนี้ รอมฏอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความช่วงคืนวาน (22 ส.ค.) ระบุว่า ฝากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ช่วยตรวจสอบครับ --- มีรายงานจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะแนะแจ้งว่า ราวสี่ทุ่มที่ผ่านมา เกิดเหตุวัยรุ่นถูกยิงจาก #เฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่หมู่บ้านกุมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะที่พวกเขา 5 คน พร้อมมอเตอร์ไซค์ 3 คัน กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากตั้งแคมป์ที่ อ.บาเจาะ ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ท้องทะลุสะโพก 1 ราย ขณะนี้ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เรียบร้อแล้ว ล่าสุดแพทย์กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมผ่าตัดครับ
ผมพยายามตรวจสอบและยืนยันข่าวนี้กับทาง ผบ.ฉก.นราธิวาส แต่ท่านยังไม่รับสาย เข้าใจว่ากำลังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจการประกาศเคอฟิวในเขตนราธิวาสมีผลตั้งแต่เวลา 22.15 น. จนถึง 06.00 น. มีรายงานข่าวว่าเกิดเหตุหลายจุดกระจายตัว ในหลายอำเภอตั้งแต่ช่วงค่ำ ในขณะเดียวกันก็มีรายงานเฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์ในหลายพื้นที่
ในสภาวะที่กำลังชุลมุนอยู่เช่นนี้ พี่น้องประชาชนในนราฯ โปรดอยู่ในบ้านของท่านตามประกาศข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถแยกแยะได้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยปฏิบัติอื่น ๆ พึงระมัดระวังการปฏิบัติของท่านไม่ให้กระทบต่อพลเรือนอย่างถึงที่สุดด้วยนะครับ
ในเบื้องต้น ฝากทางหน่วย ฉก.นราธิวาส ตรวจสอบรายละเอียดและสื่อสารต่อสาธารณะถึงข้อเท็จจริงตรงนี้ด้วย




