ภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดฟังรับความคิดเห็นของโครงการ TH-AI Passport ว่า วันพรุ่งนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ประชาชนสงสัยคือปลัดกระทรวงฯ ก็ออกมาบอกว่า รับฟังไปแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่ารับฟังไปทำไมการรับฟังครั้งนี้ เป็นการดึงคนโดยเฉพาะคนในวงการ เข้าไปเพื่อฟอกขาวสร้างความชอบธรรมรับความเห็น แล้วบอกว่าจะนำความเห็นมาปรับปรุงให้ดีขึ้นแต่สุดท้ายก็ปรับปรุงไม่ได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าก่อนที่จะมีโครงการนี้ขึ้นมาทำไมถึงไม่เปิดรับฟังความเห็น ทำไมจึงมาเปิดรับฟังความเห็นย้อนหลัง ในขณะที่โครงการเดินหน้าไปแล้ว
"เป็นการสะท้อนให้เห็นชัดว่าโครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน โครงการนี้เริ่มต้นจากมีเงินเหลือ แล้วจะเอาเงินเหลือออกมาจากกองทุนได้อย่างไร ฉะนั้นกระบวนการของ TOR ทุกอย่างเพื่อให้เกิดคอร์รัปชันเกิดการโกงกินในโครงการนี้ " ภาวุธกล่าว
ส่วนกรณีที่บางฝ่ายอาจมองว่าการเปิดรับฟังความครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาวแต่จำกัดแค่คนที่เห็นด้วยกับฝั่งพรรคภูมิใจไทยนั้น ภาวุธ เชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดีอยากทำให้โครงการนี้ดี แต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือถ้าเราไปงานนี้แล้วจะสามารถพูดได้มากน้อยแค่ไหน ให้ประชาชนงานนี้มีการเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่สามารถสื่อสารและแนะนำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ หรือเป็นการพูดคุยกันแบบระบบปิดไม่ให้ประชาชนรับทราบ และมีการคัดเลือกข้อแนะนำดี ๆ ออกมาจาก งานนี้เพื่อมาบอกว่าเราเปิดรับฟังความเห็นแล้ว ได้รับแล้วจะไปปรับปรุงให้ดีขึ้น หากเป็นแบบนี้ก็จะเป็นการฟอกขาว
เมื่อถามว่าจะติดตามการเปิดรับฟังความเห็นของกระทรวงดีอีฯอย่างไร ภาวุธ กล่าวว่า แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็บอกว่ามีการรับฟังความเห็นเปิดกว้างก็จริงแต่ใน TOR ใครที่จะเข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้ จะต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไทยกี่บริษัทที่มีความสามารถในการรับโครงการลักษณะนี้ได้ ซึ่งมีเพียงไม่เกิน 15 บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น
"โดย 15 บริษัทนี้ก็รู้จักกันดี ดังนั้น จึงส่อให้เห็นถึงการฮั้ว การทำเป็นกลุ่มก้อนเป็นการรวมตัวกันเข้าไปเพื่อเอาเม็ดเงินส่วนนี้ออกมา นั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัด ทำไมถึงไม่ลดเพดานการประมูลงานครั้งนี้ลงมา เพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในระดับกลางสามารถเข้าประมูลได้ ที่สำคัญ TOR ระบุชัดว่าต้องซื้อสื่อ ซึ่งตนเองคาดการณ์ว่า คนที่ได้โครงการนี้อาจเป็นคนที่เขียน TOR เองด้วยซ้ำไป ฉะนั้น โครงการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นโครงการฮั้ว และเป็นการทำโครงการขึ้นมาเพื่อต้องการดึงเงินออกจากระบบ " ภาวุธกล่าว
เมื่อถามว่าบริษัทที่เข้ามาประมูลเป็นบริษัทฝั่งน้ำเงินใช่หรือไม่ ภาวุธ กล่าวว่า หากดูจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ มีกลุ่มบริษัทที่ทำราคากลาง ประมาณ 3 กลุ่มบริษัทนอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เข้าไปประมูลโครงการนี้ ถ้าหากดูโครงการนี้โครงการเดียวยังไม่เห็นความสัมพันธ์เท่าไหร่ แต่ถ้าดูกว้าง ๆ มีโครงการลักษณะนี้อีกเป็น 10 โครงการ และหน้าตาของผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมประมูลแข่งขันล้วนเป็นหน้าเดิมทั้งนั้น มีการสลับกันได้โครงการโดยไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่
ภาวุธ จึงขอย้ำว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งมีอะไรข้างล่างอีกเยอะ แต่วันนี้มีลักษณะเป็นรูปแบบ ว่าจะมีการส่งบริษัทกลุ่มหนึ่งเข้าไป ทำราคากลางทำให้ราคากลางจากเดิมที่ควรต่ำ ถีบสูงขึ้นมาเป็นหลักหลายร้อยล้านในโครงการอื่น ในขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันที่ไปอยู่ในกระทรวงอื่นไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้ ฉะนั้นพอรวมหัวกันกำหนดราคาสูงขึ้นมา จากนั้นจึงเลือกว่าใครจะเข้ามาประมูลโครงการ
เมื่อเข้ามาประมูลโครงการได้ก็จะได้รับกำไรจำนวนมากจากโครงการนี้ สุดท้ายก็จะเกิดการส่งมอบเงินเหล่านี้ให้เครือข่ายพรรคการเมือง ซึ่งเราเรียกกลุ่มทุนนี้ว่า " กลุ่มทุนสีน้ำเงิน " เป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน
นอกเหนือจากวันนี้ เรารู้อยู่แล้วว่าระบอบน้ำเงิน ครอบคลุมไปถึงสภาสูงสภาล่างและองค์กรอิสระและยังครอบคลุมไปถึงนักธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญ ในการที่จะส่งเม็ดเงิน เข้าไป เพื่อทำให้ระบอบสีน้ำเงินหมุนเวียนอยู่ได้
— ภาวุธกล่าว
ภาวุธ ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงกรณีที่รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลบริษัทสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องโครงการดังกล่าวในช่วงเวลานี้
"ผมเองเคยเป็นเอกชนและเคยทำงานภาครัฐมาก่อน ผมย้ำว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถขอความร่วมมือในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการได้ทำได้ไม่ยาก ปกติแล้วส่วนใหญ่ภาครัฐทำเป็นเรื่องปกติในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการ ฉะนั้นอยากให้กระทรวงดีอีฯ ต่อรองและคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับงานนี้ไปว่าทำยังไงให้โครงการนี้ดี ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุดและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด แล้วผมอยากร้องขอว่า แม้เราจะหยุดโครงการนี้ไม่ได้แต่กำลังจะเกิดเฟส 2 ที่เม็ดเงินอีก 900 ล้าน กำลังจะเข้ามาวันนี้จึงอยากให้ชะลอเป็นเงินก้อนนั้นไว้ก่อน " ภาวุธกล่าว
ภาวุธ ยังกล่าวว่า จากงบประมาณ รัฐบาลในปีหน้ากระทรวงดิจิทัล ได้รับงบประมาณเพิ่มมากกว่า 33% จึงเกิดคำถามว่าทำไมอยู่ ๆ กระทรวงนี้ถึงได้เงินเยอะ ทีหลังจะบอกว่าดิจิทัลฯ กำลังมาก็ไม่ใช่จะบอกว่า เจ้ากระทรวงเป็นลูกของใครหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้กำลังไหล่เข้ามาในกระทรวงที่มีโครงการลักษณะนี้ พร้อมย้ำว่าการโกงกินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตึก บ้าน สะพาน รถ วันนี้การโกงกินเริ่มไหลมาสู่โครงการที่เป็นดิจิทัล AI จะได้เห็นว่าจะมีโครงการลักษณะนี้และเม็ดเงินมหาศาลอย่างน่าประหลาดใจ นี่คือการโกงกินรูปแบบใหม่ที่เป็นรูปแบบดิจิตอล
เมื่อถามว่าจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในงบประมาณปี 2570 หรือไม่ ภาวุธ เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคประชาชนอยู่ระหว่างแบ่งทีมเพื่อตรวจสอบ ซึ่งมีตัวเลขงบประมาณหลายตัวที่เป็นเหตุเป็นผล แต่หลายตัวก็น่าประหลาดใจ




