พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า ถือเป็นการแถลงร่วมกัน แต่ไม่ใช่มติ เป็นการดำเนินการตามกรอบแนวทางกว้างๆ ซึ่งการหารือในวันนี้ไม่ได้มีเวลาในการพูดคุยรายละเอียด เป็นเพียงการวางกรอบเบื้องต้นไว้เท่านั้น
“มีหลายเรื่องที่จะเอาไว้ เช่น เรื่องที่ทำกินของประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรื่องการปราบปรามการทุจริต ที่มีข้อกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะมีผลกระทบ เรื่องนี้จะต้องไม่มี และการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในประเทศ เลิกแบ่งแยก แบ่งสี กลับมาทำความดีเพื่อชาติบ้านเมืองกัน โดยทั้งหมดนี้ อยู่ในคำแถลงร่วมกันแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นนโยบายของพรรค ก็จะไปปรับใส่ ตอนแถลงนโยบายของรัฐบาลอีกครั้ง” พีระพันธุ์ ระบุ
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีจะจบในม้วนเดียว ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า อยู่ที่การโหวต แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล ก็คงจะต้องจบตามนั้น เมื่อถามว่าถ้าสมาชอกวุฒิสภา (สว.) เป็นเหตุให้เรื่องไม่จบในวันที่ 22 สิงหาคม จะทำอย่างไร พีระพันธุ์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องของ สว. เราไปสั่งการไม่ได้ ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้ พร้อมยืนยัน พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขอความร่วมมือให้ไปประสานขอเสียง สว. และไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย ซึ่งที่หารือกันก็ไม่ได้มีเรื่องนี้ แต่เป็นการคุยกันในสิ่งที่จะแถลงข่าว และกรอบนโยบายกว้างๆ เท่านั้น
เมื่อถามว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้มีการสอบถามถึงกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันโหวตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้พูดเลย เพราะไม่ใช่ประเด็นที่เราจะคุย ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนเมื่อถามย้ำว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ถามหรือไม่ว่าทำไม ทักษิณ เลือกกลับในตอนนี้ มีเกมอะไรหรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ใช่เรื่องของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่อาจจะเป็นการบังเอิญ ซึ่งตนก็ไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ประเด็นการพูดคุยร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่งนั้น พรรคเพื่อไทย บอกหรือไม่ว่าให้กระทรวงใดบ้าง พีระพันธุ์ ตอบว่า ยังไม่มีการคุยในรายละเอียด ซึ่งทุกคนยังไม่ทราบ รู้แต่เพียงสัดส่วน
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้แจ้งเจตนารมณ์หรือไม่ว่าอยากได้กระทรวงไหน พีระพันธุ์ กล่าวว่า กระทรวงไหนก็ทำงานได้ ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ไม่แจ้งกระทรวง จะเป็นอุปสรรคในการโหวตนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอุปสรรค พรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีประเด็นหรือเงื่อนไขพวกนี้ เมื่อถามต่อไปว่า หลายพรรคที่มาร่วมรัฐบาล บอกว่าควรที่จะแจ้งก่อน ไม่ควรตีเช็คเปล่า พีระพันธุ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตนตอบได้เฉพาะแค่ของเรา ในส่วนของพรรคอื่น ตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีความมั่นใจหรือไม่ว่าจะจบโดยการนำของพรรคเพื่อไทย พีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลตนมั่นใจ ตามที่ได้พูดคุยกัน อย่างน้อยก็ได้ 314 เสียง มันไม่มีใครได้ 100% เพราะต้องมีเสียงวุฒิสมาชิกด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ สว. เพราะเราไม่สามารถไปสั่งการ หรือดำเนินการ อะไรได้ ต้องแล้วแต่ท่านจะพิจารณา เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยได้แจ้งต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าได้ประสาน สว. เรียบร้อยแล้วหรือยัง พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องพวกนี้เลย ในที่ประชุมเป็นการร่างแถลงการณ์ เมื่อร่างเสร็จก็ลงมาแถลงต่อสื่อมวลชนเลย
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการสอบถาม หรือติดใจคุณสมบัติของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ที่ถูกตรวจสอบอย่างหนักในขณะนี้หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่มีประเด็นเรื่องนี้เลย มีแต่ประเด็นที่จะแถลงร่วมกัน เมื่อถามว่ามีไฮไลท์สำคัญอะไรที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจร่วมรัฐบาล พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าทุกพรรคก็เหมือนกัน ไม่ใช่แค่พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ละพรรคมีแนวทางและอุดมการณ์เป็นของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เราคิดและคาดการณ์ แต่ในเมื่อความเป็นจริงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างนั้น เพราะการเมืองอยู่ที่จำนวน สส. ไม่มีพรรคไหนที่ได้ สส. ข้างมากเด็ดขาด ที่จะเอาสิ่งที่ตนเองมุ่งมั่นตั้งใจ ไปทำได้ 100%
“ดังนั้น ต้องมานั่งดูในสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับประเทศชาติบ้านเมือง ในนโยบายของพรรค อะไรทำดีที่สุด ก็ต้องเอาตรงนั้นเป็นที่ตั้ง เพราะไม่มีใครได้เสียงเด็ดขาดข้างมาก และถ้าใครได้เสียงเด็ดขาดข้างมากแล้วไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ อันนั้นจะเป็นปัญหา แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น ก็ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เพื่อเดินหน้าประเทศต่อไปได้” พีระพันธุ์ ระบุ
ส่วนการประชุมพรรคในวันนี้จะขอตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เลยหรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่เคาะ เป็นเพียงการแจ้งมติที่ประชุมเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่ทราบจะได้รัฐมนตรีกระทรวงอะไร เมื่อทราบกระทรวงแล้วค่อยมาว่ากัน โดยในฐานะหัวหน้าพรรค จะยึดหลักความถูกต้องและเป็นธรรม เลือกบุคคลที่จะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อถามต่อไปถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเจ้าตัวจะไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ พีระพันธุ์ ถึงกับอุทานว่า “อุ๊ย” พร้อมกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้” ส่วนเมื่อถามว่าได้โควตากระทรวงพลังงานหรือไม่ ปรากฏว่า พีระพันธุ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว
“มีหลายเรื่องที่จะเอาไว้ เช่น เรื่องที่ทำกินของประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรื่องการปราบปรามการทุจริต ที่มีข้อกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะมีผลกระทบ เรื่องนี้จะต้องไม่มี และการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในประเทศ เลิกแบ่งแยก แบ่งสี กลับมาทำความดีเพื่อชาติบ้านเมืองกัน โดยทั้งหมดนี้ อยู่ในคำแถลงร่วมกันแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นนโยบายของพรรค ก็จะไปปรับใส่ ตอนแถลงนโยบายของรัฐบาลอีกครั้ง” พีระพันธุ์ ระบุ
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีจะจบในม้วนเดียว ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า อยู่ที่การโหวต แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล ก็คงจะต้องจบตามนั้น เมื่อถามว่าถ้าสมาชอกวุฒิสภา (สว.) เป็นเหตุให้เรื่องไม่จบในวันที่ 22 สิงหาคม จะทำอย่างไร พีระพันธุ์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องของ สว. เราไปสั่งการไม่ได้ ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้ พร้อมยืนยัน พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขอความร่วมมือให้ไปประสานขอเสียง สว. และไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย ซึ่งที่หารือกันก็ไม่ได้มีเรื่องนี้ แต่เป็นการคุยกันในสิ่งที่จะแถลงข่าว และกรอบนโยบายกว้างๆ เท่านั้น
เมื่อถามว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้มีการสอบถามถึงกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันโหวตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้พูดเลย เพราะไม่ใช่ประเด็นที่เราจะคุย ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนเมื่อถามย้ำว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ถามหรือไม่ว่าทำไม ทักษิณ เลือกกลับในตอนนี้ มีเกมอะไรหรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ใช่เรื่องของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่อาจจะเป็นการบังเอิญ ซึ่งตนก็ไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ประเด็นการพูดคุยร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่งนั้น พรรคเพื่อไทย บอกหรือไม่ว่าให้กระทรวงใดบ้าง พีระพันธุ์ ตอบว่า ยังไม่มีการคุยในรายละเอียด ซึ่งทุกคนยังไม่ทราบ รู้แต่เพียงสัดส่วน
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้แจ้งเจตนารมณ์หรือไม่ว่าอยากได้กระทรวงไหน พีระพันธุ์ กล่าวว่า กระทรวงไหนก็ทำงานได้ ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ไม่แจ้งกระทรวง จะเป็นอุปสรรคในการโหวตนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอุปสรรค พรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีประเด็นหรือเงื่อนไขพวกนี้ เมื่อถามต่อไปว่า หลายพรรคที่มาร่วมรัฐบาล บอกว่าควรที่จะแจ้งก่อน ไม่ควรตีเช็คเปล่า พีระพันธุ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตนตอบได้เฉพาะแค่ของเรา ในส่วนของพรรคอื่น ตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีความมั่นใจหรือไม่ว่าจะจบโดยการนำของพรรคเพื่อไทย พีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลตนมั่นใจ ตามที่ได้พูดคุยกัน อย่างน้อยก็ได้ 314 เสียง มันไม่มีใครได้ 100% เพราะต้องมีเสียงวุฒิสมาชิกด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ สว. เพราะเราไม่สามารถไปสั่งการ หรือดำเนินการ อะไรได้ ต้องแล้วแต่ท่านจะพิจารณา เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยได้แจ้งต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าได้ประสาน สว. เรียบร้อยแล้วหรือยัง พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องพวกนี้เลย ในที่ประชุมเป็นการร่างแถลงการณ์ เมื่อร่างเสร็จก็ลงมาแถลงต่อสื่อมวลชนเลย
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการสอบถาม หรือติดใจคุณสมบัติของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ที่ถูกตรวจสอบอย่างหนักในขณะนี้หรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่มีประเด็นเรื่องนี้เลย มีแต่ประเด็นที่จะแถลงร่วมกัน เมื่อถามว่ามีไฮไลท์สำคัญอะไรที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจร่วมรัฐบาล พีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าทุกพรรคก็เหมือนกัน ไม่ใช่แค่พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ละพรรคมีแนวทางและอุดมการณ์เป็นของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เราคิดและคาดการณ์ แต่ในเมื่อความเป็นจริงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างนั้น เพราะการเมืองอยู่ที่จำนวน สส. ไม่มีพรรคไหนที่ได้ สส. ข้างมากเด็ดขาด ที่จะเอาสิ่งที่ตนเองมุ่งมั่นตั้งใจ ไปทำได้ 100%
“ดังนั้น ต้องมานั่งดูในสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับประเทศชาติบ้านเมือง ในนโยบายของพรรค อะไรทำดีที่สุด ก็ต้องเอาตรงนั้นเป็นที่ตั้ง เพราะไม่มีใครได้เสียงเด็ดขาดข้างมาก และถ้าใครได้เสียงเด็ดขาดข้างมากแล้วไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ อันนั้นจะเป็นปัญหา แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น ก็ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เพื่อเดินหน้าประเทศต่อไปได้” พีระพันธุ์ ระบุ
ส่วนการประชุมพรรคในวันนี้จะขอตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เลยหรือไม่ พีระพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่เคาะ เป็นเพียงการแจ้งมติที่ประชุมเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่ทราบจะได้รัฐมนตรีกระทรวงอะไร เมื่อทราบกระทรวงแล้วค่อยมาว่ากัน โดยในฐานะหัวหน้าพรรค จะยึดหลักความถูกต้องและเป็นธรรม เลือกบุคคลที่จะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อถามต่อไปถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเจ้าตัวจะไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ พีระพันธุ์ ถึงกับอุทานว่า “อุ๊ย” พร้อมกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้” ส่วนเมื่อถามว่าได้โควตากระทรวงพลังงานหรือไม่ ปรากฏว่า พีระพันธุ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว



