ชาวบ้านยังลังเล! รอดูความจริงจังรัฐบาลแก้ปัญหา ‘หนี้นอกระบบ’

14 ธ.ค. 2566 - 13:06

  • ‘เพื่อไทย’ บี้ถามกลางสภาฯ ปม ‘ลูกหนี้’ ไม่กล้าขึ้นทะเบียนแก้ ‘หนี้นอกระบบ’

  • ‘รมช.คลัง’ ยอมรับประชาชนลังเล รอดูรัฐบาลจริงจังแก้ปัญหาแค่ไหน

people_are_hesitant_waiting_to_see_how_serious_govt_solving_the_problem_of_Shark_Loans_SPACEBAR_Hero_abb9aac0af.jpg

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรี่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยได้มีการชี้ให้เห็นถึงผลการลงทะเบียนช่วงวันที่ 1-12 ธ.ค. ซึ่งมี 5 จังหวัด ที่มีประชาชนมาลงทะเบียนมากสุด แต่ส่วนใหญ่ เป็นเจ้าหนี้ที่มาลงทะเบียน แสดงให้เห็นว่า ลูกหนี้ไม่กล้ามาลงทะเบียนแก้ปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ พร้อมถามว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาลูกหนี้ไม่กล้ามาลงทะเบียนอย่างไร เพราะทุกวันนี้ เจ้าหนี้ยังส่งคนไปตามเก็บดอกเบี้ยลูกหนี้อยู่ และจะทำอย่างไรให้เกิดความร่วมมือระหว่างเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ในการแก้ปัญหา

ทางด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า หลังจากที่ลูกหนี้มาลงทะเบียนแก้ปัญหาแล้ว จะใช้กลไกฝ่ายปกครอง และตำรวจ เรียกเจ้าหนี้และลูกหนี้มาเจรจาไกล่เกลี่ย หากตรวจสอบพบว่า มีการชำระหนี้เกินยอดเงินต้นที่ยืมมาแล้ว จะเจรจายุติยอดหนี้ทั้งหมดอย่างละมุนละม่อม พร้อมยอมรับว่า ที่ประชาชนยังไม่กล้ามาลงทะเบียนแก้ปัญหา เพราะยังลังเลรอดูความจริงใจของรัฐบาลจะเอาจริงเอาจังการแก้หนี้นอกระบบ อย่างเป็นรูปธรรมแค่ไหน รวมไปถึงรอดูฝ่ายปกครองและตำรวจ จะดูแลความปลอดภัยได้แค่ไหน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้ ประชาชนจะทยอยมาลงทะเบียนแก้ปัญหาเพิ่มขึ้น

จุลพันธ์ ระบุว่า ตัวเลขหนี้นอกระบบที่มาลงทะเบียน ขณะนี้จำนวนหลายพันล้านบาท แต่เชื่อว่า ยังต่ำกว่าตัวเลขจริงจำนวนมาก การที่เจ้าหนี้บางส่วนลองของ ใช้กำลังข่มขู่ คุกคามลูกหนี้ที่มาขึ้นทะเบียน ไม่ยอมรับกระบวนการเจรจานั้น ยืนยันรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมาย เอาผิดการทวงหนี้ผิดกฎหมาย เชื่อว่าจะแก้ปัญหานี้นอกระบบได้เป็นรูปธรรม เบื้องต้นคือ ให้หยุดการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด

รัฐบาลมีทางเลือกแก้ปัญหาโครงสร้างหนี้นอกระบบ ผ่านกลไก พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ที่เป็นสถาบันให้กู้ขนาดเล็ก มีกระทรวงการคลังกำกับ ผ่านกระบวนการลงทะเบียน มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อรายละไม่เกิน 50,000 บาท เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย 33% ต่อปี กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากไม่มีหลักประกันจะมีอัตราดอกเบี้ย 36% เป็นแนวทางสร้างเครื่องมือกลไกการเงินขนาดเล็ก รองรับปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเจ้าหนี้นอกระบบ สามารถผันตัวเข้าขอใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เพื่อทำธุรกิจถูกกฎหมาย มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ลูกหนี้ไม่เดือดร้อน เพราะอยู่ในกำกับของรัฐ การมีหนี้ไม่ถือว่า ผิดบาป หากประเทศไม่มีกลไก หรือเครื่องมือก่อหนี้ เพื่อนำหนี้มาประกอบอาชีพ สร้างรายได้ใหม่ ไม่มีโอกาสเจริญรุดหน้า หรือเติบโตเพียงพอ เพียงแต่หนี้นอกระบบ ต้องอยู่ในระดับสามารถบริหารจัดการตนเองได้

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

people_are_hesitant_waiting_to_see_how_serious_govt_solving_the_problem_of_Shark_Loans_SPACEBAR_Photo01_cf1250c0c6.jpg

‘รองประธานสภาฯ’ แจงแนวทาง ‘องค์ประชุม’ ต้องมีเสียง ‘เกินกึ่งหนึ่ง’ ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ทั้งตอน ‘แสดงตน-โหวตลงคะแนน’ เตรียมแจ้งวิป ‘ฝ่ายค้าน-รัฐบาล’ รับทราบให้เป็นแนวปฏิบัติตลอดสมัยประชุม

ขณะเดียวกัน ในการประชุมวันนี้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ชี้แจงแนวทางทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 120 วรรคหนึ่ง กำหนดหลักการเบื้องต้นว่า การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่กรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา จะกำหนดข้อบังคับการประชุมเป็นอย่างอื่นได้  ซึ่งของกระทู้ได้มีการกำหนดไว้ใช้จำนวน 1 ใน 5 และในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 25 วรรคสอง กำหนดว่า เมื่อมีสมาชิกเข้ามาลงชื่อประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯ จึงจะเป็นองค์ประชุม

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับองค์ประชุมและการลงมติในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สรุปได้ว่า องค์ประชุมมิได้มีความหมายแต่เพียงว่า เมื่อมีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบเพื่อเปิดการประชุมแล้ว หลังจากนั้นสมาชิกจะอยู่ร่วมประชุมหรือไม่ก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในที่ประชุมอีกต่อไป หากเป็นเช่นนั้น ผลจะเป็นว่า หลังเปิดประชุม แม้จะมีสมาชิกอยู่ประชุมไม่กี่คน ก็อาจลงมติและมีเสียงข้างมากได้ ซึ่งไม่ใช่เจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ

เพราะฉะนั้น ขอสรุปเป็นแนวทางในการตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อการลงมติว่า ในทุกกระบวนการ ทั้งการตรวจสอบประชุมก่อนลงมติ และขั้นตอนการลงมติ จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงจะถือเป็นองค์ประชุม ที่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และแนวทางการปฏิบัติ ของสภาชุดที่ 26

ปดิพัทธ์ สันติภาดา

ทั้งนี้ ปดิพัทธ์ เตรียมแจ้งแนวทางปฏิบัติไปยังวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล เพื่อจะได้มีความชัดเจนเรื่องขององค์ประชุมตลอดสมัยประชุม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์