ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ และภาคีเครือข่าย นำโดยกลุ่มไอลอว์จัดกิจกรรม ‘อยากเลือกตั้ง สสร. ชวน สว.ทำเรื่อง กล้วยๆ’ เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ และยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่ม โดยทางกลุ่มได้เดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน มาที่อาคารรัฐสภาฝั่งทางเข้าสว.ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการนำเต๊นท์ และเครื่องขายเสียงมาติดตั้งประกอบในการทำกิจกรรมทางการเมือง
ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุมร่วมรัฐสภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้ขว้างกล้วยจำนวนมากพร้อมสาดสีฟ้าที่หน้าทางเข้าอาคาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาได้ควบคุมดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และสว.พันธุ์ใหม่ ได้เดินทางมารับหนังสือจากทางผู้ชุมนุม โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านสภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือหนังสือ พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาชนจะร่วมกันผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอย่างแน่นอน

หลังจากนั้น กลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ นำโดย นันทนา นันทวโรภาส รับหนังสือโดยกล่าวว่า ขอโทษประชาชนที่ทำไม่สำเร็จ ไม่สามารถที่จะผลักดันให้เกิดการโหวตลงมติอภิปรายในวาระที่ 1 ให้สำเร็จ นี่คือการหักเหลี่ยมทางการเมือง ไม่ได้มีเจตจำนงที่แท้จริง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการยืดเยื้อรัฐธรรมนูญออกไป ซึ่งยืดกฎหมายประชามติก็มีการยืดด้วยวิธีแบบนี้ คือการแก้รัฐธรรมนูญก็ใช้วิธีเดียวกันคือส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
“แม้ปี 64 ก็ส่งไปแล้ว จะส่งปี 67 จะส่งอีก ตะบี้ตะบันส่งไปถึงไหน ส่งแล้วจะให้เปลี่ยนผลยังไงในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้วว่าไม่รับวินิจฉัย ไหนถ้อยคำแถลงศาลธรรมนูญมีเพียงคำประชามติก่อนและหลัง นี่คือการยืดเยื้อเพื่อไม่ให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ ยินดีสนับสนุน แม้ในรัฐธรรมนูญ ต้องการเสียงสว. 67 เสียง เรามีไม่ถึงแต่พยายามเป็นเสียงที่ส่งถึงประชาชน ว่าพวกเราสว.พันธุ์ใหม่ยินดีสู้ร่วมกับประชาชน”
— นันทนา กล่าว

ด้าน ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยในการรับหนังสือโดยกล่าวว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทย เรายังคงยืนยัน เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสมัยประชุมที่แล้ว เราก็ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากความกังวลของพรรค และสว.บางส่วนในเรื่องของการให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจประธานสภา และความไม่แน่ชัดของการทำประชามติ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้ การเสนอญัตติด่วนของสว.ในวันนี้ ก็เป็นมติที่พรรคเพื่อไทยได้เห็นว่า จะเป็นการชะลอและหาทางออกร่วมกันเพื่อให้มีความชัดเจน พรรคเพื่อไทยจึงเห็นด้วยกับการนำญัตติของสว.ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อผลออกมาว่า มติไม่ผ่าน เราก็ต้องเดินหน้าโดยพิจารณาอยู่รอบคอบ เพราะเราประเมินว่า จะมีเสียงสว.ไม่ถึง 67 เสียงในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากฝืนเดินหน้าต่อ จะเป็นปัจจัยที่เราจะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ เราจะยังมาสภาฯ เพราะเป็นหนึ่งในเรื่องที่เรามาหาเสียงไว้

ด้าน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า ชัดเจนว่า มีคนไม่ต้องการให้อภิปรายและไม่ต้องการให้มีการลงมติ หลายท่านคงรู้ว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคงไปดีลอะไรมาจึงโหวตให้ไม่ได้ หากโหวตไม่รับก็กลัวประชาชนจะไม่สนับสนุนต่อ เลยต้องทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองไม่ลงมติ ทั้งนี้ เหลือเวลาพรุ่งนี้อีก 1 วัน ก็ขอให้สส.และสว. เข้าประชุมให้ครบองค์ อภิปรายว่าคิดเห็นอย่างไรนำเหตุผลมาพูดคุยกัน หากยังไม่มาหรือหาเหตุผลมาเลื่อนอีก เราก็ต้องกลับมาเป็นแบบเดิมอีก
ยิ่งชีพ กล่าวว่า ขอย้ำกับประชาชนว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอะไร ก็ไม่เข้าใจว่า มีความกังวลอะไร เราจะปักหลักยืนยันข้อเรียกร้องจากประชาชนในเรื่องของการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดย จากการเลือกตั้งทั้งหมด หากพรุ่งนี้ มีการประชุมร่วมรัฐสภา เราก็จะมาทำกิจกรรมที่นี่อีก แต่ถ้าไม่มีการประชุมเราก็จะหาพื้นที่อื่นในการทำกิจกรรม
“วันนี้ผมเจ็บกับภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยบอกว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร.แต่การกระทำกับตรงกันข้าม คือไม่เข้าร่วมประชุมและโยนภาระไปให้พรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยกล้าหารก็คงเดินหน้าต่อ แต่ก็ได้ข่าวว่าวันนี้สส.ของพรรคก็เข้าร่วมประชุมไม่เยอะมาก เข้าใจว่านายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้พูดอะไร การประชุมวันนี้เป็นการประชุมและรัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา เราอยากเห็นสัญญาณที่จริงใจและจริงจังจากนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านต้องการเดินหน้านโยบายนี้ ก็ออกมาพูดอะไรหน่อย และบอกให้สส.ทุกคนเข้าร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้และเดินหน้าต่อไปให้ได้”
— ยิ่งชีพ กล่าว




