‘เท้ง‘ ลุยสอบวินัย ‘งูเห่า’ เชื่อมุ่งทำลายล้าง ‘ปชน.’

19 มี.ค. 2569 - 15:18

  • ลุยสอบวินัย ‘งูเห่า’ เชื่อมุ่งทำลายล้าง ‘ปชน.’ บอกทราบมาบ้าง เป็นปฏิบัติการงูดูดงู

  • ขอรอความชัดเจน ‘คดี 44 สส.’ ก่อนตั้ง ‘กก.บห. ชุดใหม่-ผู้นำฝ่ายค้าน’

‘เท้ง‘ ลุยสอบวินัย ‘งูเห่า’ เชื่อมุ่งทำลายล้าง ‘ปชน.’

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพบสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรค ว่า เป็นสิ่งที่ต้องถามกลับไปยังคนที่ซื้อ การโหวตสวนคงไม่ได้เป็นการตัดสินใจของสุริยาโดยไม่มีผลประโยชน์อย่างอื่น เชื่อว่ามีผลประโยชน์อย่างอื่นแน่นอน บุคคลที่กระทำการแบบนี้ คงไม่ได้มาจากฝ่ายค้าน ต้องตั้งคำถามว่า อยากเห็นระบบการเมืองเป็นอย่างนี้จริง ๆ หรือทำไปเพื่ออะไร ตนเองไม่เห็นความจำเป็นอื่นใด ในสถานการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลมีเสถียรภาพทางจำนวนเสียงมากอยู่แล้ว นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทำลายล้าง เรื่องความเชื่อมั่นของพวกเรา ยืนยันว่าพรรคประชาชน ไม่ได้เสียสมาธิ และพร้อมที่จะดำเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ พร้อมจะดำเนินการตามวินัยเช่นเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต 

เมื่อถามว่ามีข้อมูลหรือไม่ว่า มีลักษณะการซื้อจริง ๆ  ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองได้รับทราบข้อมูลมาเบื้องต้น แต่ข่าวก็คือข่าว ถ้ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคคงจะไม่สามารถที่จะบอกได้ เพราะเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทราบข้อมูลมาก่อนบ้างแล้ว แต่เรื่องรายละเอียดการสืบสวนข้อเท็จจริง การดำเนินการทางวินัย จะดำเนินการภายใน ได้ความคืบหน้าอย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง  

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ขับออก หรือดองงูเห่าไว้ก่อนใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มาตรการดำเนินการที่เหมาะสม ขอหารือกันภายใน เป็นกระบวนการภายใน  ซึ่งตนเองยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับสุริยา เพราะตนเองเตรียมลงมาแถลงข่าวเรื่องน้ำมัน แต่การกระทำที่เป็นการโหวตสวนมติพรรค ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เกิดอะไรขึ้น  

ณัฐพงษ์ ย้ำว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้กระทบสมาธิในการทำงาน เราจะเดินหน้าทำงานต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า คนที่ทำการซื้อแบบนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ อยากจะเห็นระบบการเมืองในประเทศไทยที่ สส.สามารถย้ายค่ายกันได้ง่าย ๆ ผ่านการซื้อเสียงในสภาฯ แบบนี้หรือไม่  นี่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขระบบการเมืองผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อมูลหลังบ้านได้รับทราบข่าวมาบ้าง เรื่องปฏิบัติการดูดงูจากคนที่เคยเป็นงูมาก่อน แล้วดูดงูต่อ แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ขอให้มีกระบวนการตรวจสอบภายใน  

ส่วนจะเป็นปัญหาเรื่องเงินของผู้สมัครในช่วงหาเสียงหรือไม่ ที่ทำให้ตัดสินใจออกไป ณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการสรรหาที่ผ่านมา พยามตรวจสอบเบื้องหลังทุกอย่าง ยังไม่สามารถตอบตอนนี้ได้ว่า จะเป็นเหตุปัจจัยใด ทำให้เขาตัดสินใจแบบนี้ ขอให้การตรวจสอบภายใน  

ส่วนเมื่อเกิดเรื่องงูเห่า หลายคนพุ่งเป้าไปที่ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชนว่ าตกลงแล้วจะลาออกเมื่อไรนั้น ศรายุทธิ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกมานานแล้ว แต่ตนเองปฏิเสธไว้ก่อน เพราะอยากให้ช่วยกันรักษาหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ของพรรค ในช่วงปลายเดือน เม.ย.69  

เมื่อถามว่า มองเป็นกระบวนการบกพร่องของการสรรหาผู้สมัครหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราคิดว่าควรจะตั้งคำถามกับคนที่ซื้องูเห่ามากกว่า ถ้ากฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ระบบการเมืองดี ไม่ได้เปิดช่องให้ทำแบบนี้ การเมืองก็ดีขึ้น แต่แน่นอนที่สุดคือ เราต้องช่วยกันตั้งคำถามคือ คนที่ทำเหตุการณ์แบบนี้ให้เกิดขึ้น ไม่คิดว่าประชาชนจะอยากเห็น สส.ที่เลือกมาถูกซื้อกันแบบนี้ เป็นสิ่งที่กำลังทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน หากมองอีกด้านหนึ่งเพิ่งโหวตนายกฯ เสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้ามาทำหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่กำลังทำสิ่งแบบนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องให้มีระบบการเมืองที่ดีขึ้น 

ส่วนการเลือกเลขาธิการพรรคคนใหม่ จะมีการปรับคณะกรรมการบริหารพรรคด้วยหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยกระบวนการปกติของพรรค ที่ประชุมใหญ่จะต้องรับรองคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนใหม่หรือไม่อย่างไร เป็นสิ่งที่ทางหัวหน้าพรรค และทีมบริหารชุดใหม่ จะต้องมีการหารือร่วมกัน ต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมใหญ่ 

เมื่อถามถึงกรณีที่หากณัฐพงษ์ต้องถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ จะให้ใครมาดำรงตำแหน่งแทน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนจากคดี 44 สส. ออกก่อนทราบว่าล่าสุด ป.ป.ช. เตรียมที่จะยื่นเร็ว ๆ นี้อยู่แล้ว เมื่อมีความชัดเจนเกิดขึ้น ก็จะมีการแถลงข่าว ถึงแนวทางการรับมือของพรรคประชาชนต่อไป ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านโดยกระบวนการต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง กว่าที่จะมีการเสนอชื่อ จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามา จึงจะมีความชัดเจนแล้วว่า ตามรัฐธรรมนูญพรรคใดที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้านบ้าง ก็ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา และไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของวันประชุมใหญ่พรรค คงไม่จำเป็นต้องขยับในตอนนี้  

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านไม่ใช้การงดออกเสียง แต่ยกมือโหวตให้อนุทินเลยนั้น ต่อไปพรรคประชาชนจะโดดเดี่ยวในฝ่ายค้านหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้นตอของปัญหาคือกฎกติกา และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ตกลงแล้วคืออะไร ดังนั้น วันนี้ผลโหวตก็เป็นสิ่งยืนยันแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ จะมองพรรคไหนเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ผลโหวตก็ช่วยยืนยันมากยิ่งขึ้น ว่าตกลงใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ และอีกสิ่งหนึ่งที่คิดว่า ทำให้เกิดความชัดเจนว่า ฝ่ายค้านเป็นฝ่ายค้านจริง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น หลังจากที่เรามี ครม. เข้ามาทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ จะมีการใช้กลไกในสภา ตั้งกระทู้ถาม กรรมาธิการ รวมถึงยื่นญัตติอภิปรายต่อรัฐบาล ทั้งอภิปรายทั่วไป และอภิปรายไม่ไว้วางใจ การทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบรัฐบาลครั้งนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่า เป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ ถึงแม้จะไม่ได้โหวตสวน หรือสนับสนุน กลายเป็นว่าอาจจะมีการรับประโยชน์เบื้องหลัง ไม่ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลเลย ไม่ได้เรียกว่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์