‘ปชน.’ เตรียมล่ารายชื่อ สส. ยื่นลงดาบ ‘ป.ป.ช.’ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปม ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

23 เม.ย. 2569 - 17:08

  • ‘ปชน.’ เตรียมล่ารายชื่อ สส. ยื่นลงดาบ ‘ป.ป.ช.’ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปม ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

  •  ‘ปกรณ์วุฒิ’ ย้อนเดือด! เรามีบรรทัดฐานด้วยเหรอ หลังได้อ่านคำชี้แจงมองเหมือนการเล่นละครแล้วเอาศาลเป็นตัวประกอบ

  • ด้าน ‘พริษฐ์’ ฉะเป็นการฟอกขาวชัดเจน จ่อชวนเพื่อวิปค้านลงชื่อในวงประชุมครั้งหน้า 

‘ปชน.’ เตรียมล่ารายชื่อ สส. ยื่นลงดาบ ‘ป.ป.ช.’ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปม ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงเรื่องการยกคำร้องคดีของศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีซุกหุ้นว่า เท่าที่อ่านคำชี้แจงที่ออกมา คิดว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ดูแล้วเหมือนเป็นการเชื่อพฤติการณ์ที่อำพรางด้วยซ้ำ จึงเป็นอีกครั้งที่เราต้องตั้งคำถามกับองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ว่าการชี้แจงของศักดิ์สยาม เป็นคนละข้อกล่าวหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตนเองคิดว่าไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ยังคงหุ้นเอาไว้อยู่ เอกสารที่ได้จากสถาบันการเงินก็ชัดว่า ต้นทางมาจากใครเจตนาชัดว่า เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ตนเองขอพูดตรงๆ มันเหมือนการเล่นละครแล้วเอาศาลเป็นตัวประกอบ 

เมื่อถามว่ารายละเอียดเกี่ยวกับนาย ศ.ที่ ป.ป.ช.ชี้แจงมานั้น มองว่าเป็นการแก้ต่างให้ศักดิ์สยามหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ด้วยความเป็นธรรม ป.ป.ช.ก็ชี้แจงตามการแก้ข้อกล่าวหาของศักดิ์สยาม แต่ตนเองมองว่า ไม่สมเหตุสมผล ไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับได้เลย ว่าไม่เจตนาปกปิดทรัพย์สิน  

ส่วนจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คดีอื่นหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ ถามกลับผู้สื่อข่าวว่า “เราเคยมีบรรทัดฐานด้วยหรือ” ตนเองคิดว่า ป.ป.ช. ไม่เคยมีบรรทัดฐานใดๆ ที่ผ่านมาคิดว่า ก็ไม่เคยใช้บรรทัดฐานเดียวกันในแต่ละคดี  

เมื่อถามถึงหลักการที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร สามารถใช้ได้หรือไม่ ปกรณ์วุฒิ ย้ำอีกครั้งว่า คำนี้มีผลเฉพาะผลของการวินิจฉัย กรณีของศักดิ์สยาม คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร คือศักดิ์สยามต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และต้องห้ามดำรงตำแหน่งภายใน 2 ปี เช่นเดียวกับกรณีของพรรคก้าวไกล ผลคือพรรคก้าวไกลพ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์รับเลือกตั้ง 10 ปี  

ดังนั้น ตนเองจึงเห็นด้วยกับรายละเอียด 50 หน้าของคดีศักดิ์สยามไม่ได้มีผลผูกพันทุกองค์กร แต่ที่ตนเองถาม คือพยานหลักฐานประกอบคดีเป็นชุดเดียวกัน สืบเจตนาได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นหลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว ผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. จึงแทบเป็นอื่นไปไม่ได้เลย 

ด้านพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เราเห็นจากคำแถลงของ ป.ป.ช. ทำให้กังวลว่า เป็นการแถลงเพื่อฟอกขาวพฤติกรรมศักดิ์สยาม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า เป็นเจตนาซุกหุ้น  

ดังนั้น พรรคประชาชนจึงมีข้อสรุปว่า คำแถลงของ ป.ป.ช. เข้าข่ายเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงจะดำเนินการ 2 อย่าง คือ 1.ใช้สิทธิตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ร่วมกันเข้าชื่อ สส.ในสภา 1 ใน 5 หรือจำนวน 140 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อพิจารณาส่งไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าวิปฝ่ายค้าน เพื่อสอบถามเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทั้งหมดว่า เห็นด้วยหรือไม่ รวมทั้งสอบถามไปยังสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าจะเข้าชื่อด้วยหรือไม่  

2.จะผลักดันการแก้ไขมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ว่าจะส่งหรือไม่ส่งชื่อ สส. เข้าชื่อกัน ขอให้ตรวจสอบองค์กรอิสระ เพราะเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต สมัยวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ไม่ส่งเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และคลิปเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. เรื่องติดสินบน  

เมื่อถามว่าหากเป็นไปตามข้อ 1 กังวลว่า ประธานสภาฯ จะไม่ส่งชื่อหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ก็หวังว่าโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง เหตุและผลเป็นหลัก แต่อย่างที่บอก หากเราไม่ต้องการให้เกิดข้อกังวลนี้ ต้องตัดอำนาจการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาฯ ออกไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ เราก็หวังว่าประธานสภาฯ จะไม่ใช้อำนาจ และดุลยพินิจ เพื่อกระทำการใดๆ ที่อาจจะขัดกับหลักการ และเหตุผลที่ควรจะเป็น 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์