เปิดวิชั่น ‘พิศาล’ ว่าที่ รมว.กต. พรรคส้ม มอง ‘ฮุนเซน’ ไม่ใช่ ‘จิ้งจอกค้ำฟ้า’

6 ม.ค. 2569 - 15:43

  • อ่านแนวคิด ‘พิศาล มาณวพัฒน์’ ทีมคณะผู้บริหารของ ปชน. อดีต 1 ใน 13 สว. ยุค คสช. แต่งตั้ง โหวตรับรอง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี - ตำแหน่งของ ‘พิศาล’ หาก ปชน. ตั้งรัฐบาล คือ รมว.ต่างประเทศ

เปิดวิชั่น ‘พิศาล’ ว่าที่ รมว.กต. พรรคส้ม มอง ‘ฮุนเซน’ ไม่ใช่ ‘จิ้งจอกค้ำฟ้า’

เว็บไซต์ พรรคประชาชน ได้เผยแพร่บทความเรื่อง พิศาล มาณวพัฒน์ : ถึงเวลาปลดล็อกปฏิรูประบบราชการเดินหน้าสู่’ การทูตกินได้ โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่ง

พิศาล มาณวพัฒน์ อยู่ในทีมคณะผู้บริหารของพรรคประชาชน อดีต  1 ใน 13 สว. ยุค คสช. แต่งตั้ง โหวตรับรอง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งปี 2566 และตำแหน่งแห่งที่ของ พิศาล หากพรรคประชาชนตั้งรัฐบาล คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

อดีตนักการทูตผู้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และเคยเป็นกรรมการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

คำถาม : อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจร่วมทีมคณะผู้บริหารของพรรคประชาชน ?

เพราะผมเห็นด้วยกับแนวนโยบายของพรรคประชาชน ‘ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก’ ผมมองว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศแน่นอน และคิดว่าโอกาสที่การต่างประเทศจะมาสนับสนุนให้นโยบายหลักๆ ประสบผลสำเร็จมีสูง นี่คือโอกาสและเป็นความหวังของประเทศไทยที่คนเริ่มจะหมดหวังหลังจากที่เห็นการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างมีแต่ตกต่ำลง รวมทั้งการต่างประเทศด้วย

คำถาม : สมมติว่าได้เข้ามาเป็น รมว.ต่างประเทศ พร้อมไหม ? ยกตัวอย่างได้ไหมว่าจะทำอย่างไรให้การทูตกินได้จริงๆ ?

ผมพร้อมครับ ผมจะไม่พูดว่าเราต้องมีการทูตเชิงรุก แต่ผมจะทำ ทุกเรื่องสามารถเปลี่ยนแปลงจากที่ผ่านมาได้ ขอยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่มีอาวุธในกัมพูชาเข้ามาโจมตีไทย และผลิตโดยประเทศหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ผมจะยกขึ้นพูดกับเขาว่าทำแบบนี้ไม่ถูก

ขอให้ไปบอกผู้นำกัมพูชาว่าอย่าใช้อาวุธที่เขาเป็นคนจัดให้ในการโจมตี โดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตรกับประเทศไทย ผมจะพูดแบบนั้น แทนที่จะพูดว่าอาวุธที่เขาให้มาเป็นอาวุธล้าสมัยที่ส่งมานานแล้ว นั่นเป็นหน้าที่ของสถานทูตจีน แต่ผมจะบอกทูตจีนอีกแบบว่าทำแบบนี้ ถ้ามันลงเป้าหมายพลเรือน ไม่เป็นมิตร

อีกตัวอย่างเป็นเรื่องปากท้องเลยคือ ประเทศหนึ่งบอกว่าทุเรียนเรามีสารเจือปน ขอให้ไทยตรวจสอบดีๆ เราตกอกตกใจรีบตรวจสอบเพราะกลัวว่าจะขายไม่ได้ แต่ประเทศนั้นส่งผักผลไม้มา เวลา อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ไปตรวจตามตลาดมีสารปนเปื้อนทั้งนั้น แต่เราไม่กล้าบอกเขาว่า ช่วยตรวจสอบให้ดีก่อนจะส่งมา เพราะมันกระทบสุขภาพอนามัยของเรา

คำถาม : ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และทูตพิศาลมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ จะเริ่มต้นปรับเปลี่ยนตรงไหนอย่างไร ?

ประเทศเพื่อนบ้านคือลำดับความสำคัญสูงสุดของนโยบายต่างประเทศ เราต้องทำให้พรมแดนเป็นพรมแดนแห่งมิตรไมตรีที่ไม่ใช่สนามรบแต่เป็นสนามการค้า ปกติการค้าชายแดนมีมูลค่ามากมายอยู่แล้ว และต้องทำให้ผู้ประกอบการทั้งส่วนกลางและตามชายแดนลืมตาอ้าปากได้

เพราะฉะนั้น ลำดับความสำคัญสูงสุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน สร้างชายแดนที่มั่นคงถาวร และเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกับเรา นี่คือเรื่องที่ต้องมองระยะยาว อย่ามองแค่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้มองเกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ในกรณีเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เราอยากมีเพื่อนบ้านที่พร้อมจะลอบทำร้ายในโอกาสที่เขาทำได้ หรืออยากมีเพื่อนบ้านที่มีความเข้าใจ ยำเกรง รักใคร่ชื่นชมเรา เราทำดีกับเขามาเยอะแล้วหลังยุคเขมรแดงตอนที่เขาสร้างประเทศ สำหรับผม ก็ต้องทำดีต่อไป

เด็กนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนไทยบริเวณชายแดน เคารพเพลงชาติไทยธงชาติไทยทุกวัน เดินคำนับพระบรมฉายาลักษณ์ก่อนเข้าห้องเรียนทุกวัน เราไปขับไล่เขาทำไม เราต้องคำนึงถึงเหมือนกับเขาเป็นลูกหลานเรา เพราะต่อไปเขาจะเป็นพลเรือนที่จะสร้างความรู้สึกนิยมไทย เป็นคนต่อต้านกระแสที่พยายามปั่นให้เกลียดชังประเทศไทย เราต้องการสร้างกระแสที่เขารักประเทศไทยมากขึ้น เพราะยิ่งเราเกลียดชังกัมพูชามากเท่าไร อีกข้างหนึ่งก็เกิดปรากฏการณ์เหมือนกัน แล้วเราอยากให้ลูกหลานมีความไม่ปลอดภัยอยู่อย่างนี้เหรอ

ยังไม่ต้องพูดถึงอนาคตของอาเซียนด้วยซ้ำ เพราะตราบใดที่ประเทศไทยหรือเมียนมาเป็นผู้ป่วยในอาเซียน และยังมีไทยกับกัมพูชาคอยรบกันเป็นประจำ อาเซียนไม่มีความหมายหรือความน่าเชื่อถือใดๆ ทั้งสิ้นเพราะปัญหาภายในยังไม่แก้

สาเหตุที่สหภาพยุโรปหรืออียูรวมกันได้ ผลประโยชน์หลักสำคัญที่สุดคือจะไม่มีการรบระหว่างประเทศสมาชิกอียู นี่คือพื้นฐานที่คนลืมไปแต่เป็นพื้นฐานที่สร้างสหภาพยุโรป อาเซียนก็เช่นกัน ถ้ามีอาเซียนแล้วมีสองประเทศทะเลาะกันเป็นประจำ ไม่สามารถลงเอยกันด้วยดีได้ อาเซียนหมดอนาคต

คำถาม : ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาหลังจากเกิดการสู้รบกันแล้วจะกลับไปสมานแผลอย่างไร เพราะระดับผู้นำมองว่าไม่สามารถไว้วางใจผู้นำกัมพูชาได้ เพราะ ‘เจ้าเล่ห์’ ซึ่งศัพท์แสงเหล่านี้ก่อให้เกิดกระแสชาตินิยม กระแสการรังเกียจ แล้วในแง่การทูต ซึ่งต้องจับมือกับความมั่นคง จะเริ่มแก้ตรงนี้อย่างไร ?

เราต้องการผู้นำที่มองข้ามระยะสั้นอย่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้วมองระยะยาวอย่างที่ผมบอก ฉากทัศน์ Endgame ที่อยากให้ลูกหลานเรามีเพื่อนบ้านแบบไหน และผู้นำคนนั้นต้องมีวุฒิภาวะ มีความน่าเชื่อถือพอที่จะพูดคุยกับประชาชนว่าเราอยากได้เพื่อนบ้านแบบไหน

ส่วนการแก้ปัญหาชายแดนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความบาดหมางกันอยู่นี้ เรามีกลไกอยู่แล้ว มีการปักปันเขตแดนอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกันเกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าเผื่อเราทำให้ครบ ปัญหาที่เกิดทุกวันนี้ก็จะหมดไป แต่คนไทยต้องเตรียมพร้อมยอมรับว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร หรือปราสาทไหนจะไม่ได้อยู่กับไทยแล้ว เราต้องรับได้ เพราะนั่นคือผลของการพิจารณา

คำถาม : แต่ต้องเป็นธรรมกับเราด้วย เราต้องสามารถบอกได้ว่านี่เป็นส่วนของเราจากหลักฐานยืนยันต่างๆ หรือต้องไปจบที่ศาลโลกอย่างนั้นหรือ

ไม่ต้องครับ กลไกทวิภาคีให้ข้อสรุปได้อยู่แล้ว และเราทำสำเร็จมาแล้ว 50-60 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ต้องเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาใช้กลไกเดิมทำให้จบ คำว่า ‘ทำให้จบ’ หมายความว่า ฝ่ายไทยจะต้องยอมรับได้ว่าบางปราสาทดูจากสันปันน้ำหรือดูด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่แล้วอาจจะไม่ได้อยู่ในดินแดนไทยทั้งหมด

คำถาม : หมายความว่าเราได้บางส่วน เขาได้บางส่วน อย่างนั้นหรือเปล่า ?

ถูกต้อง มาเลเซียกับสิงคโปร์ก็เป็นแบบนี้ อินโดนีเซียกับสิงคโปร์ก็เป็นแบบนี้ ถ้าเรามีผู้นำที่มีวุฒิภาวะ มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำอยู่ และมองระยะยาว สามารถพูดคุยกับประชาชนได้ ขณะเดียวกันการต่างประเทศก็ต้องเป็นการต่างประเทศที่ไปพร้อมๆ กับทหาร ไปพร้อมๆ กับสาธารณสุข การศึกษา กระทรวง ทบวง มหาวิทยาลัย ที่จะให้การดูแลโอบอุ้มประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะที่เราเป็นมิตรที่ดีและหวังดีกับเขา ทั้งหมดนี้ไม่ได้มองอย่างโลกสวย เราต้องรู้ว่าเราพัฒนามากกว่าเขา เราควรมีโอกาสที่จะช่วยเหลือเขาได้ ถ้าเผื่อเราช่วยเหลือเขาได้มากพอ ทั้งโลกย่อมอยู่ข้างเรา อาเซียนจะอยู่ข้างเรา และจะไปกดดันกัมพูชา

คำถาม : เราจะเรียกคืนการได้รับความเคารพจากวิธีการอย่างนี้ใช่ไหม ว่าโลกจะเห็นว่าเราเป็นผู้ใหญ่พอ เป็นมืออาชีพพอ และไม่มีแนวโน้มจะกลับไปมีความขัดแย้งอีก?

ครับ ตราบใดที่เราไม่สรุปว่า ฮุน เซน เป็นหมาจิ้งจอก หรือเจ้าเล่ห์ ถ้าทำแบบนั้น ก็เท่ากับเรามองโลกสวยแล้ว ไร้เดียงสา เขาไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า แต่ประชาชนทั้งสองฝ่ายจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป โลกทั้งโลกจะรู้เอง อาเซียนจะรู้เอง เช่นเดียวกับสื่อต่างๆ

พิศาล มาณวพัฒน์ ตอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์