'ณัฐพงษ์' อัด 'ร่างแก้ไข รธน.ภท.' ขัดหลักการ 3 ข้อ เหตุล็อกสเปก-เปิดทางผูกขาด

21 พ.ค. 2569 - 10:56

  • ถาม 'กล้าธรรม' อยู่ฝ่ายค้านจริงหรือไม่ ขอไม่วิจารณ์แทน 

  •  พ้อ ไม่มีอำนาจต่อรองใคร คิดเซ็น MOA รอบ 2 จ่อ ยื่นร่างฉบับพรรคประชาชน ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

  • ปัดตอบทิศทาง ดูบริบทการเมืองก่อนลงมติ

'ณัฐพงษ์' อัด 'ร่างแก้ไข รธน.ภท.' ขัดหลักการ 3 ข้อ เหตุล็อกสเปก-เปิดทางผูกขาด

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่า พรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้กับร่างของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเรา คือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ 1. ไม่ให้ตัดประชาชนออกจากสมการ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งต้นน้ำกลางน้ำ และปลายน้ำ 2. ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาด อยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 3. ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  

ณัฐพงษ์ ย้ำว่า ต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรค ที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนเองไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ก็ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกัน เหมือนกับทุกพรรคการเมือง อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้ 

ส่วนการออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรี ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชนนั้น ตนเองคิดว่าไม่ถูกเจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือกติกาสูงสุด ที่สร้างความโปร่งใส ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง 

เมื่อถามว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมร่างของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แม้จะเขียนไว้ว่า เป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส.และ สว. 

ก็ตั้งคำถามได้ว่า ตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว.อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ตัวเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่า นี่เป็นการผูกขาดหรือไม่

ณัฐพงษ์กล่าว 

ณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า สิ่งที่ขัดหลักการไม่เพิ่มอำนาจให้ สว. ต้องบอกว่า กระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่การแก้ไขร่าง เพราะฉะนั้น ไม่ได้ตัดอำนาจ สว. แต่ปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่า จะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง 

ส่วนสุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่นั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไร ให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเป็นวาระ 2  

ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมติ ขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อน ว่าการเจรจาระหว่างวิป และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่า จะลงมติอย่างไร 

ส่วนจะมีโอกาสเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ทุกคนแสดงความเป็นห่วงว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่มีอำนาจ อยู่ในสถาบันการเมืองในระบบ ที่ค่อนข้างที่จะแผ่อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ  

ณัฐพงษ์ ย้ำว่า วิธีการเดียวของพวกเรา คือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะ ทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาฯ ส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาด ไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต 

ส่วนกรณีปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ออกมาให้ความเห็น รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลา แต่ให้แต่งตั้งเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวมาเขียนเลยก็ได้นั้น ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของปดิพัทธ์ ที่หลายคนอาจมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบนั้น   

แต่ตนขอย้ำใน 3 หลักการ เรื่องใด ๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ รวมถึงร่างพรรคประชาชน จะเป็นการการันตีได้ว่า จะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ไม่ได้ผูกขาดกับมือคนใดคนหนึ่ง แม้แต่พรรคประชาชนเองก็ตาม  

อย่างไรก็ดี คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาฯ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์