'ปชน.' ยื่น 6 ร่าง กม.กลับเข้าสภาฯ 'พริษฐ์' เผย ยกร่างแก้ รธน. เสร็จไม่เกินสัปดาห์หน้า

20 พ.ค. 2569 - 11:48

  •  บอกไม่มีเหตุผล 'สว.' คว่ำ เหตุรอบที่แล้ว ก็โหวตผ่านวาระหนึ่ง ให้ มองของ‘ภท.’ ขัดหลักการ 

'ปชน.' ยื่น 6 ร่าง กม.กลับเข้าสภาฯ 'พริษฐ์' เผย ยกร่างแก้ รธน. เสร็จไม่เกินสัปดาห์หน้า

พรรคประชาชน นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงยืนยันเจตนารมณ์ของพรรคประชาชน โดยการยื่น 6 ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ว่า ร่างกฎหมายค้างมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นชัดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีมติยืนยัน จึงทำให้ทั้ง 6 ร่างดังกล่าวตกลงไป  

ทางเราจึงได้มีการอภิปรายถึงเหตุผลว่า เหตุใด 6 ประเด็นดังกล่าว ควรจะได้ไปต่อในวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ในคำชี้แจงของรัฐบาล ยังไม่สมเหตุสมผล พวกเราจึงมาแถลงยืนยันเจตนารมณ์ ที่จะยื่นร่างดังกล่าว กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยจะมีร่างที่เรายื่นร่างเดิมกลับไปโดยไม่มีการปรับปรับปรุงเนื้อหา แต่อาจจะมีบางร่างที่มีการปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อยเพิ่มเติมก่อนที่จะยื่นเข้าไป  

สำหรับกฎหมายที่มีการยื่นกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่างพ.ร.บ.โรงงาน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

พริษฐ์ กล่าวว่า ทั้ง 6 ร่าง ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจสังคมการเมือง และมีร่างกฎหมายของภาคประชาชนหลายฉบับ ที่ได้ผ่านกระบวนการฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว จึงหวังว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้า ที่จะมีการประชุม 3 วัน จะมีวันสำหรับการพิจารณากฎหมายของ สส. โดยเฉพาะไม่ใช่แค่ของ ครม. ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ทางประธานสภาฯ เคยให้ไว้ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ 

พริษฐ์ ระบุอีกว่า พรรคประชาชนยื่นไปตามเนื้อหาที่ถูกแถลงการณ์ที่ผ่านมา 3 หลักการ ซึ่งสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ในกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากต้นทางถึงปลายทาง 1.การมีคูหาทำให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2.การป้องกันการผูกขาด ไม่ให้เนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกกําหนดด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยฝ่ายเดียว เพื่อให้เราเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย  

และ 3.ไม่ไปเพิ่มเงื่อนไขหรืออํานาจพิเศษให้กับ สว.ให้สามารถชี้ขาดได้ว่า เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นเช่นไร ซึ่งรูปธรรมของเราคือ ไม่เพิ่มเงื่อนไขว่า หากรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบกับร่างใหม่ก่อนทําประชามติ ต้องได้เสียงเกินเท่าไหร่ของ สว. 

หากเทียบกับหลักการร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเข้าใจว่าจะยื่นในวันนี้ เห็นว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร เพราะเนื้อหาสาระของร่างพรรคภูมิใจไทย ขัดอย่างน้อย 2 หรือ 3 หลักการ เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน พรรคภูมิใจไทยไม่มีกระบวนการเปิดให้มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่าง 

ส่วนเรื่องการเพิ่มเงื่อนไขอํานาจพิเศษ สว.ร่างพรรคภูมิใจไทยมีการกําหนดไว้ว่า ให้มีการเพิ่มอํานาจวุฒิสภา โดยระบุว่าจะผ่านความเห็นชอบต้องได้เสียง 1 ใน 4 ของ สว. ซึ่งคือ 50 คน อาจมีความเชื่อว่า หากมีกลุ่มการเมืองใดสามารถคุมเสียงได้ ก็จะเป็นคนชี้ขาดได้ ว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นเช่นไร และเชื่อว่า ในวาระที่หนึ่ง จะมีอย่างน้อย 2 ร่าง เข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วยเช่นกัน  

เมื่อถามว่าขณะนี้ พรรคประชาชนมีการยกร่างแก้ไขสมบูรณ์แล้วหรือยัง และกรณีคูหาเลือกตั้งมีรายละเอียดอย่างไร พริษฐ์ ระบุว่า แม้จะมีการถกเถียงกัน แต่ยืนยันว่า การเปิดคูหาคือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่าง เนื่องจากเรามองคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย และขัดคําวินิจฉัยฉบับก่อนของศาลรัฐธรรมนูญเองด้วยซ้ํา ในการระบุไม่ให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างโดยตรง 

พริษฐ์ ย้ำว่า การมีคูหาจะเป็นกลไกที่ทําให้เนื้อหาของรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถออกแบบวิธีการบรรจุการพิจารณาวาระหนึ่งของรัฐสภาได้ ส่วนรายละเอียดนั้น จะมีการยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า 

ส่วนเงื่อนไขเสียง สว.นั้น พริษฐ์ ย้ำว่า เราไม่มีแนวคิดในการไปเพิ่มอํานาจให้กับ สว. แต่เราปฏิบัติกับ สส.และ สว.เท่าเทียมกัน คราวที่แล้วเรากําหนดแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 

เมื่อถามถึงการกําหนดไทม์ไลน์ของพรรคภูมิใจไทย จะถือว่าเป็นการบีบพรรคการเมืองอื่นให้รีบยื่นร่างเข้ามาหรือไม่ พริษฐ์ ระบุว่า การยื่นร่างเป็นเพียงขั้นตอนแรก เราพร้อม แต่ตัวร่างน่าจะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า เรื่องกรอบเวลาเป็นขั้นตอนของสภาฯ ที่ต้องมีการนัดประชุม ผ่านการกรรมาธิการ วาระสอง วาระสาม 

ส่วนเสียง สว.ในวาระหนึ่ง ก็ต้องไปว่ากันในการพิจารณาของรัฐสภา อาจจํากันได้เนื้อหาร่างพรรคประชาชนปลายปี 68 วาระที่หนึ่งนั้น ก็มีความสอดคล้องกับหลักการที่เราพูดไว้และไม่เห็นเหตุผลอันใดที่ สว.จะลงมติแตกต่างจากคราวก่อน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์