พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีวุฒิสภาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ส่งกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรยืนยัน หรือตั้งกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง 2 สภา เพื่อพิจารณาต่อ โดยระบุว่า เป็นวาระที่ต้องเข้าที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
สำหรับในส่วนของพรรคประชาชนเองได้ตั้งคำถามและแสดงความไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขบางประการของร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป เพราะเห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติ หรือไม่เท่าเทียมกับทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่าร่างที่ สว. มีการแก้ไขนั้น อาจทำให้มีการเลือกปฏิบัติกว่าเดิมด้วยซ้ำ หรือเปิดกว้างน้อยกว่าเดิมเมื่อเทียบกับฉบับ สส. ซึ่งคงต้องหารือกันในรายละเอียดอีกครั้ง แต่พรรคประชาชนได้เคยแสดงออกไปแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่เนื้อหาสาระในบางมาตราที่เป็นการเลือกปฏิบัติ
ส่วนหากตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาต่อนั้น เวลาที่เพิ่มขึ้นมาจะคุ้มค่าหรือไม่นั้น พริษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องหารือกันภายในพรรคอีกครั้ง แต่จุดยืนและหลักการเราต่อประเด็นดังกล่าวชัดเจนมาโดยตลอด และยังคงเป็นเช่นเดิม ส่วนที่ นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ขอให้สภาผู้แทนราษฎรยืนยันร่างตามที่ สว. แก้ไขมา พริษฐ์ตอบว่า “อันนั้นก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย”
สำหรับกรณีที่ในบัญชีแนบท้ายมีการรวมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จนเกิดข้อกังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ด้วยนั้น พริษฐ์กล่าวว่า จุดยืนเราชัดมาตลอดตั้งแต่ชั้นสภาผู้แทนราษฎรว่า การนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งแน่นอนว่าคดีฮั้ว สว. ก็ถือว่าเป็นประเภทหนึ่งของการทุจริต
หากย้อนไปดูการเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ฉบับพรรคประชาชน ก็ไม่ได้มีบัญชีแนบท้าย แต่ใช้วิธีการพิจารณาเป็นรายกรณีไปว่าแต่ละคดีมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ โดยมีข้อยกเว้นชัดเจนว่าต้องไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริต การเพิ่มบัญชีแนบท้ายเป็นข้อเสนอของพรรคการเมืองอื่นหรือกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่เข้าใจว่ามีการเขียนป้องกันไม่ให้รวมถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ด้วย แต่จะรัดกุมหรือไม่นั้น ต้องถามไปที่กรรมาธิการเสียงข้างมากที่ตัดสินใจใช้วิธีการนี้
“แต่ย้ำ ขีดเส้นใต้ร้อยครั้งว่าจุดยืนพรรคประชาชน ยืนยันมาโดยตลอดว่า การนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีทุจริต ซึ่งหนึ่งในคดีทุจริตที่จะต้องไม่มีการนิรโทษกรรมคือคดีฮั้ว สว. ซึ่งเราก็ได้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตอนนี้กำลังพิจารณาคดีดังกล่าว และการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ว่าคู่ขนานกับ กกต. หรือไม่” พริษฐ์กล่าว
พริษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีจะมีการชะลอวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อรอร่างของภาคประชาชนยื่นเข้ามาว่า เรื่องนี้เป็นการหารือร่วมกันกับวิรัฐบาล ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เราอยากเห็นร่างของภาคประชาชนถูกพิจารณาพร้อมกันกับร่างของพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้ข้อถกเถียงในเรื่องรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ควรจะมีเสียงของภาคประชาชนเข้ามาอยู่ในการพิจารณา และกังวลว่า หากเราพิจารณาร่างของพรรคการเมืองก่อนจะมีความลักลั่น ซึ่งทันทีที่ร่างของภาคประชาชน รวบรวมรายชื่อได้ครบ 50,000 คน และผ่านขั้นตอนทางธุรการทั้งหมด เชื่อว่า หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคมจะสามารถพิจารณาได้ทันที
พริษฐ์ ขอเรียกร้องไปยัง โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา คือควรเรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า เราจะพิจารณาร่างของพรรคการเมือง และของภาคประชาชนพร้อมกัน และควรคุยกันต่อว่า หลังจากที่มีการกำหนดวันประชุมเดิมไว้วันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ จะใช้วันดังกล่าวประชุมวาระอะไร เพราะขณะนี้ มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเราสามารถทำคู่ขนานกันได้ ซึ่งมีทั้งร่างของภาคประชาชน ร่างของพรรคภูมิใจไทย และร่างของพรรคประชาชน ดังนั้น จึงเสนอว่า ควรใช้ประโยชน์จากการนัดประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาร่างดังกล่าว
พริษฐ์ กล่าวอีกว่า ร่างที่สามารถพิจารณาได้ทันตามกรอบเวลาคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่พรรคประชาชนยื่น สาระสำคัญคือ ป้องกันไม่ให้รัฐบาล กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สามารถฮั้วกันได้ ด้วยการดุลพินิจของประธานรัฐสภา เกี่ยวกับการตัดสินใจส่งคำร้องจากสมาชิกรัฐสภา ในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงตั้งคำถามว่า สาเหตุที่ไม่ยอมมาหารือ เป็นเพราะไม่ต้องการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้รับการพิจารณาในรัฐสภาหรือไม่ เพราะเป็นการตัดอำนาจ ปัดตกคำร้องของพรรคประชาชนเกี่ยวกับกรณีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เมื่อถามว่า การชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้พรรคประชาชนถูกมองว่า ไม่อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีใครคิด เพราะเป็นการตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย




