การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด โดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ถึงความชัดเจนต่อการทำนโยบายรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวว่า หลังจากเกิดกรณีที่ในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 13-14 ก.พ. ที่ไม่สามารถพิจารณารายละเอียดได้ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย และสว.ที่หัวใจเดียวกันไม่เข้าร่วมต่อการแก้ไขดังกล่าว ทั้งนี้ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พร้อมจะร่วมพิจารณา แต่ไม่มีหลักประกันในส่วนของสว.ที่จะไม่มีข้ออ้างอื่นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขรรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นการให้สัมภาษณ์ที่ไม่ตรงกันระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ที่บอกว่าได้คุยกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ไม่ได้คุย ดังนั้นจะเชื่อถือคำพูดของใครได้
ด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงแทนนายกฯว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนเขียนเป็นนโยบาย ทั้งนี้การแก้ไขมีความเห็นที่แตกต่าง จึงต้องตั้งกรรมการศึกษาในการแก้ไขรวมถึงการทำประชามติ 3 ครั้ง จนถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ อย่างไรก็ตาม ต่อมาพรรคเพื่อไทยได้ยื่นร่างแแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีความเห็นต่างเกิดขึ้น ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลมีเจตนารมณ์จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“การประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา หากปล่อยให้โหวต อาจไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ ผมยืนยันในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีขัดแย้งต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีความเห็นต่างในกระบวนการเท่านั้น ขณะที่เป้าหมายของการแก้รัฐธรรมนูญยังมีจุดหมายเดียวกัน ส่วนที่บอกว่าพรรคร่วมและสว. ไม่พร้อมไม่อยากแก้ไขนั้น ผมยืนยันว่า สมาชิกรัฐสภาต้องการเห็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่ปัญหาคือความเห็นต่างต่อจำนวนครั้งที่ทำประชามติ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่มาลงมตินั้นถือเป็นเอกสิทธิ์”
— ประเสริฐ กล่าว
ประเสริฐ ชี้แจงด้วยว่า หากสมาชิกรัฐสภาหายข้อสงสัย เชื่อว่า จะพร้อมโหวต และไม่มีใครขวาง เนื่องจากทุกคนอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่ออกมาดีที่สุด ความเห็นต่างนั้นมีได้ แต่การแก้ไขยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ ยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีข้อขัดแย้ง ตามที่ฝ่ายค้านประเมิน ความเห็นต่างที่เกิดขึ้นสามารถทำได้
พริษฐ์ ยังตั้งคำถามถึงการเดินหน้าทำสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโนที่พบว่า พรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทยมีข้อกังวล แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป พบว่า ข้อกังวลของพรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าวหายไป ขอตั้งคำถามว่ารัฐบาลไปทำอะไร
ทำให้ ประเสริฐ ชี้แจงว่า การทำนโยบายดังกล่าวที่มีพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยตอนแรกและภายหลังต่อมาไม่มีปัญหา เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองพูดคุยในรายละเอียดของข้อที่ไม่เข้าใจ เมื่อพูดคุยได้เข้าใจและเห็นด้วย ไร้ข้อสงสัย ดังนั้นร่างกฎหมายดังกล่าว ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เมื่อเข้าสภาฯแล้ว สส.สามารถแสดงความเห็นได้ตั้งแต่วาระรับหลักการและวาระสาม รวมถึงยังมีชั้นสว.
“กระบวนการตรากฎหมายมีกระบวนการ เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาอยากให้ร่างกฎหมายออกมาให้ดีที่สุด ส่วนรายละเอียดของกฎหมายที่มีการปรับปรุงและถูกท้วงว่าไม่ตอบโจทย์นั้น ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่สมาชิกต้องแสดงความเห็น ซึ่งรายละเอียดนั้นต้องให้ประโยชน์ประชาชนสูงสุด ส่วนการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลของนายกฯ นั้น เพราะนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องคุยกับพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลต่างๆ ทั้งใน ครม. และที่ต่างๆ ที่ต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น หลายเรื่องต้องสร้างความเข้าใจ ซึ่งการสร้างความเข้าใจไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆ”
— ประเสริฐ ชี้แจง
ทำให้พริษฐ์ตั้งคำถามด้วยว่า เป็นความแตกต่างในการทำงานของรัฐบาลที่ปล่อยเกียร์ว่างในนโยบายที่ต้องการผลักดัน ไม่คุยกับพรรคร่วมรัฐบาล แต่กับอีกนโยบายที่ไม่ประกาศไว้ตอนหาเสียงกลับใช้วิธีการพูดคุย ทั้่งนี้ได้ตั้งคำถามถึงการเรียงลำดับความสำคัญในนโยบายรัฐบาล เช่น ค่าแรง นิรโทษกรรมทางการเมือง
ประเสริฐ ชี้แจงว่า เจตจำนง 2 นโยบายหลักได้แถลงไว้ต่อสภาฯ และนายกฯ ใช้ภาวะผู้นำในการคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีเดินอ้อม เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องดำเนินการต่อ ส่วนนโยบายอื่นๆ เช่น กัญชา ค่าแรง ผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่การเรียงลำดับขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส




