ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าพรรคประชาชนขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคนั้น ต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชน โดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ เเต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมาย PDPA) เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง วางหลักไว้ ว่า พรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้
แม้พรรคประชาชนจะโพสต์ เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศ นายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของ สำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย
(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)
(2) สําเนาทะเบียนบ้าน ด้านหน้า
(3) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติ กรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้
(4) สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนอ้างว่า การเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยระบุ
อย่างไรก็ตามมีการยืนยันในชั้นต้นจากแหล่งข่าวใน กรมการปกครอง ว่า พรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เเละยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครอง ว่า จะอนุญาตหรือไม่
กรมการปกครองชี้เเจงชั้นต้น กรณีที่พรรคประชาชน อ้างถึงกระบวนการเก็บรหัส Laser ID หลังบัตรประชาชนนั้น เป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครองที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน/ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิก โดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่า เรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นๆว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งเเบบนั้น ไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา เพจ "Fact Check-พรรคประชาชน" ได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้ Laser ID (รหัสหลังบัตรประชาชน) ในการสมัครสมาชิก เป็นมาตรการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับระบบธนาคาร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน5ข้อ โดยข้อ4 ปรากฏข้อความที่น่าพิจารณาว่า
4.ปัจจุบันพรรคประชาชน อยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เนื่องมาจากการยุบพรรคก้าวไกล โดยระหว่างที่กระบวนการขออนุญาตยังไม่เสร็จสิ้น
พรรคประชาชนไม่มีการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล Laser ID แต่อย่างใด - อย่างไรก็ตาม เพื่อมีกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ พรรคได้มีระบบยืนยันตัวตนอื่นๆ เช่น ระบบ OCR ในการยืนยันว่าบุคคลผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของบัตรประชาชนจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ระบุว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง การขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)
2. หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)
3. เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูล Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรคที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคเเล้วกว่า 1.1 เเสนคนไปเเล้ว โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเเละยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ เเม้พรรคประชาชนจะอ้างว่า ดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการเเละหน่วยงานเอกชนใช้โปรเเกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนเเบบอเนกประสงค์(สมาร์ท การ์ด) ลงวันที่8ตค.2561 จำนวน12ข้อhttps://www.bora.dopa.go.th/wp-content/uploads/2022/01/pk611008.pdfโดยสิ่งที่น่าสนใจคือ
ข้อ 5 กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชน ใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขดังนี้
5.1หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกขนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน
6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาขนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการ
ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อนจึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ
“โดยในข้อที่ 5 เเละ ข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่าการอนุญาตใช้โปรเเกรมนี้ต้องได้รับอนุญาตเเละต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่พรรคประชาชนเเจ้งเป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองเเล้ว เเต่กรมการปกครอง “ยังไม่ได้อนุญาต” ให้พรรคในการใข้โปรเเกรมนี้
ดังนั้นหากพรรคประชาชน โดยนายทะเบียนสมาชิกพรรคในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรคเเละต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการคือกรมการปกครองยังไม่อนุญาตนั้น
พรรคอาจมีความผิดด้วยเเละอาจะเกิดผลกระทบ คือ ยุบพรรค ในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของสมาชิกพรรค โดยไม่จำเป็นเเละกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง) ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรค เพราะตาม พรป.พรรคการเมืององค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค โดยตอนนี้นายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชน คือ ณัฐวุฒิ บัวประทุม




