รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีแก๊งลูกบังเกิดเกล้า ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และทายาททางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ว่า ข่าวที่ออกมาตอนนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ คงสรุปไม่ได้ 100 % แต่ถ้ามองในมุมความคาดหวังของประชาชน ประชาชนคาดหวัง ครม.ที่เอาความสามารถเป็นตัวตั้ง มากกว่าการเอาวงศาคณาญาติมาเป็นตัวตั้ง ขอให้มองรอบตัว ความท้าทายของประเทศมีเยอะแยะ
ถ้าถามว่าจะพึ่งพารัฐมนตรีได้กี่คน ที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญ ที่เหลือปล่อยให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี ถ้าทำแบบนั้นภายใต้สถานการณ์ของประเทศแบบนี้ คำถามคือ จะพร้อมรับมือความท้าทายจริงหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นรัฐบาลที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถมากกว่าวงศ์ตระกูล
— รังสิมันต์ กล่าว
ขณะที่การตรวจสอบของพรรคประชาชน เราทำมาเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ท่ามกลางข้อจำกัด เช่น เมื่อสภาฯ ยังไม่เปิดก็จะมีข้อจำกัดเรื่องของกลไกคณะกรรมาธิการ แต่อย่างน้อยที่สุดเรื่องข้อมูลเท่าที่จะทำได้ เราก็ดำเนินการ ตนเองก็เกาะติดเรื่องเบน สมิธ อย่างเมื่อวานมีข่าวมาว่า สิงคโปร์จับกุม 2 กรรมการที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัท CAI เกี่ยวพันกับกรณีสแกนม่านตา และการไล่ซื้อหุ้นในบริษัทในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับกองทุนของบริษัทฮุยวัน กรุ๊ป มีเส้นเงินไหลเวียนมากมายมหาศาล เราจึงอยากเห็นการขยายผล
ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ ดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาอย่างสม่ำเสมอของรัฐบาลจะหายไป ยกตัวอย่างการออกหมายจับเบน สมิธ ในคดีไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับคดีจำนวนมากที่รออยู่ ยึดอายัดทรัพย์หมื่นล้านบาท แต่ไม่ออกหมายจับในคดีที่ใหญ่กว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด รวมถึงการขยายผลไปถึงนักการเมืองที่เชื่อมโยง แม้จะมีการส่งเรื่องไปยังป.ป.ช. แต่สแกมเมอร์เป็นเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นคดีนอกราชอาณาจักรได้ แต่ไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง
“เราอยากเห็นมาตรฐานการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ แม้แต่กรณีของ ชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.เขต 4 จ.สงขลา พรรคกล้าธรรม” รังสิมันต์ ย้ำ
รังสิมันต์ มองว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนเป็นห่วงว่านักการเมืองแบบนี้ จะซื้อเวลาให้ตนเอง ผ่านช่วงปฏิญาณตน สามารถเข้าทำหน้าที่ในสภาฯ ได้ สุดท้ายอ้างเรื่องเอกสิทธิ์ สส.และสิทธิพิเศษต่าง ๆ เราอยากเห็นการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เหมือนช่วงเลือกตั้ง ที่มีความขยันขันแข็งกับนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันว่า จะไม่มีใครหลุดพ้นจากการดำเนินคดีตามกฏหมายได้ ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองบางคนซื้อเวลา ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นวาระของชาติ กลายเป็นวาระผลประโยชน์ วาระการช่วยเหลือพวกพ้อง ใครตีสนิทมีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้ สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบิน ของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าเชื่อมโยงกับเบน สมิธ จะมีความชัดเจนอย่างไร สิ่งเหล่านี้สะท้อนเจตจำนงของรัฐบาลว่าต้องการเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาอย่างไร เหล่านี้เป็นหน้าที่ของว่าที่ฝ่ายค้านอย่างพวกเราจะดำเนินการตรวจสอบ ถ้าสภาฯ เปิดได้เร็วก็จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แต่น่าเสียดายสภาฯ ชุดนี้มีข้อครหามัวหมอง เรื่องการเลือกตั้งและมีคำถามเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม
เมื่อถามว่า หากสภาฯ เปิดแล้ว จะมีการหารือส่งตัวชนนพัฒน์ ไปดำเนินคดีหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า มันมีกระบวนการ สภาฯ ที่ผ่านมามีน้อยมากที่จะส่งตัว สส.ไปดำเนินคดี ดังนั้น จังหวะที่ดีที่สุด เชื่อว่าเจ้าหน้าที่รู้อยู่แล้ว
ถ้าเรื่องนี้เป็นพรรคส้ม ท่านไม่ต้องห่วง รวดเร็วปานกามมนิตหนุ่ม แต่ถ้าเป็นพรรคอื่น อย่างกรณีชนพัฒน์ เข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ การอ้างวันที่ 12 มี.ค. 69 นี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถดำเนินการได้อยู่
— รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังมองไปถึงประชาชนที่ถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ยังไม่เคยง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้ แต่กับชนนพัฒน์ ทำไมถึงมีท่าทีในการปล่อยให้เขาใช้เวลาปกติสุขแบบนี้ สามารถไปกล่าวในงานแต่งได้ แบบนี้เป็นการหยามกฎหมาย ก็กลับมาที่คำถามว่า มาตรฐานการแก้ปัญหาสแกมเมอร์และเว็บพนันอยู่ตรงไหน จะขยันขันแข็งกันช่วงเลือกตั้งใช่หรือไม่ ช่วงนี้จึงเป็นการประสานมิตรอุ้มชูมิตรหรือไม่ อาจเกิดความไม่สบายใจกับพี่น้องประชาชนต่อประสิทธิภาพของรัฐบาล
ส่วนโอกาสที่พรรคประชาชนจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่ง รังสิมันต์ ระบุว่า ตอนนี้เรายังเรียกพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ ยังไม่มั่นใจว่าฝ่ายค้านมีเท่าไร ไม่รู้จะมีงูเห่าอีกหรือไม่ เรื่องการเสนอชื่อ แข่งประธานสภาฯ และนายกฯ ขอให้โฆษกพรรคเป็นผู้ชี้แจง ส่วนความชัดเจนที่พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมฝ่ายค้าน ขอให้ไปถามร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่าประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เราเคยพูดตอนหาเสียงว่า จะไม่โหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พรรคอันดับ 1 มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งเรารักษาคำพูดที่พูดไว้กับประชาชน เมื่ออนุทินและพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง ก็มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล เราคงต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ
“ตนเองไม่รู้จริง ๆ ว่าพรรคการเมืองอื่น เช่น กล้าธรรม เขาตัดสินใจอย่างไรเพราะการเป็นฝ่ายค้านของพรรคการเมืองอื่นมีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทาง คือเลือกที่จะเป็นฝ่ายค้านและเขาไม่ให้เป็นรัฐบาล ไม่มั่นใจว่ากรณีพรรคกล้าธรรมพูดสรุปจบได้หรือไม่ว่า เขาไม่ให้เป็นรัฐบาลแน่ ๆ ขอให้รอดูเพราะเหลือไม่กี่วันก็รู้แล้ว” รังสิมันต์ ระบุ
รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และแนวทางที่รัฐบาลควรดำเนินการ โดยเฉพาะในประเด็นราคาพลังงาน ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน และแม้รัฐบาลจะมีการแถลงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ซึ่งตนเข้าใจถึงความจำเป็นในส่วนนี้ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงการสร้างความมั่นใจเท่านั้น หากยังต้องการทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว สิ่งที่ประชาชนต้องการรับรู้คือควรเตรียมตัวอย่างไร และประเทศกำลังจะเผชิญกับสถานการณ์แบบใด ดังนั้น รัฐบาลควรให้ข้อมูล และประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา
“ไม่ใช่บอกแค่ว่าเอาอยู่ พร้อม จัดการได้ น้ำมันมีเพียงพอ ถ้าคุณพูดแค่นี้สุดท้ายประชาชนก็จะมองว่า ก็อีหรอบเดิม เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมา ที่บอกว่า พร้อมๆ เอาอยู่ๆ แต่สุดท้ายมันเอาไม่อยู่ ผมเลยคิดว่าวันนี้ต้องเอาข้อมูลความจริงมาให้พี่น้องประชาชนทราบ” รังสิมันต์กล่าว
รังสิมันต์ กล่าวว่า รัฐบาลควรมีแผนหรือมาตรการที่ชัดเจนในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แม้ประชาชนจะไม่ได้คาดหวังความสมบูรณ์แบบ แต่คาดหวังการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง มีแนวทางดำเนินการอย่างไร มีขั้นตอนการบริหารจัดการอย่างไร
แต่สิ่งที่เราเห็น คือท่านไปสัมมนามีความสุข ในพื้นที่เขากระโดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นปัญหาในเรื่องข้อพิพาทอยู่ กระบวนการเหล่านี้ก็เกิดคำถามว่า ตกลงแล้วรัฐบาลยังโฟกัสกับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมากน้อยแค่ไหน
— รังสิมันต์กล่าว




