ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. ของพรรค แถลงข่าวแสดงจุดยืน หลังเกิดเหตุสภาล่มเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256
หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนรู้สึกผิดหวังต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการประชุมวันนี้ แทบจะเป็นด่านสุดท้ายที่จะสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันต่อการเลือกตั้งปี 2570 แต่ฝ่ายรัฐบาล กลับเลือกเส้นทางที่ต้องเดินอ้อม ทั้งที่สามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมาได้
พร้อมชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหา 3 เรื่อง คือ การขาดเจตจำนงทางการเมือง ขาดเจตนารมณ์ความเป็นนิติรัฐ และการไม่เคารพเสียงของประชาชน เชื่อว่าหากก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทย ได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างจริงจัง การเสนอร่างรัฐธรรมนูญคงถูกเสนอเข้ามาโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ปรากฏว่าร่างที่เสนอเข้ามา เป็นร่างของพรรคเพื่อไทย
รวมถึงการที่ อนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับ พรรคภูมิใจไทย เพื่อพยายามผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทย ไม่มีความจริงใจที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ส่วนที่บอกว่าต้องเดินอ้อมด้วยการทำให้สภาล่ม เพื่อให้ญัตตินี้ยังคงค้างอยู่ในรัฐสภา เชื่อว่าทุกคนเห็นว่าเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง มองว่าเวทีของรัฐสภาควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนก็ต้องวิ่งกลับไปเพื่อสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“สำหรับการไม่เคารพเสียงของประชาชน ที่ผ่านมาในการหาเสียงเลือกตั้งทุกพรรคการเมือง มีข้อเสนอเดียวกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และยังเป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ดังนั้นวิธีหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ หาก นายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล และถืออำนาจสูงสุดในการยุบสภา นายกฯ สามารถเข้าไปเจรจาพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล และแสดงเจตจำนงชัดเจนเพื่อให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเคารพเสียงของประชาชน แต่หากไม่สามารถทำได้ นายกฯ ก็มีอำนาจในการยุบสภาเพื่อคืนเสียงให้กับพี่น้องประชาชน”
— ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว
ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ยืนยันว่า ต้องการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ สส.แก้ปัญหาประชาชนได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วขึ้น
พร้อมชวนตั้งคำถามว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นผลมาจากข้อกังวลเรื่องกฎหมาย และกลัวว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก พรรคภูมิใจไทย และ สว. ที่มีชุดความคิดคล้ายกับพรรคภูมิใจไทยจริงอย่างที่พรรคเพื่อไทยอ้างหรือไม่ หรือสาเหตุจริงๆ มากจากความขัดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ย้ำว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ถ้าต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทางออกจึงไม่ใช่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร หัวหน้ารัฐบาลผสมที่ต้องรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหาความคิดเห็นที่แตกต่างและผลักดันนโยบายของรัฐบาล หากนายกฯ ไม่สามารถเป็นเจ้าภาพและแก้ปัญหาความแตกต่างในรัฐบาล หรือใช้อำนาจในฐานะนายกฯ ได้ก็ควรยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน
ส่วนประเด็นที่ แกนนำพรรคเพื่อไทย บอกว่าควรชะลอ เพราะหากไปปล่อยไว้การแก้รธน. จะตกเหว พริษฐ์ ย้อนว่า ถ้ากังวลเรื่องการลงมติ ตามที่พรรคเพื่อไทยพูดเอาไว้ว่าลงเหว ก็เห็นว่ายังไม่ต้องลงมติก็ได้ แค่ให้มีการอภิปรายกันก่อน
“คำถามที่ต้องถามกลับไป ถ้าเราเห็นว่า การเดินตรง มีเหว มีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า แล้วที่ผ่านมา ท่านนายกฯ เห็นไหม ได้พยายามเต็มที่แล้วหรือยัง ในการพยายามคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเคลียร์อุปสรรคนี้”
— พริษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า หาก พรรคเพื่อไทย ต้องการความชัดเจนเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจริงๆ เพื่อสนับสนุนในการเดินหน้าแก้ไข ก็ควรไปเชิญชวน พรรคภูมิใจไทย ให้มาลงมติสนับสนุนการส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญด้วย





