ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีคดีตากใบจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ประชาชนเรียกร้องให้จำเลยทั้ง 7 คนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หนึ่งในนั้นมีพล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า สถานะของพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานะความเป็นจำเลยของ พล.อ.พิศาล
ดังนั้นจึงยังเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องติดตามตัวจำเลยที่หลบหนีในต่างประเทศ ไม่ว่าจำเลยคนดังกล่าวจะเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ตาม ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในการติดตามจำเลยกลับเข้ามาดำเนินคดีได้ เพราะถือเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนชาวไทยทั้งประเทศและประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อทวงคืนความยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างบาดแผลให้กับคน 3 จังหวัดชายแดนใต้
ส่วนจะนำจำเลยมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ก่อนคดีหมดอายุความหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเพิ่งดูผลลัพธ์ แต่ให้ดูถึงความตั้งใจและเจตจำนงทางการเมือง ที่ผ่านมามีการแถลงข่าวจากฝ่ายรัฐบาลว่ามีการเซ็นใบลาออก ดูเหมือนเรื่องจะจบ ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เพราะสถานะความเป็นจำเลยยังคงอยู่ หน้าที่ของรัฐบาลคือการติดตามจำเลยทุกคนที่ยังยังคงหลบหนีกลับมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.พิศาลระบุในใบลาออกว่าจะมาชี้แจงหากอาการป่วยทุเลาลง ซึ่งน่าจะภายหลังคดีหมดอายุความ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากเป็นแบบนั้นจริง สังคมคงตั้งคำถาม และเชื่อได้ว่าสิ่งนี้เป็นความพยายามในการหลบหนีคดี รัฐบาลก็จะยิ่งสูญเสียความเชื่อมั่นต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากขึ้น ในฐานะฝ่ายค้านจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ และตีแผ่ความจริงอย่างเข้มข้นต่อไป
“ตนเองไม่อยากพูดชี้นำเพราะตอนนี้ยังคงมีเวลาที่รัฐบาลยังสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ที่สุด ส่วนจะมีการตั้งกระทู้ถามในสภาฯ หรือไม่นั้น ก็คงจะใช้กลไกหลายอย่าง ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่ตั้งกระทู้ถามอย่างเดียว ยังมีอีกหลายเวที ทั้งการอภิปรายตามมาตรา 151 และ 152 การลงมติไม่ไว้วางใจ คณะกรรมาธิการที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ยืนยันว่าเราจะใช้กลไกทุกช่องทางในการติดตามเรื่องนี้ต่อไป”
‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ขึงขังเดินหน้าตรวจสอบจริยธรรม สส.พร้อมตรวจสอบ รบ.ตรงไปตรงมา
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีมีการทวงถาม สส.ที่ถูกร้องเรียนจริยธรรม มีการนัดพิจารณาเรื่องนี้แล้วหรือไม่ว่า ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่ตนเองกำลังจะเข้าร่วมคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้ตนเพิ่งจะได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯไป จึงยังไม่ได้มีการทำหน้าที่ในส่วนนี้
“ยืนยันว่าในฐานะที่มารับตำแหน่ง 1 ใน กรรมการจริยธรรมฯ จะผลักดันให้ตรวจสอบทุกอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ไม่มีการบอกว่าเป็นสส.ด้วยกัน และจะละเว้นไม่ตรวจสอบจริยธรรม เดินหน้าเต็มที่แน่นอน”
เมื่อถามถึงความเห็นในด้านเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องคุยกัน ในฐานะพรรคฝ่ายค้านก็จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ส่วนทางพรรครัฐบาลจะมีการพูดคุยและตกลงกันอย่างไรคงจะไม่สามารถไปตัดสินตรงนั้นได้




