'หาดใหญ่' เอฟเฟกต์ คลื่นมนุษย์ 'จูรี VS สุภัทร'

4 ก.พ. 2569 - 19:02

  • ปรากฏการณ์ 'บ้านมีรั้ว" ฆ่าระบบกระสุน คนหาดใหญ่เมินการเมืองอุปถัมภ์ เลือกนโยบายแก้ปัญหาจริง ทำ "พรรคส้ม-ปชป." มาแรงในเขตเมือง เบียด "ภูมิใจไทย" ที่ส่อแววร่วงเพราะเจาะฐานชนชั้นกลางไม่เข้า

'หาดใหญ่' เอฟเฟกต์ คลื่นมนุษย์ 'จูรี VS สุภัทร'

การเมืองที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศคือภาพสนามปราศรัยของสองพรรคใหญ่ “พรรคสีส้ม” (พรรคประชาชน) และ “พรรคสีฟ้า” (พรรคประชาธิปัตย์) ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่ยืน

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่จำนวนคน แต่คือ "วิธีการมา" ของผู้ฟังปราศรัย รศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ชี้ให้เห็นนัยสำคัญที่ซ่อนอยู่หลังภาพเหล่านั้น 

หากเป็นพรรคการเมืองแบบเดิม เราจะเห็น "รถทัวร์" จอดเรียงรายเพื่อขนคนมาฟัง แต่ในเวทีของพรรคส้ม เราเห็น "มอเตอร์ไซค์" ที่ขี่กันมาเองด้วยใจรัก นี่คือการการันตีว่าคะแนนเสียงเหล่านี้คือคะแนนธรรมชาติเกือบ 100% ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นบัตรเลือกตั้งในที่สุด

จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์
จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์

มหากาพย์เขต 2 หาดใหญ่

หากจะเข้าใจการเมืองหาดใหญ่ในวันนี้ ต้องย้อนไปดูประวัติศาสตร์การขับเคี่ยวในเขต 2 ซึ่ง รศ.ดร.บูฆอรี วิเคราะห์ว่าเป็นพื้นที่ที่มีพลวัตสูงสุดในจังหวัดสงขลา

ปี 2562 พรรคสีส้มเริ่มปักธงด้วยคะแนนนิยมที่เป็นอันดับ 2 อย่างน่าตกใจ

ปี 2566 ความเข้มข้นพุ่งสู่จุดสูงสุด เมื่อพรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) พ่ายแพ้ให้กับ ศาสตรา ศรีปาน ไปประมาณ 168 เสียง เท่านั้น มันคือระยะห่างที่น้อยจนสร้างความหวังครั้งใหม่ให้กับฝ่ายส้ม และสร้างความหวั่นใจให้กับแชมป์เก่า

ศาสตรา เปลี่ยนสีเสื้อมาแล้วถึง 3 พรรค ตั้งแต่พลังประชารัฐ (ตามลุงตู่) มาสู่รวมไทยสร้างชาติ และล่าสุดคือ "ภูมิใจไทย" ซึ่ง ดร.บูฆอรีมองว่าการย้ายครั้งนี้เป็นการเดิมพันที่เสี่ยง เพราะฐานคะแนนเดิมที่เคยได้จากความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์อาจไม่ตามมาที่พรรคสีน้ำเงิน

ทฤษฎี "บ้านมีรั้ว" กับความพ่ายแพ้ของระบบอุปถัมภ์

รศ.ดร.บูฆอรี ได้นำเสนอแนวคิดเชิงสังคมวิทยาการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับ "Political Landscape" ของหาดใหญ่ โดยเขาจำแนกโครงสร้างประชากรออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

  1. บ้านระบบอุปถัมภ์ คือชุมชนดั้งเดิมที่นักการเมืองสามารถเข้าถึงได้ผ่านงานบุญ งานศพ และการสงเคราะห์รายวัน
  2. บ้านมีรั้ว (The Fenced Middle Class) นี่คือหัวใจสำคัญของหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและการศึกษา คนกลุ่มนี้คือชนชั้นกลางที่อาศัยในบ้านจัดสรร มีรั้วขอบชิด และมีอิสระในการตัดสินใจสูง

"ระบบกระสุน หรือระบบอุปถัมภ์แบบเดิมเจาะไม่เข้าบ้านมีรั้วเหล่านี้ นักการเมืองที่เอาแต่เดินสายงานศพแต่ไร้ข้อเสนอเชิงระบบจะไม่ได้รับความสนใจ คนกลุ่มนี้ต้องการนโยบายที่แก้ปัญหาโครงสร้าง เช่น ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบาดแผลสดของคนพื้นที่"

รศ.ดร.บูฆอรี กล่าว

การฟื้นคืนชีพของ "สมบัติพ่อเฒ่า" และอาวุธลับชื่อ "อภิสิทธิ์"

ในขณะที่พรรคส้มกำลังรุกคืบ พรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มใช้กลยุทธ์ "ขุดรากเหง้า" ขึ้นมาสู้ รศ.ดร.บูฆอรี วิเคราะห์ว่าวาทกรรม "สมบัติพ่อเฒ่า" (พรรคของบรรพบุรุษคนใต้) เริ่มกลับมามีมนต์ขลังอีกครั้ง

การกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค คือ "ยาแรง" ที่เรียกศรัทธาคืนจากแฟนคลับเก่าที่เคยตีจากไปหาลุงตู่ในปี 62 และ 66 ให้กลับมาเลือกสีฟ้าอีกครั้ง

จากโพลของ รศ.ดร.บูฆอรี พบว่าประชาธิปัตย์อาจกลับมาครองอันดับ 1 ในปาร์ตี้ลิสต์ของภาคใต้ แซงหน้าพรรคส้มได้ในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน

กระแส vs กระสุน และจุดอ่อนของ "พรรคสีน้ำเงิน"

ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ รศ.ดร.บูฆอรี แบ่งพรรคการเมืองออกเป็น 2 ขั้วชัดเจนในภาคใต้

พรรคกระแส คือประชาธิปัตย์ และ พรรคประชาชน เน้นภาพลักษณ์และอุดมการณ์

พรรคกระสุน คือภูมิใจไทย และ กล้าธรรม - เน้นเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น (ส.จ., นายก อบต.)

อย่างไรก็ตาม ในเขตหาดใหญ่ รศ.ดร.บูฆอรี มองว่า "พรรคกระสุน" กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะ "ภาพลักษณ์" ประกอบกับการที่ผู้สมัครอย่าง ศาสตรา ตอบคำถามเรื่อง "การแก้ปัญหาน้ำท่วมเชิงระบบ" ได้ไม่ชัดเจนเท่ากับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ(หมอสุภัทร จากพรรคประชาชน) และ จูรี นุ่มแก้ว (จากพรรคประชาธิปัตย์) ทำให้คะแนนนิยมในเขตเมืองถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน

ฟังชัดๆ "ทำไมคนใต้ไม่เอาเพื่อไทย?"

เหตุใดคนใต้ถึงเปิดใจให้พรรคส้ม แต่ไม่เคยเปิดใจให้พรรคของทักษิณ? รศ.ดร.บูฆอรี ให้คำตอบเชิงยุทธศาสตร์ว่า

  1. จังหวะเวลา ตอนไทยรักไทยรุ่งเรือง ประชาธิปัตย์ยังแข็งแกร่งเกินไป
  2. ตัวเลือกใหม่ที่ไร้อคติ เมื่อประชาธิปัตย์เริ่มเสื่อมลง พรรคอนาคตใหม่/ก้าวไกลก็เกิดขึ้นมาพอดี คนใต้ที่อยากเปลี่ยนแต่ยังมีอคติต่อ "ระบอบทักษิณ" จึงเลือกที่จะข้ามไปหาพรรคส้มทันที เพราะไม่มีภาพจำความขัดแย้งในอดีต

ประชาธิปัตย์ "ต่ำสิบ" ในภาคใต้?

แม้กระแสประชาธิปัตย์จะฟื้น แต่ รศ.ดร.บูฆอรี กลับให้ภาพที่น่าตกใจในระบบเขต คือ

สส. เขต รศ.ดร.บูฆอรี ชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการหลายคนมองว่าประชาธิปัตย์อาจได้เพียง 5-6 ที่นั่ง แต่ รศ.ดร.บูฆอรี ให้เพดานไว้ที่ "ไม่เกิน 10 ที่นั่ง" ทั่วภาคใต้ เนื่องจากผู้สมัครหลายคนเป็น "แถว 2 แถว 3" สู้กับบ้านใหญ่ที่ย้ายไปอยู่พรรคอื่นได้ยาก

ขณะที่ภูมิใจไทย ยังคงเป็นเต็งหนึ่งในแง่จำนวน สส. เขต (คาดการณ์ 20+ ที่นั่ง) จากพลังของเครือข่ายและกระสุน

สุดท้ายคือ พรรคประชาชน มีลุ้นหนักในเขตเมืองอย่างหาดใหญ่ แต่อาจจะเสียเปรียบในพื้นที่ชนบทที่ระบบอุปถัมภ์ยังเข้มแข็ง

การเมืองภาคใต้ในสายตาของ รศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้ระหว่าง "วิถีเก่าที่ใช้ทรัพยากร" กับ "วิถีใหม่ที่ใช้ความคิด" ผลการเลือกตั้งที่หาดใหญ่จะเป็นดัชนีชี้วัดว่า "บ้านมีรั้ว" จะสามารถทลายกำแพงอุปถัมภ์และสร้างจุดเปลี่ยนให้การเมืองไทยได้จริงหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์