ปัดปลุกผี! ‘ปลัด สปน.’ วอนอย่าโยงคดี ‘ไอทีวี’ ฟ้องร้องกับปมหุ้นสื่อ ‘พิธา’

20 มิ.ย. 2566 - 10:20

  • ‘ปลัด สปน.’ ยันคดี ‘ไอทีวี’ ไม่ได้เป็นการปลุกผีหวังผลสอย ‘พิธา’

  • ชี้เป็นคดีฟ้องร้องค่าเสียหายเก่า 10 ปีก่อน ไม่เกี่ยวปมหุ้นสื่อ วอนอย่านำ 2 เรื่องมาโยงให้สับสน

  • ยันคําฟ้องไม่เกี่ยวกับเรื่องกลับมาประกอบกิจการ

Permanent_Secretary_of_PM_Office_not_connect_lawsuit_filed_by_ITV_with_case_Pita_SPACEBAR_Hero_d6b6d64baa.jpeg
ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคดีความระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน) กับบริษัท ไอทีวีฯ โดยระบุว่า ไม่สามารถคาดการณ์ถึงคำพิพากษาของศาล ว่าจะมีการตัดสินเดือนไหน และเรื่องนี้มีการฟ้องร้องกันมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว 

“เริ่มแรกไม่ได้เริ่มจาก สปน. แต่เริ่มจากการร้องเรื่องค่าสัมปทาน เมื่อมีคู่แข่งก็ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และช่วงหลังก็มีเรื่องการจ่ายค่าสัมปทาน สุดท้ายก็ไปที่อนุญาโตตุลาการ ซึ่งก็สรุปว่าต่างคนต่างมีหนี้ ก็เสนอกันไป นี่คือคำตัดสินสุดท้าย ซึ่ง สปน. มีการอุทธรณ์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะนี้กำลังรอคำตัดสินอยู่” ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ 

ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าตัดสินออกมาแล้ว บริษัท ไอทีวีฯ ชนะ ไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเป็นสื่อใช่หรือไม่ ธีระพงษ์ ตอบว่า "ไม่มีประเด็นนี้ในการฟ้อง เป็นเรื่องของค่าปรับ การเปลี่ยนผังรายการโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งผลออกมา ถ้าเกิดความเสียหาย ก็ต้องกลับไปดูที่อนุญาโตตุลาการ ก็มีประเด็นอยู่แค่นั้น และเป็นประเด็นเก่าอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ซึ่งหลังสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว" พร้อมยืนยัน เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการ 'ปลุกผีไอทีวี' เพื่อหวังผลเรื่องของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ สปน. เป็นเรื่องที่เขาฟ้องกันอยู่ และเราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับไอทีวีเลยจนเมื่อมีข่าว อย่าเอา 2 เรื่อง ไปผูกกันจนประชาชนสับสน คดีมีมาก่อน ไม่มีอะไรเพิ่มเติมจาก 2 ปีที่แล้ว สถานะอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น เพียงแต่เราก็รอและให้เวลาศาลพิจารณา ตนขอไม่พูดอะไรมากกว่านี้” ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ  

เมื่อถามว่า ถ้าผลทางคดีทำให้บริษัท ไอทีวีฯ มีอิสระ จะทำให้กลับมาประกอบกิจการสื่อได้หรือไม่ ธีระพงษ์ ตอบว่า “คำฟ้องไม่เกี่ยวกับเรื่องการประกอบกิจการ เป็นเรื่องของค่าปรับและค่าสัมปทาน ยืนยันว่า สปน.ไม่ได้ปรับแต่งอะไรในเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ต้องศึกษาไว้ เป็นการเตรียมตัวว่าถ้าศาลตัดสินแล้ว สปน.จะทําไรได้บ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของเรา ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์