สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธให้รายละเอียดถึงกระแสข่าว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เตรียมเปิดตัวเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุเพียงว่า ต้องดูวิวัฒนาการทางการเมือง หลังจากที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งออกมาแล้ว
“เรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ทำให้พรรคเล็กต้องควบรวมกัน ยกตัวอย่าง หากมีพรรคการเมือง 40 พรรค คงไม่มีใครอยากได้เบอร์ 39 หรือเบอร์ 40 เพราะจะทำให้เลือกยากมาก ตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีพัฒนาการทางการเมือง มีการย้ายพรรค ซึ่งมิ่งขวัญ เป็นคนหนึ่งที่มองดูแล้วว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องอนุวัติไปตามการเมือง ถึงได้ต้องมารวมกัน” สมศักดิ์ ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้กลุ่มสามมิตร ตัดสินใจอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ได้ง่ายขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “มันก็มีอะไรดีขึ้นนั่นแหละ และเชื่อว่าจะมีพรรคเล็กอีกหลายๆพรรคเข้ามาอยู่กับพปชร. จะทำให้พรรคใหญ่เข้มแข็งขึ้น เพราะถ้ามีบุคลากรที่มีศักยภาพจะทำให้เป็นการเติมเต็ม”
เมื่อถามว่า ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ได้เวลาที่กลุ่มสามมิตร จะตัดสินใจแล้วหรือยัง สมศักดิ์ ตอบว่า “มันก็ดีขึ้น” เมื่อถามอีกว่า มีการประเมินหรือไม่ว่า พรรคพลังประชารัฐ จะมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ครับ”
ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองกรณี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เตรียมเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นคนมีความสามารถ
“ตอนแสดงวิสัยทัศน์เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มี ส.ส. 6-7คน และจากที่เคยฟังการออกรายการเศรษฐกิจ เห็นว่ามีแนวคิดในแบบของท่าน ที่ฟังแล้วใช้ได้ และคนที่มีฝีมือก็ควรมีโอกาสได้เข้ามารับใช้บ้านเมือง” อนุทิน ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย มีมือเศรษฐกิจที่พอจะสู้กับพรรคพลังประชารัฐ ได้หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “อย่าไปบอกว่าสู้ ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ก็นำมาร่วมกันทำงาน ถ้าเป็นพรรครัฐบาลร่วมกัน ก็ต้องมาช่วยกันทำงาน ต้องแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง พรรคภูมิใจไทยทำงานแบบนี้มาตลอด และส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับทุกพรรคไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ใครเสนอนโยบายอะไร ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชน จะไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมากกว่า”
“เรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ทำให้พรรคเล็กต้องควบรวมกัน ยกตัวอย่าง หากมีพรรคการเมือง 40 พรรค คงไม่มีใครอยากได้เบอร์ 39 หรือเบอร์ 40 เพราะจะทำให้เลือกยากมาก ตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีพัฒนาการทางการเมือง มีการย้ายพรรค ซึ่งมิ่งขวัญ เป็นคนหนึ่งที่มองดูแล้วว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องอนุวัติไปตามการเมือง ถึงได้ต้องมารวมกัน” สมศักดิ์ ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้กลุ่มสามมิตร ตัดสินใจอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ได้ง่ายขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ ตอบว่า “มันก็มีอะไรดีขึ้นนั่นแหละ และเชื่อว่าจะมีพรรคเล็กอีกหลายๆพรรคเข้ามาอยู่กับพปชร. จะทำให้พรรคใหญ่เข้มแข็งขึ้น เพราะถ้ามีบุคลากรที่มีศักยภาพจะทำให้เป็นการเติมเต็ม”
เมื่อถามว่า ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ได้เวลาที่กลุ่มสามมิตร จะตัดสินใจแล้วหรือยัง สมศักดิ์ ตอบว่า “มันก็ดีขึ้น” เมื่อถามอีกว่า มีการประเมินหรือไม่ว่า พรรคพลังประชารัฐ จะมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ครับ”
ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มองกรณี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เตรียมเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นคนมีความสามารถ
“ตอนแสดงวิสัยทัศน์เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มี ส.ส. 6-7คน และจากที่เคยฟังการออกรายการเศรษฐกิจ เห็นว่ามีแนวคิดในแบบของท่าน ที่ฟังแล้วใช้ได้ และคนที่มีฝีมือก็ควรมีโอกาสได้เข้ามารับใช้บ้านเมือง” อนุทิน ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย มีมือเศรษฐกิจที่พอจะสู้กับพรรคพลังประชารัฐ ได้หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “อย่าไปบอกว่าสู้ ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ก็นำมาร่วมกันทำงาน ถ้าเป็นพรรครัฐบาลร่วมกัน ก็ต้องมาช่วยกันทำงาน ต้องแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง พรรคภูมิใจไทยทำงานแบบนี้มาตลอด และส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับทุกพรรคไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ใครเสนอนโยบายอะไร ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชน จะไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมากกว่า”




