‘พท.’ ยื่น ‘ปธ.สภาฯ’ ชงแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256

22 ม.ค. 2567 - 15:43

  • ‘ชูศักดิ์’ นำ ‘ทีมเพื่อไทย’ แถลงข่าว กรณียื่น ‘ปธ.สภาฯ’ ชงแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256

  • แนะทำประชามติ 2 ครั้ง ลดเวลา-งบประมาณ

Peua_Thai_party_Submission_of_amendments_to_constitutional_law_SPACEBAR_Hero_281a6e8759.jpg

22 มกราคม 2567 ที่รัฐสภา ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ‘สรวงศ์ เทียนทอง’ ส.ส.สระแก้ว เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และสส.พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ.... แถลงถึงกรณีการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ…. โดยชูศักดิ์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทย 122 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติต่อ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภา ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา  

โดยมีวัตถุประสงค์ในการยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้ 1) คณะกรรมการที่รัฐบาลได้แต่งตั้งขึ้น ตามนโยบายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมี ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน กำลังจัดทำรายงานสรุปเสนอต่อ ครม. เท่าที่รับทราบได้มีข้อสรุปว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเสนอให้มีการจัดทำประชามติ 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการถามประชาชนก่อน โดยยังไม่มีการเสนอร่างแก้ไขต่อรัฐสภาว่าสมควรจัดให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่ 2 เมื่อมีร่างแก้ไขมาตรา 256 เสนอต่อรัฐสภา และร่างได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว และครั้งที่ 3 เมื่อ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว สรุปคือทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งใช้เวลาและงบประมาณมากพอสมควร เท่าที่ทราบคือ 3,000-4,000 กว่าล้านบาท  

2) คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยศึกษาเรืองนี้มานาน พรรคเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ที่ระบุว่าเมื่อจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องถามประชาชนเสียก่อน ว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ การถามประชาชนก่อนยังมีความสับสนไม่ตรงกันว่าถามในช่วงเวลาใด คณะกรรมการจึงตัดสินใจว่าก็ถามก่อนเลยโดยยังไม่มีญัตติ แต่คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยเห็นว่าถ้าเราจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 บวกกับการจัดตั้ง ส.ส.ร. แล้วให้รัฐสภาพิจารณา 3 วาระ หลังจากจบวาระที่ 3 แล้ว จึงไปสอบถามประชาชนใน 2 ประเด็น คือถามว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หรือไม่ และถามว่าท่านเห็นควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่เกิด ก็ถือได้ว่าเราปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กล่าวคือถามประชาชนก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าเป็นดังที่พรรคเพื่อไทยเห็นก็จะสรุปได้ว่าจะทำประชามติถามประชาชนเพียง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นการลดระยะเวลาและภาระงบประมาณได้ อย่างไรก็ตามคำตอบอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดและตอบว่าควรถามสักกี่ครั้งและควรจะทำอย่างไร  

3) อย่างไรก็ตามอำนาจหน้าที่และแนวปฏิบัติของศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่ตอบคำถามหรืออธิบายรัฐธรรมนูญ จะทำหน้าที่เป็นองค์กรวินิจฉัย โดยรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ แต่จะวินิจฉัยได้ต้องมีคำร้องสู่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างปัญหาความขัดแย้งหรือความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยเห็นว่าสามารถถามไปพร้อมกับการแก้ไขมาตรา 256 ได้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำประชามติเพียง 2 ครั้งก็จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

4) ด้วยเหตุดังกล่าว พรรคเพื่อไทย โดยสส.ทั้ง 122 คน จึงเห็นควรเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา หากประธานรัฐสภาไม่บรรจุร่างดังกล่าวตามข้อเสนอของสำนักกฎหมายประธานรัฐสภา โดยอ้างว่ามิใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่เป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องถามประชาชนเสียก่อน โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ขณะที่สมาชิกรัฐสภาเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา กรณีนี้ก็จะเกิดประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา หากเป็นเช่นนั้น สส.พรรคเพื่อไทยมีสิทธิเสนอประเด็นความเห็นดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา โดยขอให้ประธานสภาส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยมีเจตนาสำคัญคือต้องการหาข้อยุติว่าควรจะทำประชามติกี่ครั้ง  

ชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยได้นำเสนอต่อพรรค ว่ามีมติว่าจะขอแก้ไขกฎหมายประชามติด้วย ขณะนี้ยกร่างเสร็จแล้ว โดยมี 3 ประเด็น คือ 1) แก้กฎหมายประชามติให้ใช้เสียงข้างมากธรรมดา แต่มีเงื่อนไขว่าเสียงข้างมากนั้นต้องไม่ต่ำกว่าเสียงประสงค์ไม่ลงคะแนน 2) พรรคเสนอว่าประชามติอาจทำไปพร้อมๆ กันกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ 3) พรรคเสนอว่าประชามติส่วนใหญ่ในอดีตคือการไปลงคะแนนใช้บัตรกาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เราคิดว่าต่อไปให้นำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ เช่น อาจใช้วิธีการทางไปรษณีย์ได้ ซึ่งได้ร่างกฎหมายเสร็จแล้ว และกำลังนำเสนอหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมกันลงชื่อเสนอญัตตินำเสนอต่อสภาฯ ต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์