‘เพื่อไทย’ ชี้หลายจังหวัดมีสัญญาณซื้อเสียง–ไม่มีข้อมูลจ่ายหัวละ 7,500 บาท

23 ม.ค. 2569 - 14:19

  • ‘เพื่อไทย’ รับร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งกว่า 61 เรื่อง พบแจกทรัพย์สิน–ใส่ร้ายผิดกฎหมาย

  • ชี้หลายจังหวัดมีสัญญาณซื้อเสียง ส่งเรื่องให้ กกต.เร่งตรวจสอบ

  • จับตา 26 จังหวัด ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าพุ่งผิดปกติ

‘เพื่อไทย’ ชี้หลายจังหวัดมีสัญญาณซื้อเสียง–ไม่มีข้อมูลจ่ายหัวละ 7,500 บาท

พรรคเพื่อไทย นำโดย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. หรือ “ศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย” พร้อมด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค แถลงถึงกรณีการเปิดศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้ง

ชูศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยเปิดศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งที่ผ่านมา เราได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีคณะกรรมการนั่งทำหน้าที่ประจำ และรับเรื่องร้องเรียนอยู่ตลอดเวลา โดยรวมประมาณ 61 เรื่อง แยกเป็นเรื่องที่มีมูลและไม่มีมูล ซึ่งพบว่าข้อมูลที่มีมูลมีเป็นจำนวนมากกว่า โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการแจกสิ่งของ แจกทรัพย์สิน หรือการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง

ทางศูนย์ได้นำเรื่องที่มีมูลทั้งหมดมายกร่างคำร้องเพื่อแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในแต่ละเรื่องและแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องร้องเรียนไปแล้วประมาณ 7 เรื่อง เช่น ปทุมธานี สตูล สุพรรณบุรี บึงกาฬ และกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการให้ทรัพย์สินและให้ประโยชน์ ซึ่งถือเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง

ชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สัญญาณการเลือกตั้งในขณะนี้พบว่ามีการให้ผลประโยชน์หรือให้ทรัพย์สินเพื่อมุ่งหวังต่อผลการเลือกตั้ง จึงอยากฝากถึง กกต.ให้พิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการวางตัวไม่เป็นกลางด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นที่น่าห่วงและอยากฝากถึง กกต. คือ ศูนย์ได้นำข้อมูลการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชนมาวิเคราะห์ พบว่ามีประมาณ 26 จังหวัดที่มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าผิดปกติจากการเลือกตั้งปี 2566 โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์บางพื้นที่เพิ่มขึ้นเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น พะเยา ปี 2566 มีผู้ลงทะเบียน 5,717 คน แต่ปี 2569 มี 13,034 คน เพิ่มขึ้น 127.99 เปอร์เซ็นต์ และปีนี้มียอด 14,279 คน การเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินี้ส่งสัญญาณถึงการซื้อเสียงล่วงหน้า หรือการซื้อเสียงข้ามเขต โดยพบในหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ นครปฐม นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ และปทุมธานี

ทั้งนี้ ศูนย์ปราบโกงจะนำข้อมูลดังกล่าวแจ้งไปยังผู้สมัคร สส.ของพรรค เพื่อแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อติดตามกระบวนการลงคะแนน รวมถึงการบันทึกภาพหรือรถที่เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมแจ้ง กกต.ให้เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลจังหวัดที่มีการลงทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ

เมื่อถามว่า ได้รับข้อมูลการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาทหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้รับแจ้งถึงจำนวนเงินดังกล่าว แต่มีการแจ้งเรื่องการซื้อเสียงเข้ามา โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงิน” เมื่อถามย้ำว่า ส่วนใหญ่ในพื้นที่อื่นเป็นจำนวนเงินเท่าใด ชูศักดิ์ กล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับเขต โดยพบตั้งแต่ 500-2,000 บาท”

ส่วนคำถามว่า การซื้อเสียงจำนวน 7,500 บาทถือว่าสูงเกินไปหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า “พูดยาก ต้องวิเคราะห์ว่าข่าวและตัวเลขดังกล่าวมาจากไหน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยข้อมูลที่ได้รับมามักเป็นพื้นที่เป้าหมายการแข่งขันสูง เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้”

ประเสริฐ กล่าวเสริมว่า “หากใช้เงิน 7,500 บาทต่อเสียง จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหนึ่งเขตมีมากกว่า 100,000 คน”

ขณะที่ ภูมิธรรม กล่าวเสริมว่า “ได้รับรายงานบางส่วนว่า ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะอำเภอเมือง รวมถึงบางจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันตก มีการให้เงินในลักษณะดังกล่าว แต่ไม่ใช่ราคา 7,500 บาทต่อรายหัว อาจเป็นการให้กับแกนนำ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเงินหลักหลายหมื่นบาท”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์