ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ณ ตลาดสายเนตร เขตคันนายาว ว่า “ตลอดที่ได้ลงพื้นที่ได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก ได้พูดคุยกันเรื่องนโยบายพอสมควร นโยบายหลายอย่างของเราโดนใจพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมา พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ตลอดเวลา ไม่เคยทิ้งพี่น้องประชาชน มั่นใจว่าครั้งนี้จะกลับมาได้
เราพยายามที่จะทำไปข้างหน้า มีเวลาอีกหนึ่งเดือน ในเรื่องของกระแสไม่มีปัญหา สิ่งที่สำคัญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นจุดที่น่าจะนำคะแนนกลับมา
— ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ยศชนัน กล่าวอีกว่า “ได้ถามพี่น้องประชาชนพบเรื่องปากท้อง ไม่ว่าจะจุดไหนของกรุงเทพ มีเรื่องของหนี้สิน และรถไฟฟ้า 20 บาทสาย ที่พี่น้องประชาชนรออยู่ สามารถผลักดันได้ใช้ภายใน 3-6 เดือน ส่วนประชาชนในหลายพื้นที่อาจไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า เรามีนโยบายรถเมล์แอร์ 10 บาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3.70 บาท สามารถทำได้โดยนำระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนกลับมาด้วย เช่น โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะทำให้ลดค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน และเรื่องหวยเกษียณ ที่จะสร้างการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณได้ สามารถทำต่อได้ทันทีหากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล”
ส่วนเรื่องที่ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ระบุ “อยากให้มีการเลือกตั้งแบบแฟร์ ไม่อยากให้ชกใต้เข็มขัด” นั้น ยศชนัน กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมเป็นคนยืนยันมาเสมอว่า สิ่งสำคัญคือต้องไปข้างหน้า มองที่ประเทศ มองที่ประชาชนที่เดือดร้อน เพราะปีหน้าเป็นปีที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น แต่เป็นปีแห่งโอกาส ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว เราจะมามองไปข้างหลังว่าใครจะดีกว่ากันไม่ดีกว่ากันไม่มีประโยชน์ ก็มองไปข้างหน้า ให้ของขวัญกับพี่น้องประชาชนเป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตกลับขึ้นมาอีกครั้ง”
ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “สำหรับเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง เราได้มีการติดตาม ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งกองตรวจสอบเหตุทุจริตการเลือกตั้ง นำโดย ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค โดยเราจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะพรรคเราโดนกระทำครั้งมาหลายครั้ง เชื่อว่าจะมีเหตุทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่ผู้สมัครต้องคอยสอดส่องดูแล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. และหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมคอยสอดส่อง ในช่วงต้นของการเลือกตั้งอาจจะยังไม่มีการลงไปซื้อเสียง แต่เรามีการเฝ้าระวังเป็นอย่างยิ่ง”
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์การเมือง สิ่งที่พรรคการเมืองทำได้คือการนำเสนอนโยบาย รวมถึงแนวอุดมการณ์ความคิดของพรรคที่เป็นประจักษ์กับพี่น้องประชาชน เราจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน
— จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ขณะที่ พลภูมิ แสดงความความมั่นใจที่จะชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง โดยระบุ “การเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่พลาดไป ตลอดสามปีที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตลอด วันนี้พี่น้องประชาชนเห็นว่าระหว่างกระแสกับคนทำงาน ให้เขาเปรียบเทียบกัน วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมในเรื่องของนโยบาย ตัวคนทำงานในพื้นที่ก็พร้อมเลือกตั้งรอบนี้ ผมมีความหวังแน่นอน”




