ทีมกฎหมาย ‘พท.’ ลุยร่างคำฟ้องกลับ ‘ธีรยุทธ’! เตือนนักร้องยึดหลัก กม.-พยานหลักฐาน

25 พ.ย. 2567 - 16:49

  • ‘ชูศักดิ์’ เผยทีมกฎหมาย ‘เพื่อไทย’ อยู่ระหว่างร่างคำฟ้องกลับ ‘ธีรยุทธ’

  • เตือนนักร้องอย่าคิดสรุปเหมารวมไปเอง ขอยึดหลักกฎหมาย-พยานหลักฐาน

  • ยอมรับแก้ รธน.ทั้งฉบับอาจไม่ทันรัฐบาลนี้ ขอแค่ได้ สสร.

Pheu_Thai_goes_to_sue_Teerayuth_Singers_are_warned_to_adhere_to_the_principles_of_evidence_law_SPACEBAR_Hero_a388b28f9d.jpg

ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมฟ้องกลับนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ที่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่นายทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ว่า ขณะนี้คณะทำงานกำลังดำเนินการอยู่ และเข้าใจว่าน่าจะใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งตนก็คงต้องดูร่างคำฟ้องก่อนเพื่อความรอบคอบ ส่วนร่างคำฟ้องดังกล่าวจะเสร็จเมื่อใดนั้นไม่สามารถตอบได้

เมื่อถามต่อว่า หากต่อไปบุคคลใดต้องการฟ้องรัฐบาล จะมีกฎเกณฑ์ เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องกลับหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ดูเหมือนว่าไปสรุปเอาเองว่า เขาผิดอย่างนั้นอย่างนี้โดยขาดพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากไปสรุปเองเหมาว่าผิด ตนว่าไม่ใช่เป็นคนรับประเด็น และคนละข้อเท็จจริง ซึ่งการกล่าวหาแบบนี้ในทางกฎหมายนั้นไม่ถูก

'ชูศักดิฺ' เผยแก้ รธน.ทั้งฉบับอาจไม่ทันรัฐบาลนี้ ขอแค่ได้ สสร. รับ กม.ประชามติแปลงเป็น กม.การเงินไม่ได้ ชี้แค่หามุมกฎหมายทางออก

ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าการจะแปลงร่างกฎหมายประชามติเป็นกฎหมายการเงินไม่สามารถทำได้ เพราะเลยระยะเวลามาแล้ว

ชูศักดิ์ กล่าวว่า อ่านรัฐธรรมนูญหลายมาตราก็ยอมรับว่าขั้นตอนนี้เลยมาแล้วจริงๆ ตนก็ไม่ได้เถียงว่าเลยมาแล้ว แต่ที่ตนยกประเด็นขึ้นมา หมายความว่าเมื่อมีปัญหา กมธ.ร่วมเห็นไม่ตรงกัน ถือเป็นอุปสรรคของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่แล้วเสร็จ ตนจึงคิดว่าทางออกควรเป็นอย่างไร ซึ่งการตีความว่าเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ถือเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งตนก็ไม่ได้ฟันธง จึงได้บอกว่าต้องมีการหารือกัน ซึ่งสื่อมวลชนคงจำได้ว่าตนเคยบอกว่าให้หารือกับประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และ กมธ. ว่าจะมีทางออกได้หรือไม่ และไม่ได้ฟันธงว่าเป็นไปตามนั้น ซึ่งหากไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร 

“สิ่งที่นายนิกรพูดมาผมก็ไม่ได้เถียงอะไร แต่ปัญหาข้อกฎหมายต้องหารือกันว่ามีทางออกอะไรหรือไม่” ชูศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากเรื่องดังกล่าวไม่ใช่กฎหมายการเงินจะมีทางออกให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้หรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนเคยบอกคือการลดการทำประชามติจาก 3 ครั้งเหลือ 2 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเสร็จทันรัฐบาลนี้หรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าถ้าทำประชามติ 3 ครั้งก็ไม่ทัน แต่ถึงอย่างไรก็จะดันเต็มที่ให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) อย่างน้อยก่อนหมดวาระรัฐบาลชุดนี้ก็จะได้มี สสร. ซึ่งตนได้เคยบอกกับสื่อไปแล้ว ส่วนการเลือกตั้งก็ใช้กติการัฐธรรมนูญฉบับเก่าไปก่อน

เมื่อถามว่า หากแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ทันจะมีการแก้ไขรายมาตราในประเด็นสำคัญหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเราเดินไปในแนวทางที่จะมีสสร.เพื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คิดว่าประเด็นรายมาตราคงไม่มี เพราะเราจะมอบหมายให้ สสร.ยกร่างแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวแทนประชาชน หากไปทำรายมาตราอีกก็จะดูไม่สมเหตุสมผล เว้นแต่กรณีจำเป็นจริงๆ แต่เมื่อดูสถานการณ์ตอนนี้แล้วก็ไม่มีอะไรที่คอขาดบาดตาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์