‘พท.’ ซัดกลับ พปชร.ไร้สาระ ปูดอักษรย่อโยงเอี่ยว ‘ดิไอคอน’ แนะแก้ปัญหาตัวเองอย่าโยนพรรคอื่น

30 ต.ค. 2567 - 13:33

  • ‘เพื่อไทย’ ซัดกลับ ‘พปชร.’ ไร้สาระ! ปูดแฉอักษรย่อเอี่ยวโยง ‘ดิไอคอน’

  • แนะไปแก้ปัญหาพรรคตัวเองก่อน อย่าโยนให้พรรคอื่น

  • ลั่น ‘กมธ.ปปง.’ กัดไม่ปล่อย สอบถึงที่สุดหากพบเกี่ยวข้องกับเส้นเงิน

Pheu_Thai_hits_back_at_PPRP_for_nonsense_reveals_abbreviation_linked_to_The_Icon_case_SPACEBAR_Hero_bd011f6481.jpg

รัฐสภา (30 ตุลาคม 2567) มีการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธานกมธ.ฯ วาระพิจารณากรณี ดิไอคอน กรุ๊ป ซึ่งวันนี้ มีการเชิญคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้เสียหายมาให้ข้อมูล

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธาน กมธ.ฯ กล่าวก่อนเข้าประชุม ว่า กมธ.ฯ จะมีการติดตามในส่วนของ ปปง. เรื่องของการอายัดทรัพย์สินว่ามีความคืบหน้า และมีความเหมาะสม มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้เนื่องจากคดีมีการโอนให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้ว แต่ในส่วนของตำรวจสอบสวนกลาง ก็จะมีการสอบถามถึงการดำเนินการและความคืบหน้า ไปถึงไหนแล้ว และผู้ที่จะต้องถูกกล่าวหาในคดีนี้จะต้องเป็นคนกลุ่มไหนบ้าง 

“ซึ่งเบื้องต้น กมธ.ฯ จะสอบถามถึงการรับแจ้งความว่าเนื้อหาหลักๆ เป็นอย่างไร และคนที่จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาจะต้องเป็นคนกลุ่มไหน เพราะมีการโยนกันไปโยนกันมา ระหว่างผู้เสียหายกับแม่ข่าย วันนี้จะต้องหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้”

เมื่อถามถึงกรณีที่ตำรวจสอบสวนกลางระบุ คดีนี้เป็นแชร์ลูกโซ่ ประธาน กมธ.ปปง. กล่าวว่า หน่วยงานหลักขณะนี้เป็นดีเอสไอ และ ปปง. ซึ่งมีอำนาจในการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ของผู้ต้องสงสัยและผู้ถูกกล่าวหาอยู่แล้ว ดังนั้น กมธ.ฯ ก็มีแนวทางที่จะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ไม่ลดละและไม่ปล่อย ถ้าหากมีการพิจารณาใน กมธ.ชุดใหญ่ 2-3 ครั้งแล้วยังไม่จบก็จะต้องมีการตั้งอนุ กมธ.ฯ ขึ้นมาติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

ส่วนกรณีดิไอคอนจะขยายผลไปไกลถึง ษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม) กับมาดามอ้อย ที่อ้างว่าตบทรัพย์ จะต้องตรวจสอบด้วยหรือไม่นั้น ประธาน กมธ.ปปง. กล่าวว่า ต้องดูก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้มากน้อยแค่ไหนตอนนี้เรารับภารกิจจากสภาผู้แทนราษฎร เราก็ต้องเน้นในเรื่องของเนื้อหาสาระหลักเกี่ยวกับคดีดิไอคอน เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกงประชาชน รวมถึงจะมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายหรือเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ผ่านการศึกษาแล้วให้เป็นปัจจุบัน

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แถลงข่าวเชื่อมโยงมาถึงพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่าเทวดาจริงๆ อยู่ในพรรคเพื่อไทย และมีการเปิดอักษรย่อมาด้วย ประธาน กมธ.ปปง. กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ “แต่ กมธ.คณะนี้ ไม่มีส่วนใดๆ เกี่ยวกับคดีดิไอคอน ไม่มีแม้กระทั่งของสภาฯชุดที่แล้ว สบายใจได้ว่าเรามีความบริสุทธิ์ใจในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่แน่นอน ตัวอักษรย่อนั้นก็คงต้องตรวจสอบ และหาให้ได้ว่าชื่อจริงคือใคร หากมีความเชื่อมโยงอาจจะมีการเชิญมาชี้แจงด้วยถ้ามีจริง”

เมื่อถามว่าบุคคลที่ถูกระบุในอักษรย่อดังกล่าว เคยเป็นประธานกรรมาธิการฯ ของสภาฯชุดที่แล้ว เลิศศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ของ กมธ.ปปง. แต่อาจจะเป็นคณะอื่นหรือไม่ ซึ่งมองว่าไม่มีสาระ เพราะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องในอดีตเรื่องนี้ที่ผ่านมา ก็มีแค่ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค และ กมธ.ปปง. แต่ กมธ.ก็ไม่ได้มีเหตุให้ตรวจสอบทุกๆเรื่อง ดังนั้นช่วงก่อนหน้านี้อาจจะไม่มีผู้ร้องเรียนหรือเรื่องไม่เข้าสู่ กมธ.ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ กมธ.ด้วยเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น การกล่าวอ้างมาถึงโดยที่ไม่ให้ข้อมูลเหตุผลที่เพียงพอก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เรื่องนี้เป็นแค่ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ความเข้าใจผิดและสำคัญผิด กมธ.ไม่ได้มีหน้าที่ในการติดตามในทุกเรื่องทุกขั้นตอนบางเรื่องหากไม่มีการร้องเรียนเข้ามา กมธ.ก็ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการร้องเรียนเข้ามาแล้วไม่ปฏิบัติไม่ติดตามถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทยนั้น เลิศศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมมองว่า เป็นมารยาทของพรรคการเมืองด้วยเช่นเดียวกัน ก็ควรจะแก้ปัญหาของตนเองให้เรียบร้อย ไม่ใช่มาโยนพาดพิงถึงพรรคอื่น ตนคิดว่าไม่ค่อยเหมาะสม ต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาดีๆ เรื่องนี้โดยตรงไปเกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมืองที่อาจจะพูดถึง

เมื่อถามถึงการตรวจสอบนักการเมือง ส. ที่มีการชิงลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จะมีการตรวจสอบเรื่องคลิปเสียง เพื่อโยงไปถึงเส้นเงินด้วยหรือไม่ เลิศศักดิ์ กล่าวว่า หากมีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับเส้นเงินของดิไอคอน ทาง กมธ.ฯ ก็จะเชิญนักการเมือง ส.มาสอบเช่นเดียวกัน เราจะทำเรื่องของการฉ้อโกงในส่วนของดิไอคอนเป็นหลัก 

“สส.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน ตามที่ข้อกล่าวอ้างของพรรคการเมืองบางพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ใน กมธ. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน แต่คนที่ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วเอาตำแหน่งใน กมธ.ที่ได้รับการแต่งตั้งไปใช้ประโยชน์ไปหากิน อันนี้เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถ้าอยู่ในพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองนั้นต้องดูแลและจัดการให้เรียบร้อย” 

เมื่อถามว่าถึงประเด็นที่มีการรีดไถเงินผู้เสียหาย เลิศศักดิ์ กล่าวว่า หากตรวจสอบเส้นทางทางการเงินแล้วเชื่อมโยง ก็ต้องเชิญมาสอบ

‘ดนุพร’ ซัด พปชร.โบ้ย ‘ดิไอคอน’ โยง ‘พท.’ หวังแก้เก้อ จี้ทบทวนตัวเองก่อนพาดพิงคนอื่น

ดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวหาและมีความพยายามเชื่อมโยงประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภคของพรรคเพื่อไทย เพิกเฉยต่อกรณี ‘ดิไอคอน’ ในปีที่ผ่านมา ว่า กรณีที่โฆษก พปชร.อ้างถึง เกิดขึ้นในปี 2566 ก่อนพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำรัฐบาล จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณจาก จ.ชลบุรี ร้องเรียนหน่วยงานหลายแห่ง แต่ไม่มีหน่วยงานใดรับ เมื่อเรื่องมาถึงสภาผู้แทนราษฎร กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ได้ส่งเรื่องให้คณะอนุ กมธ.ศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและสภาพปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคใน กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการต่อ

ทั้งนี้ เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก อนุฯ กมธ.ศึกษากลั่นกรองฯ ได้เรียกผู้แทนจาก สคบ. และ บริษัท ดิไอคอน เข้ามาสืบค้นความจริง ชี้แจง และไกล่เกลี่ยให้ได้ข้อยุติ มีการประชุมอนุฯ กลั่นกรองเกือบทุกสัปดาห์ จนในท้ายที่สุด บริษัท ดิไอคอน ได้จ่ายเงินคืนให้ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดี มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ไว้เป็นหลักฐาน และในการประชุมของอนุ กมธ.กลั่นกรองฯ ก็มีบันทึกข้อยุตินี้ สามารถสืบค้นได้ 

“ซึ่งทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะกรรมาธิการและอนุฯ กลั่นกรองฯ ในขณะนั้น ได้ใช้อำนาจที่มีของ กมธ.สอบตรวจสอบข้อเท็จจริง ไกล่เกลี่ย และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผู้ตัดสินผิดถูก ทั้งยังสามารถทวงคืนความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว”

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ในกรณีคดีของ บริษัท ดิไอคอน ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และดีเอสไอ ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและทำงานอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลได้เดินหน้าในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ทุกฝ่าย นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร สั่งการทุกภาคส่วน เร่งแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และพรรคเพื่อไทย ได้สั่งการไปยังหน่วยงานในกำกับ คือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างรัดกุม เช่น พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค , กระทรวงการคลัง โดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สส.เชียงใหม่ สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งพิจารณารายละเอียดการยกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์มากขึ้น

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า ในระยะเวลา 1 ปีกว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย เมื่อมีประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายเดินหน้าเต็มที่ ในขณะที่ใน 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องร้องเรียนในกรณีดังกล่าวจำนวนมาก แต่มีความคืบหน้าหรือไม่ ทั้งที่บริษัทดังกล่าวดำเนินกิจการตั้งช่วงโควิดระบาด ในปี 2562 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งเป็นช่วงที่พรรค พปชร.เป็นแกนนำรัฐบาล ดังนั้น โฆษก พปชร.ควรทบทวนตัวเองก่อนที่จะพาดพิงผู้อื่น

“การกล่าวหาของโฆษก พปชร.เป็นแค่การแก้เก้อ พยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของสังคม จากการที่คนในพรรค พปชร.มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ คดีเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดำเนินมากี่ปี จนปัญหาปะทุขึ้นในตอนนี้ ตอนที่เราเป็นฝ่ายค้านเราทำเต็มที่ใช้ทุกช่องทางที่มีช่วยประชาชน เมื่อเป็นรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเองก็ทำเต็มที่เหมือนกัน” ดนุพร กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์