สภาวะแกนนำรัฐบาล ‘พรรคภูมิใจไทย’ กำลังเผชิญมรสุม ทั้งเรื่องการจัดสรรอำนาจให้ ‘บ้านใหญ่’ ที่ยังดูไม่เข้ารูปเข้ารอย , ปัญหาปากท้องเฉพาะหน้า , คดี ‘ฮั้วเลือก สว.’ รวมทั้งมหากาพย์ ‘คดีโกงสอบท้องถิ่น’ ที่ทำให้ ‘กระแสพรรค’ ดร็อปลงเรื่อยๆ
ผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’ ที่เผยแพร่เมื่อ 5 ก.ค. 69 สำรวจผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 ระบุว่า คะแนน ‘นายกฯ ในดวงใจ’ อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 คือ อนุทิน ชาญวีรกูล
แต่ตัวเลขที่อาจมีนัยสำคัญจริงๆ คือ ผลสำรวจว่าด้วย ‘คะแนนความนิยมพรรคการเมือง’ อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 พรรคภูมิใจไทย และ อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 พรรคเพื่อไทย
พบว่า ‘ภูมิใจไทย-เพื่อไทย’ ห่างกันเพียง ร้อยละ 0.16 เท่านั้น ซึ่งผลสอบถามดังกล่าว นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงจังหวะถดถอยของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน’ แล้ว อีกนัยคือกระแสที่เพิ่มขึ้นของ ‘ค่ายสีแดง’ ที่เข้าใกล้เรื่อยๆ
ทั้งนี้เป็นที่มองกันว่า ‘พรรคเพื่อไทย’ มีการปรับกลยุทธ์ทางการเมือง บางคนมองว่าคล้ายกับ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ก่อนหน้านี้ ในฐานะ ‘พรรคอันดับ 3’ จากผลการเลือกตั้งล่าสุด และเป็น พรรคอันดับ 2 ของรัฐบาลชุดนี้
โดยมี คาแร็คเตอร์ทางการเมืองที่ดูไหลลื่น ไม่พยายามสร้างเงื่อนไขหรือข้อขัดแย้งกับฝ่ายใดมาก แต่ใช้จังหวะที่ ‘พรรคอันดับหนึ่ง’ ซึ่งกำลังเผชิญ ‘มรสุม’ เร่งทำคะแนนผ่านกลไกบริหาร และงานสภาฯ จนสามารถกอบโกยฐานเสียง-ความนิยมได้ไม่น้อย
ในแง่การบริหาร ‘เพื่อไทย’ ได้ ‘เก้าอี้รัฐมนตรี’ 8 ที่นั่ง โดยที่เห็นเป็นแม่เหล็กดูดฐานเสียงที่สุด น่าจะเป็น ‘ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา ลูกชาย ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ อดีตนายกฯน้องเขย ‘ทักษิณ ชินวัตร’
สำหรับภารกิจของ ‘อ.เชน’ ในการคุมกระทรวง อว. ถือได้ว่าเข้ามือ เพราะก่อนหน้าจะเข้าสู่ถนนการเมือง อยู่ในแวดวงวิชาการมาหลายสิบปี อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ดูสุภาพ-ไร้ซึ่งความขัดแย้งกับใคร ไม่ว่าจะ‘ฝ่ายรัฐบาล - ฝ่ายค้าน’ รวมทั้งปรากฏการณ์ ‘เติมเชน’ ของ ‘แฟนคลับ’ ที่เกิดขึ้น ยิ่งเสริมภาพ ‘คนรุ่นใหม่’ เข้าไป
ในแง่ยุทธศาสตร์ สะท้อนว่า ‘เพื่อไทย’ วางโพซิชั่น ‘ยศชนัน’ ให้ออกมารูปแบบนี้ เพื่อรักษาฐานเสียงเดิมทั้งในระดับ ‘มวลชน’ และ ‘พื้นที่’ รวมทั้งสร้าง ‘ฐานความนิยม’ ออกไปให้กว้างขึ้น
ซึ่งมีความคล้ายบทบาท ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้ว่าฯ กทม. ที่มี ‘คาแรคเตอร์’ แบบนี้เช่นกัน ตั้งแต่เป็น ‘รมว.คมนาคม’ ใน‘รัฐบาลยิ่งลักษณ์’ ที่ประสบความสำเร็จ เพราะ ‘ชัชชาติ’ กลายเป็น ‘ตัวเลือกตรงกลาง’ ที่โอบรับได้หลาย ‘ฐานมวลชน’
ทว่ามิติของ ‘เพื่อไทย’ ที่ใครๆ ก็ทราบว่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังคงมีบทบาทสำคัญ ในฐานะ ‘ผู้นำจิตวิญญาณ’ ที่ทุกการเคลื่อนไหวย่อมถูกจับตา ล่าสุด คือ กรณีปรากฎภาพการเดินทางเยือนอินโดนีเซียของ 3 นายกฯ ตระกูลชินวัตร ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร’ ที่พบกับ ‘ปราโบโว ซูเบียนโต’ ปธน.อินโดนีเซีย
ซึ่งสะท้อนนัยยะต่างๆ ทั้งความสัมพันธ์ ‘ระดับผู้นำ’ ที่ส่งผลต่อความคลุมเครือ ‘เชิงโครงสร้างอำนาจ’ กลับมายังไทย ที่ตอกย้ำว่า ‘ทักษิณ’ ยังคงมีบทบาทและอิทธิพลใน ‘เวทีการทูต’ แบบไม่เป็นทางการ
ขณะเดียวกัน การเยือนครั้งนี้มีอดีตนายกฯ 3 คนใน ‘ตระกูลชินวัตร’ ถูกตั้งคำถามว่า เป็นการไปเยือน ‘ในฐานะส่วนตัว’ หรือไม่? หรือเป็นการส่ง ‘สัญญาณอำนาจ’ เพราะเปรียบเป็น ‘อำนาจคู่ขนาน’ กับ ‘รัฐบาล’ ชุดปัจจุบัน
จึงมีการมองอีกว่า เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อ ‘รักษาฐานเดิม’ และ ‘ส่งสัญญาณความพร้อม’ ทางการเมือง ผ่านการตอกย้ำว่า “ชินวัตรยังอยู่” ซึ่งเป็นจุดที่ ‘เพื่อไทย’ ยังขายได้ นั่นคือ ‘แบรนด์ทักษิณ-แบรนด์ชินวัตร’
ในอีกด้านมีการมองการปรากฏตัวของ 3 นายกฯ ตระกูลชินวัตร ให้มิติ ‘บวก-ลบ’ กับ ‘เพื่อไทย’
ผลบวก คือ การสร้างความตื่นตัวสำหรับ ‘แฟนคลับชินวัตร’ ที่ตั้งคำถามกับอนาคต ‘เพื่อไทย’ ในห้วงหลังเลือกตั้ง ก.พ.69 และเป็นช่วงที่ 3 อดีตนายกฯ ชินวัตร นิ่งเงียบ-โลว์โปร์ไฟล์ เหตุผลในขณะนั้น คือ ‘ทักษิณ’ ยังอยู่ระหว่างรับโทษในเรือนจำ
ขณะเดียวกันก็อาจสร้าง ‘ผลลบ’ ให้กับ ‘เพื่อไทย’ เช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่ ‘ปรับยุทธศาสตร์’ ดันอัตลักษณ์ ‘ยศชนัน’ ที่เป็น ‘นักวิชาการ-สุขุม-เรียบร้อย-ไร้ขัดแย้ง-คนรุ่นใหม่’ ที่กำลังนำทัพ ขึ้นมาเป็น ‘เพื่อไทย’อีกยุค
ดังนั้นเมื่อ ‘3 นายกฯ ชินวัตร’ ปรากฏตัวต่างแดนพร้อมกัน จึงเกิดปรากฏการณ์ ‘พระอาทิตย์หลายดวง’ มาบดบังแสง ‘ยศชนัน’ ที่กำลังปลุกปั้น ‘เพื่อไทย’ ยุคใหม่ หรือไม่ ?
สุดท้ายนี้ ‘เพื่อไทย’ ต้องจัดวางสมดุลให้ดี ระหว่าง ‘3 ผู้นำจิตวิญญาณ’ กับ ‘ยศชนัน’ ว่าจะเสริมพลังกันอย่างไร ? เพื่อไม่ให้ ‘แสง’ บดบังกันเอง





