‘พท.’ลั่นรักษาผลประโยชน์ประเทศปมยึดเขากระโดงคืน ปัดจ้องเล่นงานใคร
'ขัตติยา สวัสดิผล' สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรค แถลงกรณีการเดินหน้ายึดเขากระโดง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคการเมืองบางพรรคเพราะเป็นเกมการเมืองว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันต่อสังคมไทยอย่างชัดเจน ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศบนหลักของกฎหมาย ความยุติธรรมและความโปร่งใส การดำเนินการในกรณีนี้เกิดจากกระบวนการทางกฎหมาย และการตรวจสอบที่ถูกต้องตามหลักนิติกรรม มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ย้อนหลัง การวินิจฉัยของศาล รวมทั้งการบังคับตามกฏหมายของหน่วยงานรัฐ ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นไปโดยไม่เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ไม่ใช่การใช้กลไกรัฐเพื่อจ้องเล่นงานบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เพื่อเป็นการทวงคืนสิ่งที่เป็นของประชาชนทุกคน
หากละเลยในกรณีที่มีการรุกล้ำที่ดินของรัฐหรือถือครองโดยมิชอบแม้เพียงหนึ่งกรณี ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่บั่นทอนหลักนิติธรรมในประเทศ พรรคไทยขอยืนยันว่าเราจะไม่ปล่อยให้ทรัพยากรของชาติ เป็นเครื่องมือของผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครหรืออยู่ฝั่งใดทางการเมือง ท้ายที่สุดขอย้ำว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นทำงานด้วยความรอบคอบ จริงใจและโปร่งใส เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
ขอม็อบเคลื่อนไหวบนความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่กลายเป็นชนวนของความขัดแย้งทางการเมือง
พร้อมกันนี้ได้แถลงถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะป้องหลักการดังกล่าวอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ประเทศของเรากำลังเผชิญสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สังคมไทยต้องการความร่วมมือ ความเข้าใจและความเป็นเอกภาพจากทุกภาคส่วน
พรรคเพื่อไทยจึงขอความร่วมมือจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแสดงออกทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกที่อาจจะทำให้เกิดการซ้ำเติมต่อสถานการณ์ หรือขยายความขัดแย้งทางสังคมในช่วงเวลาที่เปราะบางนี้
พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนทุกกลุ่ม แต่ขอให้ความเคลื่อนไหวตั้งอยู่บนฐานของความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และไม่กลายเป็นชนวนของความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศในช่วงเวลาที่ประเทศเรานั้น ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด
ยกทีมไทยแลนด์หลังเจรจาภาษีสหรัฐได้อัตรา 19% สะท้อนความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น
สำหรับกรณีคืบหน้าการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ขัตติยาขอชื่นชมการทำงานอย่างเต็มที่ของทีมไทยแลนด์ภายใต้การนำของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลังที่สามารถปิดดีลข้อตกลงภาษีเบื้องต้นกับทางสหรัฐได้ในอัตราสูงสุดที่ 19% ถือเป็นอัตราที่เราสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพียงแค่ตัวเลขของภาษีเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นของไทยกับสหรัฐฯ รวมถึงศักยภาพของรัฐบาลไทยที่สามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติ สร้างสมดุลของการเปิดตลาดและการปกป้องภาคเศรษฐกิจในประเทศในเวลาเดียวกัน
ขอยกย่องการทำงานของทีมเจรจา และทีมสนับสนุนเบื้องหลังของบ้านพิษณุโลก ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเจรจาครั้งนี้อย่างรอบคอบ รัดกุมและอยู่ในหลักคิดเดียวกันว่าจะไม่มีการแลกผลประโยชน์ของประเทศกับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม ข้อเสนอของไทย เช่น การเปิดการนำเข้าสินค้าที่ไทยไม่สามารถผลิตได้เองในเชิงพาณิชย์ เช่น เชอร์รี่ หรือก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐทั้งหมด ล้วนผ่านการคิดคำนวณบนฐานของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และมีการคุ้มครองภาคการเกษตรของไทยควบคู่กันไป สิ่งที่เราอาจจะได้จากภาษี 19% ในอนาคต เช่น ค่าไฟฟ้าอาจจะถูกลง ก๊าซหุงต้มจะถูกลง อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนจะเติบโต สินค้านำเข้าจะถูกลงเพราะกฎระเบียบจะถูกแก้ไข และเราจะได้โอกาสในโครงสร้างด้านการผลิตในอนาคตอีกด้วย
“ทุกกระบวนการเจรจาจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูล และพร้อมรายงานต่อสาธารณะในทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมรับรู้ และร่วมตรวจสอบซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่พรรคเพื่อไทยของเรายึดถือเสมอมา”
— ขัตติยา กล่าว
สดุดีทหารกล้า–อาลัยพลเรือน ย้ำชีวิตคนไม่อาจประเมินค่าได้
ส่วนสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายลงจากความพยายามในการเจรจา เพื่อยุติการปะทะของรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม จากการปะทะที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่ความสูญเสีย โดยมีพลเรือน เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวมทั้งสิ้น 55 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 15 นาย บาดเจ็บ 196 นาย รวมทั้งสิ้น 211 นาย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.)
“พรรคเพื่อไทยขอสดุดีดวงวิญญาณของทหารกล้าทุกนายที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อปกป้องอธิปไตยไทยจากการรุกรานของประเทศกัมพูชา และขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ทุกชีวิตคือความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นสิ่งเตือนใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันหยุดยั้งการปะทะโดยเร็วที่สุด”
— ขัตติยา กล่าว
ในนามตัวแทนพรรคเพื่อไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือน ซึ่งจะได้รับการพระราชทานเพลิงศพ อีก 6 ราย ประกอบด้วย 'จุฬารักษ์ ประขัน - พิทักษพร ประขัน - พงศ์ภัค ประขัน - ศักดิ์สิทธิ์ คำวัง - อรุณรัตน์ วันศรี และสารศรี อ่อนหรง' กลุ่มผู้เสียชีวิตจากการโจมตีข้ามแดนของกัมพูชาที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมันในจ.ศรีสะเกษ โดยพิธีจะจัดขึ้นในวันนี้ที่วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง จ.ศรีสะเกษ
“ชีวิตของประชาชนคือสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าเราจะไม่ละทิ้งประชาชน และจะทำทุกทางเพื่อนำความขัดแย้งครั้งนี้กลับสู่โต๊ะเจรจา ไม่ให้ความสูญเสียเหล่านี้เกิดขึ้นอีก และจะไม่ละเลยต่ออธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดนและศักดิ์ศรีของชาติไทย”
ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือสื่อมวลชน เพจ อินฟูลเอนเซอร์ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนที่จะนำเสนอ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีพยายามทำลายความสามัคคีของคนในชาติ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐเป็นหลัก และช่วยกันตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก่อนที่จะส่งต่อ ขอให้มั่นใจว่าเราไม่เพียงแต่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างโครงสร้างใหม่ให้ประเทศแข็งแรงในระยะยาว




