‘ไชยา พรหมา’ สส.หนองบัวลำภูเขต 2 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยหลังการประชุม สส. พรรคเพื่อไทยว่าในการประชุมคณะเจรจาตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ให้คำมั่นกับ สส. ว่าจะไม่มีการดึงพรรค 2 ลุงมาร่วมรัฐบาล แต่หากมีสมาชิกของทั้ง 2 พรรคนี้ ย้ายมาซบเพื่อไทย ตนก็ไม่ทราบเพราะไม่มีหน้าที่ในส่วนนั้น
ยอมรับมีความเป็นห่วงหลังพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีประชาชนในพื้นที่มาสอบถามและมีความเห็นแตกเป็น 2 กลุ่ม บางกลุ่มเข้าใจการทำงานของพรรคเพื่อไทย เพราะเป้าหมายคือการตั้งรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาให้ประชาขน ขณะที่บางส่วนยังมีข้อสงสัย เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทั้ง 2 พรรคแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่วันนี้กลับมาจับมือกัน ทำให้เกิดการตั้งคำถามขึ้น ซึ่ง สส.ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และกังวลว่าอาจทำให้มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะต้องทำงานเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ภาคอีสานเสีย สส. ไปหลายพื้นที่
ส่วนกรณีที่ ‘นพ.ชนน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องแคมเปญหาเสียง ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ‘ไชยา’ ระบุว่า ส่วนตัวเข้าใจ ‘นพ.ชลน่าน’ ที่ถูกกดดันและพยายามอธิบาย เพราะที่ผ่านมา 2 พรรคแข่งขันกันดุเดือด
ส่วนคำว่า ‘เพื่อไทยจะสูญพันธุ์แน่นอน’ นั้น ‘ไชยา’ กล่าวว่า มี สส. หลายคนที่กังวลเรื่องความรู้สึกของประชาชนในภาคอีสานเนื่องจากเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชน
ส่วนมองว่ากรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี เลื่อนการเดินทางกลับไทยมีความเกี่ยวข้องกับการเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ‘ไชยา’ ระบุว่า เป็นคนละส่วนกัน การเดินทางกลับของ ‘ทักษิณ’ เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนพรรคเพื่อไทยต้องดำเนินการตามกติกา
‘ไชยา’ ยังเปิดเผยว่าในที่ประชุม ได้มีการพูดถึงการดึงพรรคต่างๆ มาร่วมรัฐบาล ซึ่งคณะเจรจาให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรวมเสียงได้ และได้รับการสนับสนุนจาก สว. ส่วนหนึ่ง มั่นใจว่าการโหวตครั้งนี้สามารถผ่านได้ ส่วนการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคก้าวไกล ขอให้รอความชัดเจนจากคณะเจรจา
ขณะที่ ‘อดิศร เพียงเกษ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ขึ้นปราศรัยในเวที อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในแคมเปญ ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สส. พรรค ยอมรับว่า การปราศรัยในวันนั้นดุเดือด เนื่องจาก สส. ของพรรคเพื่อไทย ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีความพยายามดึงคะแนนที่เสียไปกลับมา ซึ่งผลการเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งกลับมาเกือบหมด ยกเว้น แค่ 1 เขต ที่เป็นของพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งไปจบก็คือจบ เพราะสิ่งที่ทำไปทำให้ได้ สส. คืนกลับมา
ส่วนที่ชาวบ้านผิดหวังที่บอกว่าแคมเปญดังกล่าวเป็นแค่นโยบายการหาเสียงนั้น ‘อดิศร’ กล่าวว่า ไม่เป็นไร สู้กันเต็มที่กับทุกเขตเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองก็สู้กันเต็มที่
เมื่อถามว่า 212 เสียงสามารถไปต่อได้ใช่หรือไม่ ‘อดิศร’ กล่าวว่า ถ้าเอาทฤษฎีข้าวต้มมัด มันก็เท่าเดิมไม่สามารถจะเดินทางไปถึง 375 คะแนนเสียงได้ ดังนั้นถึงไม่อยากจะแกะ ก็ต้องแกะ
ยอมรับมีความเป็นห่วงหลังพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีประชาชนในพื้นที่มาสอบถามและมีความเห็นแตกเป็น 2 กลุ่ม บางกลุ่มเข้าใจการทำงานของพรรคเพื่อไทย เพราะเป้าหมายคือการตั้งรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาให้ประชาขน ขณะที่บางส่วนยังมีข้อสงสัย เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทั้ง 2 พรรคแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่วันนี้กลับมาจับมือกัน ทำให้เกิดการตั้งคำถามขึ้น ซึ่ง สส.ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และกังวลว่าอาจทำให้มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะต้องทำงานเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ภาคอีสานเสีย สส. ไปหลายพื้นที่
ส่วนกรณีที่ ‘นพ.ชนน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเรื่องแคมเปญหาเสียง ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ‘ไชยา’ ระบุว่า ส่วนตัวเข้าใจ ‘นพ.ชลน่าน’ ที่ถูกกดดันและพยายามอธิบาย เพราะที่ผ่านมา 2 พรรคแข่งขันกันดุเดือด
ส่วนคำว่า ‘เพื่อไทยจะสูญพันธุ์แน่นอน’ นั้น ‘ไชยา’ กล่าวว่า มี สส. หลายคนที่กังวลเรื่องความรู้สึกของประชาชนในภาคอีสานเนื่องจากเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับประชาชน
ส่วนมองว่ากรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี เลื่อนการเดินทางกลับไทยมีความเกี่ยวข้องกับการเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ‘ไชยา’ ระบุว่า เป็นคนละส่วนกัน การเดินทางกลับของ ‘ทักษิณ’ เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนพรรคเพื่อไทยต้องดำเนินการตามกติกา
‘ไชยา’ ยังเปิดเผยว่าในที่ประชุม ได้มีการพูดถึงการดึงพรรคต่างๆ มาร่วมรัฐบาล ซึ่งคณะเจรจาให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรวมเสียงได้ และได้รับการสนับสนุนจาก สว. ส่วนหนึ่ง มั่นใจว่าการโหวตครั้งนี้สามารถผ่านได้ ส่วนการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคก้าวไกล ขอให้รอความชัดเจนจากคณะเจรจา
ขณะที่ ‘อดิศร เพียงเกษ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ขึ้นปราศรัยในเวที อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในแคมเปญ ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สส. พรรค ยอมรับว่า การปราศรัยในวันนั้นดุเดือด เนื่องจาก สส. ของพรรคเพื่อไทย ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีความพยายามดึงคะแนนที่เสียไปกลับมา ซึ่งผลการเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งกลับมาเกือบหมด ยกเว้น แค่ 1 เขต ที่เป็นของพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งไปจบก็คือจบ เพราะสิ่งที่ทำไปทำให้ได้ สส. คืนกลับมา
ส่วนที่ชาวบ้านผิดหวังที่บอกว่าแคมเปญดังกล่าวเป็นแค่นโยบายการหาเสียงนั้น ‘อดิศร’ กล่าวว่า ไม่เป็นไร สู้กันเต็มที่กับทุกเขตเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองก็สู้กันเต็มที่
เมื่อถามว่า 212 เสียงสามารถไปต่อได้ใช่หรือไม่ ‘อดิศร’ กล่าวว่า ถ้าเอาทฤษฎีข้าวต้มมัด มันก็เท่าเดิมไม่สามารถจะเดินทางไปถึง 375 คะแนนเสียงได้ ดังนั้นถึงไม่อยากจะแกะ ก็ต้องแกะ




