‘เพื่อไทย’ ซัดข้ออ้าง ‘กต.’ ฟังไม่ขึ้น ปมจัดประชุมอาเซียน-เมียนมา

19 มิ.ย. 2566 - 15:24

  • ‘เพื่อไทย’ ซัดข้ออ้าง ‘กต.’ ฟังไม่ขึ้น ปมจัดประชุมอย่างไม่เป็นทาง

  • ชี้ที่ผ่านมาท่าทีไทยเป็น ‘การทูตเงียบ’

  • แนะรอ ‘รัฐบาลใหม่’ เข้ามาจัดการแก้ปัญหาเมียนมา

Pheu_Thai_Party_blames_Ministry_of_Foreign_Affairs_SPACEBAR_Thumbnail_bfd6aa3e91.jpeg
พลนชชา จักรเพ็ชร กรรมการบริหารพรรคและคณะทำงานต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ประเด็นการจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างอาเซียน-เมียนมา ว่า การที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงถึงเหตุความจำเป็นในการประชุมครั้งนี้ ว่าต้องการเห็นสันติภาพและเสถียรภาพกลับคืนสู่เมียนมา อย่างยั่งยืน เพราะกระทบกับการค้าชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน การลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆของไทย จึงเป็นเหตุให้รอไม่ได้นั้น เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะปัญหาต่างๆ นั้น มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อการประชุมในครั้งนี้  

“ที่ผ่านมา ทิศทางของไทยต่อเมียนมา ในยุครัฐบาล พลเกประยุทธ จันทร์โอชา ขาดหลักการ ทิศทางและการดำเนินนโยบายหลายๆ นโยบายที่มีต่อเมียนมา เป็นการกระทำที่ขัดต่อผลประโยชน์ของชาติ และได้ส่งผลเชิงลบต่อสถานะและอำนาจในการต่อรองของไทยในเวทีโลก และที่สำคัญเป็นการซ้ำเติมความอ่อนแอในการเจรจาของรัฐบาลชุดนี้อีกด้วย” พลนชชา ระบุ   

พลนชชา ระบุว่า การจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการในครั้งนี้ของรัฐบาลรักษาการ ย้อนแย้งกับหลักการ 5 ข้อของอาเซียน การประชุมทั้งสองครั้งก่อนหน้านี้ ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย ที่ไทย และอินเดีย ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด การกระทำของ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ เป็นการไม่ให้เกียรติอาเซียน และเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งการเป็นรัฐบาลรักษาการยิ่งไม่ชอบธรรมและไม่ควรที่จะทำอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศไทยทั้งในระยะกลางและระยะยาว  

“ที่ผ่านมา การดำเนินนโยบาย Quiet Diplomacy หรือ การทูตเงียบ ที่มีท่าทีค่อนข้างจะอ่อนกับรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ล้มเหลวในการส่งเสริมสันติภาพในเมียนมา ซ้ำร้ายกลับทำให้หลายๆ ฝ่าย มองว่าไทย ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบทำให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างประเมินค่าไม่ได้ การกระทำเช่นนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดทางการต่างประเทศของรัฐบาลเผด็จการ ที่ไม่ถูกยอมรับในเวทีโลก” พลนชชา ระบุ      

พลนชชา อ้างด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมองเมียนมา เป็นมหามิตรและมองเห็นถึงความสำคัญในการร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมาในหลากหลายมิติ แต่การจัดประชุมในลักษณะนี้ เป็นท่าทีที่ส่งผลเสียมากกว่าผลดี และเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ควรจะให้รัฐบาลใหม่เข้ามาจัดการ นโยบายต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนว่าเราจะเป็น “Active Promoter of Peace and Common Prosperity” หรือ "ผู้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน" เพื่อสร้างและฟื้นคืน "ความไว้วางใจ" และ "ความมั่นใจ" ให้กับประเทศ  

ในขณะที่เราต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเมียนมา เราจะไม่แทรกแซงกิจการภายในและไม่ข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งใดๆ แต่เราจำเป็นจะต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องของการส่งเสริมสันติภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง เพราะเราเชื่อว่าสันติภาพจะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก  

“รัฐบาลชุดใหม่จะสนับสนุนสันติภาพให้กลับคืนสู่เมียนมา เพื่อสนันสนุนความมั่งคั่งร่วมกันภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน ท้ายที่สุด ตลอดเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยขาดโอกาสในเวทีโลกไปมาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ ไร้ประสิทธิภาพในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศหรือการเปิดตลาดใหม่ๆ ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหาร และไม่ถูกยอมรับในเวทีโลก จึงขอวิงวอนให้ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ หยุดสร้างความเสียหายให้กับประเทศ และ ขอให้รัฐบาลใหม่ได้เข้ามากอบกู้สถานะของไทยจึงจะเป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศ” พลนชชา ระบุ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์