สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย, วิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.หลายสมัย ได้ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร เทิดไท ฟาร์ม อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย พรรณสิริ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
สมศักดิ์ กล่าวว่า ชาวสุโขทัยที่เดินทางมาวันนี้ เมื่อได้รับฟังนโยบายของพรรคเพื่อไทยแล้ว เห็นหลายคนชื่นชอบเป็นจำนวนมาก ตรงกับที่เดินทางไปมาทั่วประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ พบว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมมากกว่า 50% แล้ว หมายความว่า พรรคอื่นรวมกันแล้วไม่ถึงครึ่ง เพราะพรรคเพื่อไทย ได้รับความนิยมเกินครึ่ง อย่าง ‘นิด้าโพล’ ล่าสุดสำรวจความเห็นชาวนครสวรรค์ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พบว่ากระแสดีมาก เลือกพรรคเพื่อไทยแบบเขต 48.17% แบบบัญชีรายชื่อ 49.17% ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ทั้งสองคน คะแนนรวมกันถึง 43.16%
“จะเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทย ยังได้รับความนิยมดีมาก เนื่องจากเรามีหลายนโยบายที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชน กลับมาฟื้นตัวได้ เช่น นโยบายเติมเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท โดยจะทำให้พรรคเพื่อไทย แลนด์สไลด์ได้ตามเป้าหมาย เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว จะได้ขับเคลื่อนทุกนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน” สมศักดิ์ ระบุ
ขณะที่ นายสัตวแพทย์ชัย กล่าวว่า ตนเป็นลูกเขยอำเภอศรีสำโรง มาแล้ว 30 ปี จนกลายเป็นคนสุโขทัย ไปแล้ว เวลาไปปราศรัยที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่คิดเรื่องเล็ก คิดแต่เรื่องใหญ่ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งหากพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลก็จะยกระดับให้ดีขึ้น ประชาชนสามารถคุยกับหมอผ่านระบบออนไลน์ และไปรับยาฟรี ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรอหมอเป็นเวลานานอีกต่อไป
“ขณะนี้ พรรคการเมืองอื่น คิดว่าคนชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย จึงพยายามคิดใหญ่บ้าง แต่ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ เพราะไม่มีผลงานในอดีตแบบพรรคเพื่อไทย ที่ทั้งคิดใหญ่ และทำเป็น ทำให้นโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง อย่างจังหวัดสุโขทัย มีประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 5 แสนคน จะทำให้มีเงินไหลในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัย ถึง 5 พันล้านบาท เนื่องจากเราเข้าใจปัญหา จึงไม่ได้คิดนโยบายแบบหยอดน้ำข้าวต้มเหมือนพรรคอื่น แต่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนลุกออกจากเตียงได้ทันที” นายสัตวแพทย์ชัย ระบุ
ส่วน พรรณสิริ กล่าวว่า ในพื้นที่เขต 1 มีทั้งหมด 21 ตำบล ตนเดินไปเคาะประตูบ้านมาแล้วทุกที่ ซึ่งส่วนใหญ่เจอแต่ผู้สูงอายุ และชาวสุโขทัยส่วนใหญ่ยังถามกลับว่า มาทำไมอีก เพราะจำได้แล้วว่า เบอร์ 1 เลือกทั้งคน และพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 อย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้แหล่งน้ำที่เป็นปัญหาหลักของชาวสุโขทัย จึงสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทย เข้าใจปัญหาของชาวสุโขทัย เป็นอย่างดี
สมศักดิ์ กล่าวว่า ชาวสุโขทัยที่เดินทางมาวันนี้ เมื่อได้รับฟังนโยบายของพรรคเพื่อไทยแล้ว เห็นหลายคนชื่นชอบเป็นจำนวนมาก ตรงกับที่เดินทางไปมาทั่วประเทศ ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ พบว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมมากกว่า 50% แล้ว หมายความว่า พรรคอื่นรวมกันแล้วไม่ถึงครึ่ง เพราะพรรคเพื่อไทย ได้รับความนิยมเกินครึ่ง อย่าง ‘นิด้าโพล’ ล่าสุดสำรวจความเห็นชาวนครสวรรค์ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พบว่ากระแสดีมาก เลือกพรรคเพื่อไทยแบบเขต 48.17% แบบบัญชีรายชื่อ 49.17% ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ทั้งสองคน คะแนนรวมกันถึง 43.16%
“จะเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทย ยังได้รับความนิยมดีมาก เนื่องจากเรามีหลายนโยบายที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชน กลับมาฟื้นตัวได้ เช่น นโยบายเติมเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท โดยจะทำให้พรรคเพื่อไทย แลนด์สไลด์ได้ตามเป้าหมาย เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว จะได้ขับเคลื่อนทุกนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน” สมศักดิ์ ระบุ
ขณะที่ นายสัตวแพทย์ชัย กล่าวว่า ตนเป็นลูกเขยอำเภอศรีสำโรง มาแล้ว 30 ปี จนกลายเป็นคนสุโขทัย ไปแล้ว เวลาไปปราศรัยที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่คิดเรื่องเล็ก คิดแต่เรื่องใหญ่ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งหากพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลก็จะยกระดับให้ดีขึ้น ประชาชนสามารถคุยกับหมอผ่านระบบออนไลน์ และไปรับยาฟรี ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรอหมอเป็นเวลานานอีกต่อไป
“ขณะนี้ พรรคการเมืองอื่น คิดว่าคนชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย จึงพยายามคิดใหญ่บ้าง แต่ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ เพราะไม่มีผลงานในอดีตแบบพรรคเพื่อไทย ที่ทั้งคิดใหญ่ และทำเป็น ทำให้นโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง อย่างจังหวัดสุโขทัย มีประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 5 แสนคน จะทำให้มีเงินไหลในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัย ถึง 5 พันล้านบาท เนื่องจากเราเข้าใจปัญหา จึงไม่ได้คิดนโยบายแบบหยอดน้ำข้าวต้มเหมือนพรรคอื่น แต่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนลุกออกจากเตียงได้ทันที” นายสัตวแพทย์ชัย ระบุ
ส่วน พรรณสิริ กล่าวว่า ในพื้นที่เขต 1 มีทั้งหมด 21 ตำบล ตนเดินไปเคาะประตูบ้านมาแล้วทุกที่ ซึ่งส่วนใหญ่เจอแต่ผู้สูงอายุ และชาวสุโขทัยส่วนใหญ่ยังถามกลับว่า มาทำไมอีก เพราะจำได้แล้วว่า เบอร์ 1 เลือกทั้งคน และพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 อย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้แหล่งน้ำที่เป็นปัญหาหลักของชาวสุโขทัย จึงสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทย เข้าใจปัญหาของชาวสุโขทัย เป็นอย่างดี



